มีจอ LCD ใช้แล้วจ้า

ผู้เขียนใช้คอมฯ มานานเกินสิบปีแล้ว จำได้ว่าเครื่องแรกไปซื้อที่พันทิพย์ประตูน้ำ ตั้งแต่แพนเทียมเพิ่งออกไม่นานนัก เป็นชนิด p.133 และก็ลงวินโดว์ 3.11 ก่อนที่จะมาใช้ 95  จนถึง xp  ตามลำดับ...

เครื่่องแรกซื้อเพื่อเรียนป.โท ที่่มหิดล แต่เรียนได้ปีเดียวก็ออก... ไปอยู่มาเลย์ระยะหนึ่งแล้วก็กลับมาสอนบาลี... ต่อมาซื้้อเครื่องที่สองเป็น แพนเทียมทู เพื่อจะใช้เรียนป.โท มสธ. สาขาเศรษศาสตร์... แต่ไม่ผ่านการพิจารณา (คิดว่า ถ้าได้สอบสัมภาษณ์หรือข้อเขียนก็น่าจะผ่าน) และนี้้เป็นองค์ประกอบหนึ่งแห่งสาเหตุที่ผลักดันให้ผู้เขียนไปเรียนต่อที่ มช. เพราะชื้้้้้้อเพื่อต้องการใช้เรียนต่อ...

จบ ป.โท ไม่นาน เครื่องเก่าก็กระจายเป็นชิ้นส่วน จึงซื้อใหม่มาเป็น เอเอมดี.เครื่องนี้้ ... สรุปว่า ผู้เขียนใช้มา ๓ เครื่อง ส่วนจอใช้มาเกือบ ๑๐ ทั้งจอใหม่ จอมือสอง จอเพื่อนให้ยืมใช้ และจอที่เขาทิ้งแล้ว...

.........

ผู้เขียนไม่เคยเรียนคอมฯ เป็นระบบ ซื้อมาก็ใช้เลย กล่าวคือ ผู้เขียนพิมพ์สัมผัสไทยได้ เมื่อแรกใช้ก็หัดพิมพ์สัมผัสอังกฤษ แล้วก็มั่วมาตลอด ดังนั้น แม้จะใช้มาเกินสิบปี แต่ผู้เขียนก็เกือบจะยังไม่รู้เรื่องคอมฯ เลยก็ว่าได้... โดยจะใช้ วิธีการที่ง่ายที่สุดแต่โง่ที่สุด กล่าวคือ พอมีปัญหาก็ fomat หรือล้างเครื่องแล้วก็ลงใหม่ ... ทำอย่างนี้ตลอดจนกระทั้งปัจจุบัน เกือบจะไม่ยกไปให้ที่ร้านดูเลยก็ว่าได้...

ผู้เขียนพยายามจะแก้ความไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องคอมฯ อยู่เหมือนกัน กล่าวคือ ก่อนไปเรียน มช. ได้สมัครเรียน มสธ. หลักสูตรประกาศนียบัตรภาษาอังกฤษ สาขาคอมพิวเตอร์... โดยเต็มไปด้วยความหวังว่า จะมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและคอมฯ เพิ่มขึ้น ... หลักสูตรนี้มี ๕ ชุด ใช้เวลาเรียนหนึ่งปี ผู้เขียนก็เรียนจบตามกำหนด ใช้งบไปประมาณ ๔-๕ พันบาท ได้ใบประกาศมาใบเดียว นอกนั้นก็มีความรู้สึกว่า ไม่ได้อะไรเลย

๒-๓ เดือนก่อน จอเสียเริ่มกลายเป็นสีแดงซีดๆ... พร้อมๆ กับโปรแกรมมีปัญหา ผู้เขียนก็ลงวินโดว์ซ่อม แต่ไม่ผ่าน... ก็เลยใช้วิธีเก่าโดยล้างเครื่องลงใหม่ แต่ครั้งนี้ไม่ผ่าน... ผ่านไป ๒-๓ วัน  จึงยกไปร้านที่สั่งซื้อมา (อยู่หน้าวัด) ร้านลงวินโดว์ให้ใหม่ ผู้เขียนนำมาใช้ไม่กิ่วันก็มีปัญหาอีก ลองลงซ่อมก็ไม่ผ่าน จึงล้างเครื่องอีก โชคดีผ่านจึงใช้มา ไม่กิ่วันก็มีปัญหาอีก... 

คิดตามประสาคนไม่รู้ว่า จอน่าจะไม่เกี่ยวกับโปรแกรม ? แต่ทำไมมันจึงมีปัญหาเร็วเกินไป เมื่อไปสอนหนังสือที่วัดคอหงส์จึงปรึกษากับท่านมหาสุพจน์ผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวของผู้เขียน ท่านก็ว่าคงจะไม่เกี่ยวกัน... ประมาณนี้

ตอนจอเสียใหม่ๆ (จอยังเหลือประกันอีกเดือน แต่มีงานต้องทำ ก็เลยขี้เกียจไปเครม)... คิดจะซื้อจอ LCD แต่ฟังว่าตอนนี้ของขาดตลาดขึ้นราคา ๒-๕ ร้อย ทุกยี้ห้อ ผู้เขียนก็เลยไม่อยากจะซื้อ (ช่วงนั้นปัจจัยมีอยู่เกือบสองหมื่นในย่าม พอที่จะซื้อได้เลย)... 

แต่เมื่อเครื่องรวนบ่อยๆ ทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยแน่ใจว่า จอเสียจะเป็นสาเหตุให้โปรแกรมเสียด้วยหรือไม่ ? จึงคิดจะซื้อจอใหม่ (แต่ตอนนี้มีอยู่ห้าพันเท่านั้น ยังซื้อไม่ได้ ต้องรอก่อน)     

เมื่อวานผู้เขียนไปสอนหนังสือที่วัดคอหงส์ ก็เจอท่านมหาสุพจน์ปิยมิตรของผู้เขียน... ท่านบอกว่า ท่านเล่าให้น้องสาวของท่านฟังเรื่องจอคอมฯ น้องสาวของท่านบอกว่าจะซื้อถวาย อย่าเพิ่งรีบซื้อ... และเมื่อคืนก่อน คุณโยมน้องสาวของท่านก็โทรมาบอกว่าซื้อแล้ว จะนำไปถวายพรุ่งนี้...

เย็นวันนี้ คุณโยมพร้อมท่านมหาสุพจน์และพระลูกศิษย์อีกรูปก็มาส่งผู้เขียนที่วัดพร้อมจอ LCD 19 นิ้ว เป็น HP w1907... พร้อมกันนั้น ท่านมหาสุพจน์ก็มีน้ำใจนำฮาร์ดดีสเก่าอีกตัวมาให้เพื่อผู้เขียนจะได้สำรองเอกสาร เมื่อจะต้องล้างเครื่องใหม่...

เครื่องรันไม่ผ่านตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งผู้เขียนปิดแล้วทิ้งไว้ ยังไม่ได้ตรวจ...ท่านมหาสุพจน์มาถึงก็ตรวจดูแล้วบอกว่า ฮาร์ดดีสเสีย ..จึง fomat ฮาร์ดดีสที่ท่านนำมาให้ แล้วก็ลงวินโดว์และโปรแกรมอื่นๆ ฉลองการใช้จอใหม่...

ท่านมหาสุพจน์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนบาลีเมื่่อเกือบยี่่สิบปีก่อน มีความชำนาญในการประกอบและใช้คอมฯ สูง... คุยกันวันนี้ทำให้ผู้เขียนมีความคิดเห็นใหม่ๆ ในการใช้คอมฯ ยิ่งขึ้น เช่น จอของท่านใช้มาสิบกว่าปีแล้วยังไม่เคยเสีย ใช้โพเวอร์ซัพพายตัวละสี่พันห้า ครั้งก่อนเมื่อเกิดฟ้าผ่าใกล้ๆ วัด ไฟดับ คอมฯ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เสียกันทั้งวัด ยกเว้นคอมฯ ของท่านไม่เสีย... ประมาณนี้

..... 

ผู้เขียนรู้สึกด้อยตั้งแต่เกิดอยู่อย่างหนึ่ง คือ ไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ผู้รู้ แม้กระทั้งเรื่องคอมฯ ก็เช่นเดียวกัน... วัดยางทองที่ผู้เขียนอยู่ มีผู้เขียนใช้คอมฯ และรู้เรื่่องอยู่รูปเดียวเท่านั้น... ผิดๆ โง่ๆ ก็ต้องมั่วไปเองตามสภาพ...ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนวิเคราะห์ตัวเองมานานแล้วว่าคงจะขาดบุญบารมีในด้านนี้มาตั้งแต่ชาติก่อนๆ เพราะเป็นอย่างนี้ตลอดตั้งแต่จำความได้ กล่าวคือ ไม่ได้อยู่กับผู้รู้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ผู้เขียนอยากรู้

ตอนหัวค่ำได้คุยกับกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ผู้เขียนมีความรู้สึกใหม่ว่า ในชาติก่อนผู้เขียนคงจะไม่ได้สร้างสมบารมีในวิชาการช่างหรือเทคโนโลยี่ไว้ จึงไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ได้ดั่งใจในเรื่องทำนองนี้้... 

ด้วยอานิสงส์การถวายจอ LCD ในครั้งนี้ ก็ขอให้คุณโยมผู้ถวายและท่านมหาสุพจน์ผู้ชักนำในการถวาย จงประสบความสำเร็จสมหวังในกิจกรรมทางศิืลปะที่ปรารถนาอย่างรวดเร็วและสูงยิ่งๆ ขึ้นไป (อย่าให้เหมือนกับผู้เขียนที่ไม่สามารถเรียนรู้ศิลปะการซ่อมและการใช้คอมฯ ดังเช่นปัจจุบัน)

อีกประการหนึ่ง ขอให้ทายกผู้ถวาย จงเจริญด้วยพร ๔ ประการ กล่าวคือ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ ทุกทิพาราตรีกาล... เทอญ....