ดิฉันเชื่อว่า เราทุกคนย่อมมีบุคคลที่เราชื่นชอบ ชื่นชม หรือ ยึดเอาไว้เป็นแบบอย่าง เพื่อจะได้พัฒนาตน ให้ได้ดีตามแบบอย่างที่ตนชื่นชอบ

ดิฉันเชื่อว่า เราทุกคนย่อมมีบุคคลที่เราชื่นชอบ ชื่นชม หรือ ยึดเอาไว้เป็นแบบอย่าง เพื่อจะได้พัฒนาตน ให้ได้ดีตามแบบอย่างที่ตนชื่นชอบ 

ดิฉัน มีบุคคลที่ดิฉันชื่นชอบ ชื่นชม และนำมาเป็นแบบอย่างหลายท่านค่ะ  

บุคคลที่ดิฉันชื่นชอบ ชื่นชม ที่อยากจะกล่าวถึงในวันนี้ คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ค่ะ

ดิฉันเคยได้มีโอกาสติดสอยห้อยตาม รศ.ดร.สมหมาย ปรีเปรม (สมัยที่ท่านเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และดิฉันเป็นรองคณบดี) เข้าพบหารือเกี่ยวกับเรื่องงานกับท่าน และ ณ วันนั้นเองดิฉันได้ประทับใจในตัวท่าน ท่านเป็นคนเก่งระดับอัจฉริยะ และเป็นคนดี ที่ควรแก่การเคารพยกย่อง 

เหตุที่ได้ทำให้ดิฉันมากล่าวถึงท่านเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง บทบาทนักศึกษากับการรังสรรค์สังคม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย  

หลังจากการปาฐกถาพิเศษของท่าน ท่านนายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น พล.ต.อ.เภา สารสิน ได้มอบเงินรางวัลพระธาตุพนมทองคำ แด่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย 

ท่านจบปาฐกถาพิเศษโดยได้ฝากข้อคิดเพื่อเป็นแนวปฏิบัติแก่นักศึกษา (และพวกเราทุกคน) ไว้ 3 ข้อ คือ

1.      การดูคนขอให้ดูให้เห็นถึงข้างใน อย่ามองแค่ที่เปลือกนอก เพราะเมื่อเราเห็นถึงข้างในของเขาแล้วจะทำให้เราเป็นเพื่อนกันได้ (ด้วยใจ)เนื่องจากคนมี 2 ด้าน คือด้านนอกที่เรียกว่า Social self เป็นด้านที่เขาเป็นตามบทบาทหน้าที่ของสังคม และด้าน Human self คือด้านในของเขาที่เป็นตัวตนของเขาจริงๆ

2.      ความขาดแคลน ความยากจน เป็นแรงผลักดันให้เกิดความพยายามในการไปสู่ความสำเร็จ ... เงินหนึ่งบาทมีค่าไม่เท่ากันทุกคน

3.      เปิดใจเรียนรู้ตลอดเวลาจากทุกคนและทุกสิ่ง ... ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกคน ล้วนเป็นครูของเราทั้งสิ้น เราต้องเรียนรู้ทุกๆวันจากครูที่อยู่รอบตัวเรา

ดิฉันประทับใจการพูดของท่านมากค่ะ และจะนำสิ่งที่ท่านฝากไว้เป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตด้วยค่ะ