ก็ไม่อยากคิดถึงหรอก เรื่องมันแล้วไปแล้ว แต่พอมีอะไรมาสะกิด มันก็คิดเองโดยอัตโนมัติ

    ถ้ามีใครบอกว่า นั่งลงซิ จะเล่าความหลังให้ฟัง เรามักจะให้ความสนใจทันที และแอบนึกเดาว่า ต้องเป็นเรื่องค่อนข้างเศร้าเคล้าน้ำตาแน่ๆ     ทีจริงความหลังของบางคน ก็สวยงาม น่าทรงจำ อาจมีความหมายคือแรงบันดาลใจให้เป็นเขาในปัจจุบัน แต่ความหลังของบางคนก็ขมขื่น เจ็บปวด บีบคั้นทุกครั้งให้เกิดความพลุ่งพล่านในอารมณ์     ทุกครั้งที่คิดถึง แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ชอบคิดถึงความหลังอยู่ดี และคิดบ่อยๆเสียด้วย

  ก็ไม่อยากคิดถึงหรอก เรื่องมันแล้วไปแล้ว แต่พอมีอะไรมาสะกิด มันก็คิดเองโดยอัตโนมัติ ผู้เขียนเองก็ชอบคิดถึงความหลัง มีทั้งเรื่องที่เลวร้าย ที่พอคิดถึง ภาพเหตุการณ์นั้นก็จะชัดแจ๋วขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเอาส่วนไหน ไปกดปุ่มเพาเวอร์ ที่ไวกว่าการใช้มือแน่นอน จากนั้นเราก็จะเอาตัวเราเข้าไปแสดงรอบสองอย่างไม่ผิดเพี้ยน ตัวแสดงไม่มีวันตาย แม้จริงๆแล้ว เขาหรือเธอ ก็จากเราไปนานแล้ว การกระทำต่อกัน ก็เผ็ดร้อน เจ็บแสบ ตอบโต้ ก็อุบัติขึ้นอีกครา อารมณ์ที่เมื่อนั้นเป็นอย่างไร วันนี้ก็เหมือนเดิม บางครั้งร่างกายก็พลอยยึดเกร็ง คล้อยตามแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ต่อเมื่อเวลาผ่านไป รู้สึกตัว จึงได้แต่ถอนหายใจ นี่เราคิดถึงมันอีกแล้วหรือ และผลที่ตามมา คือ กว่าจะสงบระงับได้ก็เสียเวลาไปอีกนาน

    แต่บางเรื่องที่ดีๆ ขออนุญาตคิดถึงบ่อยๆได้ไหม เหมือนกับการมีกฎ ก็ต้องมีข้อยกเว้น ลองดูนะคะ ว่าเราควรยกเว้นไหม ขอยกตัวอย่างผู้เขียนเหมือนเดิม มีเรื่องดีๆ ที่ทำไว้มิใช่น้อยกับเขาเหมือนกัน บางเรื่องได้สร้างความภาคภูมิใจมหาศาล แน่นอนว่าเรื่องนั้นต้องมีความหมายในกระบวนการทำทีประทับใจอย่างแน่นอน บางครั้งต้องใช้ความพยายาม ความอดทน มุ่งมั่น บางครั้งก็เหนื่อยยากเกินกำลัง และหลายครั้งก็หยุดถามตัวเองว่าทำทำไม กว่าจะไล่ความท้อ ความน่าเบื่อออกไปได้ แล้วก้าวจนถึงจุดหมาย มันน่าประทับใจน้อยไปเสียเมื่อไหร่ คิดทีไร น้ำหู น้ำตา ก็พาลจะไหล ยิ้มอยู่คนเดียว อยากจะกลับไปรวบรวมความสุข และบุคคลผู้ร่วมสานฝันในครั้งนั้น ให้มาร่วมแสดงอีกครั้ง เพื่อความสุขของเราอีกสักครั้ง นะ ขออีกสักครั้ง กว่าจะรู้สึกตัว นี่เราฝันกลางวันอีกแล้ว หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย แต่ณ เวลานี้ ไม่มีใคร ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้จับต้องได้เลย ผ่านแล้ว ก็ผ่านไป

    ความหลัง จะเรื่องดีหรือเลว ก็ไม่ก่อประโยชน์ต่อจิตใจของเราเลย แม้ว่าวันนี้เอาจจะสลัดทิ้งความหลังที่วนเวียนเข้ามาไม่ได้ทั้งหมด แต่เราจงใช้วิธีการที่เรียกว่า จากกันด้วยดี เข้ามาก็ไม่เป็นไร แต่ต่อจากนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะอนุญาตให้เข้าพบแล้วนะ จากนั้น ขอเราจงจากกันด้วยดี เชื่อเถอะอีกไม่นาน เราก็จะไม่มีความหลังเข้ามาเยือนอีก เพราะความหลังที่จะมีอิทธิพลต่อชีวิตเรานั้น แท้จริงแล้ว มีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก   ด้วยความปรารถนาดี  สวัสดีค่ะ