ดีจริง...ที่เลือกได้

กมลวัลย์
  "เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย"   

ดอกหญ้า

ดีจริง ที่เลือกได้....

เมื่อสักครู่อ่านหนังสือหลวงปู่ฝากไว้* หยิบมาอ่านแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ละครั้งก็ได้ปัญญาในประเด็นต่างๆ กัน  วันนี้ เรื่องที่อ่านมีชื่อว่า "มีเวทนาหนักแต่ไม่หนักด้วยเวทนา" ซึ่งบรรยายเรื่องขณะที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กำลังอาพาธหนักอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องให้ออกซิเจนตลอด เพราะมีอาการอ่อนเพลียมาก...

เมื่อมีผู้เรียนถามว่า...

"หลวงปู่ยังมีเวทนาอยู่หรือ"

หลวงปู่ตอบว่า...

"เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย" 

 

สำหรับตัวเองแล้วสิ่งที่ท่านพูดไว้ในวันนั้น จับใจจริงๆ... ทำให้คิดย้อนมาดูเรื่องราวต่างๆ ในปีที่ผ่านมา..แล้วก็พบว่า...รู้สึกดีที่เลือกได้ ....

เลือกที่จะไม่ทุกข์ 

เลือกที่จะไม่ยึดติด

เลืือกที่จะไม่เสียดาย

เลือกที่จะไม่ผิดหวัง

เลือกที่จะเข้าใจในความไม่แน่นอน 

เลือกที่จะมีสติ

ความทุกข์ ความสุข ปัญหา ความผิดหวัง ความสมหวัง เป็นสิ่งที่มีอยู่คู่กับมนุษย์.. ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกไปอยู่กับสิ่งเหล่านั้น หรือวนเวียนจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นหรือไม่...

หรือจะเลือกที่จะเข้าใจสัจธรรม..ว่าสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน และรู้จักเข้าใจในไตรลักษณ์

 

ขอกราบขอบพระคุณ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ช่วยสั่งสอน ไม่ว่าจะได้เรียนรู้กับท่านด้วยวิํธีอ่าน วิธีฟัง วิธีพูดคุย หรือวิธีเขียน...


* หนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้" รวบรวมโดยพระครูนันทปัญญาภรณ์ ๒๕๒๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การปฏิบัติธรรม

คำสำคัญ (Tags)#หลวงปู่ฝากไว้#หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หมายเลขบันทึก: 123573, เขียน: 30 Aug 2007 @ 21:21, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 18:17, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 54, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (54)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 21:23
  • ตามมาศึกษษธรรมมะเป็นเพราะผมรู้น้อยเกินไป
  • แล้วก็ไม่ผิดหวัง
  • "มีเวทนาหนักแต่ไม่หนักด้วยเวทนา"
  • ขอบคุณครับ
ข้ามสีทันดร
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 21:33

สวัสดีครับพี่กมลวัลย์

ข้างนอกชุ่มฉ่ำด้วยฝน ข้างในเย็นฉ่ำใจด้วยธรรมเพราะอ่านบันทึกของพี่ครับ...ขอบคุณมากครับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 21:46

โอ้โห...P อ. ขจิต ฝอยทอง

ไวเป็นกามนิตหนุ่มเช่นเคยนะคะ ^ ^ 

ดูแล้วใช้เวลาไม่เกิน ๒ นาทีในการอ่านและให้ข้อคิดเห็น..หลังจากพี่เขียนเสร็จ 5555

ธรรมะหลวงปู่เรียบง่ายค่ะ เพราะจากคำบรรยายในหนังสือทราบว่าหลวงปู่เป็นคนพูดน้อย แต่คำพูดลึกซึ้ง..

ส่วนคำว่า มีเวทนาแต่ไม่หนักด้วยเวทนา นั้น น่าจะเป็นคำพูดของผู้รวบรวม (พระครูนันทปัญญาภรณ์) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่.. ลึกซึ้งมากๆ เช่นกันค่ะ..

ดีใจอ.ขจิตเข้ามาอ่านนะคะ ^ ^ 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 21:50

สวัสดีค่ะน้องกบ P ข้ามสีทันดร

พี่เองก็เย็นชุ่มฉ่ำใจเช่นกันค่ะ นิ่งๆ ว่างๆ ดี...

รู้สึกว่าว่างเว้นกับการเขียนบันทึกในสมุดนี้มานาน... เลยมาเขียนสักหน่อยค่ะ..  แต่รู้สึกก่อนเขียนจริงๆ ว่าดีจริง..ที่เลือกได้ค่ะ ^ ^ 

อ.ตุ๋ยคะ

เดี๋ยวพี่ขอกลับพิจารณาทุกขเวทยาของพี่ต่อที่บ้านนะคะ

อ่านแล้วทำให้มีสติ

ขอบคุณค่ะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 22:02

สวัสดีค่ะพี่อึ่งอ๊อบ P Miss somporn poungpratoom

ดีใจที่มีส่วนช่วยค่ะ พี่อึ่งอ๊อบทำงานดึกมากเลยนะคะ พักผ่อนมากๆ นะคะ เดี๋ยวเดินทางไกลแล้วจะเพลียหนักค่ะ...

แต่ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...ก็ยังดี..ที่เราเลือกได้นะคะ ^ ^

ใบบุญ
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 22:53
อ่านแล้ว บอกไม่ถูกว่าอย่างไร แต่ทราบว่า ดีจังค่ะ ขอบคุณค่ะ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 23:18

สวัสดีค่ะคุณ P ใบบุญ

ไม่จำเป็นต้องอธิบายความรู้สึกหรอกค่ะ  ตัวเองก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ เหมือนกัน ^ ^

ตอนนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 23:45

อ่านหนังสือเล่มเดียวกันเลยค่ะ ชอบมาก หยิบอ่านเสมอจนหนังสือเยินเชียวค่ะ

วันนี้กลับมาจากไปกรุงเทพมา คนทำงานบ้านมาถามว่า "คุณนุชคะ หนูเปิดอ่านหนังสือธรรมะเล่มเล็กๆ ที่คุณนุชวางไว้ หนูอ่านแล้วชอบ คิดว่าอ่านได้ จะขอยืมไปอ่านนะคะ" ฟังแล้วดีใจจริงๆที่เขาหันมาสนใจเองโดยเราไม่ต้องพร่ำบอก

หนังสือเล่มนี้เพื่อนให้มา พออ่านแล้วรีบโทรไปบอกเขาว่าชอบเหลือเกิน ชอบหยิบไปไหนๆด้วย อ่านแล้วค่อยๆคิดพิจารณา บางเรื่องอ่านแล้วยังได้หัวเราะด้วยนะคะ เพื่อนเลยบอกว่าจะเอามาให้อีกซักห้าสิบเล่ม ให้เราไว้แจกใครๆได้ต่อไป

บางทราย
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 00:06

ผมคงต้องฝึกอีกเยอะเลยครับอาจารย์ รู้อยู่ว่าเป็นธรรมชาติ แต่ยังเสวยมันนี่ซิ ฝึกอยากจริงๆ แต่ยังดีที่เห็นและวางไว้ให้เห็นตรงนั้น แม้ยังไปไม่ถึงก็ตาม ผมคิดอย่างนั้นครับ 

ดีจังครับ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 09:17

สวัสดีค่ะพี่นุช P คุณนายดอกเตอร์

เปลี่ียนรูปใหม่สดใสดีจังเลยค่ะ ^ ^

ดีใจที่มีเพื่อนร่วมทางจังเลยค่ะ ^ ^ ชอบหนังสือเล่มเดียวกันเลย...  เป็นหนังสือที่ดีเพราะเป็นเรื่องสั้นๆ ที่สื่อประเด็นธรรมะจากหลวงปู่อย่างชัดเจน ..ใครๆ ก็อ่านได้.. ต้องกราบขอบพระคุณท่านพระครูฯ ผู้รวบรวมคำพูดของหลวงปู่ให้เราได้อ่านกัน.. 

หนังสือเล่มนี้ได้มาจาก P อ.ศิริศักดิ์ ค่ะ ซึ่งถือเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของตัวน้องเลยค่ะ  เล่มที่อาจารย์ให้มานั้นพิมพ์ีปี ๒๘ที่สำนักพิมพ์วัดสังฆทาน..ไม่รู้ว่าเล่มใหม่ๆ ยังพิมพ์ที่นี่หรือเปล่า รูปหน้าปกเป็นรูปพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ค่ะ 

หนังสือเล่มนี้หากได้แจกใครไป น้องคิดว่าเป็นธรรมทานที่ประเสริฐมากค่ะ  เพราะอ่านง่าย และทำให้คนเกิดศรัทธาในพระธรรมและหลวงปู่ได้ไม่ยากเลยค่ะ  สนับสนุนให้แจกค่ะ   ^ ^  

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 11:00

แำหะๆ นี่ก็ยังต้องฝึกอีกมากค่ะพี่ P บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

เพราะว่าธรรมชาติของจิตนั้นซุกซนค่ะ ไม่ค่อยนิ่ง... ต้องคอยตามลิงตัวนี้ว่าจะไปซุกซนที่ใดบ้างค่ะ 5555

จริงๆ แล้วก็ประสบการณ์คล้ายๆ กันนะคะ คือยังดีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีจิตก็ถูกดึงเข้าไปในเหตุการณ์บ้าง บ้างครั้งก็เป็นการวางไว้แล้วดูเฉยๆ ค่ะ... 

ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะคะ ^ ^ 

daranee
IP: xxx.150.119.150
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 14:00

สวัสดีค่ะ อ.ตุ๋ย

              ติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์มานาน ขอชื่นชมว่าการเก็บประเด็นต่างๆที่เขียนในblog ที่มาจากชีวิตประจำวัน หรือหนังสือธรรม ล้วนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ใช้เตือนสติเป็นแนวทางการรักษาจิต ทำให้เราดำรงช๊วิตต่อไปให้ทุกข์น้อย

                ที่ชื่นชมมากคืออาจารย์เล่าว่าเรียนธรรมจากการอ่าน และลปรร จะสรุปได้ไหมคะว่าเป็นการสะสมมาจากอดีต......ขอชื่นชมค่ะ

                                       ดารณี

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 19:52

สวัสดีค่ะคุณดารณี

ขอบคุณที่ชมนะคะ ^ ^

ตัวเองโชคดีค่ะ มีครูบาอาจารย์มาสอนให้ถึงที่ทำงานเลย.. และได้ปฏิบัติเต็มๆ ใ่่นช่วงเวลาที่ต้องการธรรมะในการทำงานเป็นอย่างมาก..  P อ.ศิริศักดิ์ ได้เป็นผู้สั่งสอนให้แนวทาง ให้หนังสือ และให้คำปรึกษามาตลอด..ทำให้มีสติขึ้นมาก.. 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านบันทึกนะคะ ดีใจมากที่บันทึกมีประโยชน์ค่ะ เพราะอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองได้รับจากการปฏิบัติธรรมกับผู้ที่สนใจค่ะ 

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 23:59

สวัสดีครับ อ.กมลวัลย์

  • หนังสือเล่มนี้ผมก็เคยอ่าน  แต่เป็นฉบับ pdf ครับ  เพราะไม่สามารถหาซื้อตามท้องตลาดได้  น่าจะมีใครพิมพ์ขายนะครับ  จะได้รีบคว้ามาครอบครอง
  • หลวงปู่ดูลย์นั้นท่านชอบเน้นที่จิต  ท่านเป็นคนพูดน้อย  แต่ถ้าพูดแต่ละคำก็จับใจและต้องคิดกันหลายรอบ
  • และท่านจะมาในสไตล์เซ็นด้วยครับ
  • อยากบอกว่า "เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย" อ่านทีไรจับใจทุกที

ขอบคุณครับ

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 01 Sep 2007 @ 00:27

ขอเสริมอีกทีครับ

ที่ อาจารย์บอกว่าดีจริงที่เลือกได้ นั้น ผมว่าคงใช้ได้กับคนที่ปฏิบัติธรรม หรือศึกษาธรรมเท่านั้นกระมังครับ  เพราะคนที่ไม่สนเรื่องเหล่านี้เขาไม่รู้หรอกครับว่าเรามีทางเลือก

เมื่อไม่รู้ว่ามีทางเลือก  ก็ไม่ได้เลือก  เมื่อไม่ได้เลือกก็ต้องเสวยทุกข์กันไปครับ

สวัสดีครับ

* ป.ล. รู้สึกว่าช่วงนี้เทรนด์เสื้อดำจะมาแรงนะครับ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 01 Sep 2007 @ 09:39

สวัสดีค่ะคุณ P ธรรมาวุธ

คิดว่าน่าจะมีพิมพ์เป็นเล่มอีกนะคะ เห็นพี่นุช คุณนายดอกเตอร์ พูดถึงน่ะค่ะ 

เรื่องที่หลวงปู่พูดน้อยแต่ได้ประเด็นแบบจับใจนั้น เห็นได้ชัดเจนจากเรื่องที่รวบรวมในหนังสือเลยค่ะ อีกทั้งท่านพระครูฯ ผู้รวบรวมก็ได้บรรยายลักษณะนิสัยของหลวงปู่ไว้ชัดมาก จนเหมือนรู้จักหลวงปู่ผ่านการอ่านเลยค่ะ อาจจะพูดเกินไปสักนิด ^ ^ แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รู้ค่ะว่าเราคงจินตนาการไปเยอะเหมือนกัน 5555

ที่คุณ ธรรมาวุธ พูดถึงว่าคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมหรือไม่มีประสบการณ์อาจจะไม่รู้ว่าเลือกได้นั้น  เห็นด้วยค่ะ เพราะถ้าย้ิอนไปดูตัวเองสมัยก่อน ก็จะไม่รู้ว่าเลือกได้..

แต่ก่อนถ้ามีใครเอาไม้มาแหย่..ก็จะต้องตอบสนองด้วยเสียงร้องหรืออารมณ์ ไม่เคยรู้ว่าเราสามารถเลือกได้ ...  เดี๋ยวนี้... หากมีใครเอาไม้มาแหย่ ถ้าเราหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้ก็ต้องเข้าใจว่าต้องเจ็บ..เป็นเรื่องของสังขาร..แต่ต้องรักษาจิตไม่ให้เจ็บปวดโกรธแค้นสารพัดตามไปด้วย..

เรื่องเหล่านี้ยังเป็นเรื่องพูดง่่ายแต่ทำยากอยู่สำหรับตัวเองบ้าง..ที่ว่าทำยากเพราะตามไม่ทัน..ถ้าตามไม่ทันส่วนใหญ่อารมณ์จะเกิดขึ้นมาก่อน..พิจารณาไม่ทันค่ะ ^ ^  ก็คงยังฝึกต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาแลกเปลี่ยนนะคะ...อ้อ..เรื่องเทรนด์เสื้อดำนั้นเป็นเพราะไปงานสัมมนาที่เชียงใหม่ค่ะ พี่แป๋วถ่ายภาพให้ ก็เลยเอามาลงแทนรูปเดิมที่คนทักว่าไม่เหมือนตัวจริงค่ะ ^ ^ 

แอมแปร์
เขียนเมื่อ 01 Sep 2007 @ 21:40

สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์

ด้วยความระลึกถึงค่ะ ไม่ได้แวะมาเยี่ยมอาจารย์นานเลย  (จนอาจารย์เปลี่ยนไปหลายรูปแล้ว  แต่ยังดูใจดีเหมือนเดิมค่ะ)  อ่านที่อาจารย์เขียนถึงหนังสือของหลวงปู่ และอ่านความเห็นพี่นุชยิ่งทำให้อยากอ่านมากขึ้นอีก  การรับสารเรื่องธรรมมะบ่อยๆนี้ดีจริงๆค่ะ  อ่านแล้วรู้สึกอยากปฏิบัติตามด้วย  เรื่องเจริญสตินี้ดิฉันก็พยายามหัดอยู่  การตามดูใจตัวนี้สนุกดี ตอนที่รู้สึกว่าเราเป็นคนดู  จังหวะที่รู้สึกว่า "ทัน" นั้น ..มาแค่แว่บเดียวเองค่ะ  และน้อยครั้งที่จะทัน 

....แต่ก็ดีใจที่ได้ฝึกก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้อะค่ะ : )

หมอจิ้น
IP: xxx.123.13.246
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 08:30

สวัสดีครับอาจารย์

อ่านแล้วรู้สึก ว่า  เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ   เรามีสิทธิ์ ที่จะเลือกเป็น ได้โดยสมบูรณ์ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือก สุข  หรือเลือกทุกข์ ได้  ที่เหลือก็แล้วแต่เราจะเลือก เลือกมาแล้วก็ต้องยอมรับสิ่งที่เราเลือกมา

เพราะเราเท่านั้นเป็นคนเลือกมันเอง ขอบคุณมากครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 09:01

สวัสดีค่ะอาจารย์

ประโยคที่อาจารย์ยกขึ้นมา จับใจจริงๆ และเอาไว้เตือนสติตัวเองได้ทุกเวลาค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

 

"เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย" 

แหวว เข้ามาทบทวนและหาความรู้เพิ่มเติมในธรรมค่ะ...และก็ขออนุญาตนำ Blog เข้าแพลนเน็ตนะคะ

เข้ามาบอกว่า อาจารย์เขียนเรื่องการกำหนดเวทนาในโพชฌงค์ 7 ของบันทึกหนูแหวว ที่http://gotoknow.org/blog/kmforlife/124089

ลองไปอ่านดูนะครับ

naree suwan
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 16:32

เลืือกที่จะไม่เสียดาย

เลือกที่จะไม่ผิดหวัง

........

อ่านแล้วชอบมากคะ

อยากทำได้บ้างจัง

ขอบคุณคะรู้สึกเหมือนคุณอ่านหนังสือให้ฟัง

เป็นข้อคิดที่ดีมากนะคะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 20:50

สวัสดีค่ะ อ.P ดอกไม้ทะเล

ไม่ได้คุยกันนานจริงๆ ด้วยค่ะ แต่ยังคิดถึงอาจารย์อยู่เสมอนะคะ ^ ^

กำลังฝึกเจริญสติอยู่เหมือนกันเหรอคะ ... ดีจังเลยค่ะ ที่บอกว่า "ทัน" แบบแว่บๆ นั้น แรกๆ ก็จะเป็นแบบนั้นค่ะ ถ้าทำเรื่อยๆ พยายาม"ดู"เรื่อยๆ แล้ว ช่วงที่ดูทันจะนานขึ้นค่ะ

เวลา"ดู" ให้ดูตัวที่มันชัดๆ ใหญ่ๆ ก่อนนะคะ ตัวเองเริ่มจาก"ดู" โกรธค่ะ 5555 จริงๆ ค่ะ ตอนแรกฝึกจะหัดดูตอนโกรธแล้วค่ะ.. "ดู" แบบวิ่งเข้าห้องน้ำส่องกระจกดูหน้าตัวเองก็ได้ค่ะ (ถ้าทำได้นะคะ) จะเห็นหน้าตัวโกรธชัดเลยค่ะ  5555 หลังจากเริ่มทันความโกรธ (ตอนโกรธไปแล้ว) แล้ว หลังจากนั้นตัวเองถึงเริ่มเจริญสติดูมากขึ้น บางทีกำลังจะโกรธปั๊บ..จะรู้ตัวเลยค่ะ...แล้วมันจะระงับไปเองค่ะ เพราะเห็นแล้วว่าไร้สาระมากที่จะโกรธค่ะ.. 

เล่าสู่กันฟังค่ะ...ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ ^ ^  ขอให้"ดู"ทันมากขึ้นเรื่อยๆ นะคะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 21:08

สวัสดีค่ะคุณหมอจิ้น

ใช่เลยค่ะ..ตอนเขียนเรื่องนี้รู้สึกชัดมากเลยว่าเราเลือกได้.. แม้ปัจจุบันจะทำได้ไม่ทุกเรื่อง ... แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเราเองนั้น ถ้ามีสติ เราน่าจะเลือกได้..ถ้าเราเข้าใจและทันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น... 

ดังที่หลวงปู่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนมากว่า แม้นจะมีเวทนาหนักมาก แต่ท่านเลือกที่จะไม่เสวยเวทนานั้นเลย... 

ขอบคุณคุณหมอที่แวะมา ลปรร เสมอนะคะ 

 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 21:22

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ P sasinanda

ดีจริงๆ เลยนะคะคุณพี่.. ตอนแรกว่าจะหาเล่มจริงให้กับคุณพี่สักเล่ม แต่พอไปค้นในเน็ต พบว่ามีอยู่หลายแหล่งที่เขานำหนังสือเล่มนี้มาคัดลอกลงไว้ เช่นที่ หลวงปู่ฝากไว้ กับที่ หลวงปู่ฝากไว้  ค่ะ

คุณพี่ลองอ่านดูนะคะ เนื้อหาทั้งสองเวบเท่าที่ดูคร่าวๆ เหมือนในหนังสือที่มีอยู่ อาจมีต่างกันไปตรงข้อคิดเห็นของคนอื่นๆ ที่มาเพิ่มบ้างค่ะ 

ขอบคุณที่แวะเข้ามา ลปรร ค่ะ 

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 21:24
  • พี่ตุ๋ยคะ...
  • แวะมาอิ่มเอมกับธรรมะดีๆค่ะ
  • ได้ข้อคิดว่า "ทุกอย่างเราเลือกได้จริงๆ"
  • แต่ก็อยู่ที่ว่า เราจะเลือกทำหรือเปล่านะคะ
  • คิดถึงค่ะ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 21:43

สวัสดีค่ะคุณ แหวว P พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์ 

ยินดีมากเลยค่ะ (จริงๆ ไม่ต้องขอก็ได้..ตามสบายเลยค่ะ) เมื่อครู่แวะไปอ่านที่บันทึกบ้างแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ให้ข้อคิดเห็น..คงจะขออนุญาตนำสมุดเข้าบันทึกเหมือนกันนะคะ...

ขอบคุณที่แวะเข้ามา ลปรร นะคะ 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 21:48

สวัสดีค่ะ อ. P พิชัย กรรณกุลสุนทร

หนูตามไปอ่านมาแล้วค่ะอาจารย์ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ.. หนูเคยอ่านเรื่องโพชฌงค์ ๗ มาบ้างแล้วค่ะ หลวงพี่มหาชัยวุธ เคยเขียนถึงในบันทึกของท่านค่ะ.. 

แต่ก็เช่นเดิม..คือหนูไม่ค่อยแม่นเรื่องปริยัติ แต่พออ่านก็พอเข้าใจและพอสัมผัสได้ค่ะ..  ^ ^

ขอบคุณอาจารย์ที่แวะเข้ามาเติมเต็มนะคะ เห็นว่างานยุ่งมากแล้วกำลังจะเดินทางไม่ใช่หรือคะ เดินทางปลอดภัยนะคะอาจารย์...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:02

สวัสดีค่ะคุณ P naree suwan

ขอบคุณที่ชอบเนื้อหาในบันทึกนะคะ ดีใจค่ะ ^ ^

การดำรงชีวิตอยู่ของเรามีทางเลือกเยอะเลยค่ะ.. แต่บางทีเราปล่อยให้สิ่งภายนอกมาควบคุมจิตใจเรามากไป เราก็เลยเกิดความเสียดายบ้าง ผิดหวังบ้าง เป็นธรรมดาค่ะ..

ที่ดีมากคือ.. ถ้าเรารู้ทัน เข้าใจในความไม่แน่นอน เข้าใจในไตรลักษณ์..แล้วมีสติ..เราจะรู้ทันและจะเลือกได้ค่ะ..

การเลือกได้นั้น...ไม่ใช่ทำได้ทันทีนะคะ ตัวเองก็ยังมีความรู้สึกเป็นปุถุชนทั่วไปน่ะค่ะ ร้อน หนาว ยังรู้สึก มีคนมาแกล้งก็รู้สึก.. เสียดายของ หรือผิดหวัง อะไรๆ ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ.. แต่จะเป็นไม่นานค่ะ..แล้วพอเราคิดได้ว่ามันไม่จีรังอยู่แล้ว..เราก็จะเข้าใจแล้วก็ไม่เสียดายและผิดหวังค่ะ

ลองทำดูนะคะ..เวลาเกิดความรู้สึกหรืออารมณ์อะไรหนักๆ ให้พิจารณาดูสาเหตุว่า..อารมณ์นั้นเกิดจากอะไร.. พอเห็นสาเหตุแล้วว่ามาจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น จากคนอื่นๆ หรือของนอกกาย..ให้คิดดูว่าเราไปเปลี่ยนเขาหรือสภาวะของสิ่งนอกกายนั้นได้ไหม.. จะเห็นเลยว่าเปลี่ยนแทบไม่ได้ทั้งนั้น.. ดังนั้น..ป่วยการเสียดายหรือผิดหวังใช่ไหมคะ... 

เขียนตอบเสียยืดยาว..หวังว่าคงไม่งงนะคะ 5555

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ ยินดีต้อนรับนะคะ... 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:06

สวัสดีค่ะน้อง P ลูกหว้า

จริงค่ะน้อง..ทุกอย่างเราเลือกได้ค่ะ..อาจฟังดูเกินไป..แต่ทุกข์หรือสุขนั้นเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นในจิตใจของเราทั้งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ใด..ดังนั้น "เราเลือกได้" ถ้าเราคิดที่จะเลือกมีสติค่ะ 

คิดถึงเหมือนกันนะจ๊ะ...กอดหลายๆ ทีค่ะ ^ ^ 

สวัสดีค่ะ น้องตุ๋ย

  • ขอบคุณเหลือเกินที่สามารถถ่ายทอดภาษาธรรม แบบที่พี่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆค่ะ...ทำให้บัวใต้ดินอย่างพี่พอจะโผล่ออกมาได้บ้างเพราะเห็นช่องทาง   ไม่งั้นแสงไฟพยายามส่องเท่าไหร่พี่ก็มองไม่เห็น...
  • ขอบคุณค่ะ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 22:17

สวัสดีค่ะพี่ติ๋วP กฤษณา สำเร็จ

ขอบคุณที่ชมค่ะศิษย์พี่ ^ ^ พอดีอ่านหนังสือแล้วชอบที่หลวงปู่สอนไว้มากๆ เลยค่ะ อ่านแล้วตรงใจ รู้สึกดีๆ ก็ต้องเอามาแบ่งปันกับพี่น้องชาวบล็อกค่ะ ^ ^

ถ้าสนใจทั้งเล่ม ลองไปที่ลิงค์นี้นะคะ  หลวงปู่ฝากไว้ กับที่ หลวงปู่ฝากไว้ หนังสือแบ่งเป็นเรื่องสั้นๆ ง่ายๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ ที่ตุ๋ยเอามาเขียนเนี่ยก็เกือบลอกมาเต็มเรื่องแล้ว เพราะเรื่องหลักๆ ก็คือประโยคที่หลวงปู่ตอบว่า "เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย" นั่นแหละค่ะ ^ ^

ตุ๋ยคิดว่าเราเป็นบัวเหล่ากอเดียวกันแน่นอนค่ะ ไม่ต่างกันหรอกค่ะ ไม่เชื่อถามศิษย์พี่ใหญ่สิคะ ^ ^ 

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 22:56
ผมมีฉบับ PDF นะครับ ใครสนใจก็เมล์มาได้ครับ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 23:06

ขอบคุณมากเลยค่ะคุณP ธรรมาวุธ 

ประกาศ ค่า....

ใครต้องการหนังสือหลวงปู่ฝากไว้ฉบับ PDF ให้email ไปหาคุณ ธรรมาวุธ ได้เลยนะคะ  ^ ^

sompornp
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 17:23

เลือกที่จะไม่ทุกข์ 

เลือกที่จะไม่ยึดติด

เลืือกที่จะไม่เสียดาย

เลือกที่จะไม่ผิดหวัง

เลือกที่จะเข้าใจในความไม่แน่นอน 

เลือกที่จะมีสติ

 

วันนี้อยากเลือกหลาย ๆ อย่างเข้ามาใช้ชีวิต  สุดท้ายแล้ว เลือกที่จะมีสติ  เพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง ไม่เสียดาย ไม่ยึดติด และไม่ทุกข์  ในความไม่แน่นอนค่ะ

จริยา
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 18:24

 

สวัสดีค่ะ  ดร.กมลวรรณ

    ครูตุ้มก็ชอบอ่านคำสอนของหลวงปู่เช่นเดียวกัน  อ่านทีไรประทับใจทุกครั้ง  เช่น  คติธรรมของท่านมีว่า

      คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี   เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่

ผู้ปฎิบัติธรรมต้องปฎิบัติถึงสิ่งที่ไม่มี  และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี

     ถ้าเราไม่มีธรรม   เราจะอยู่อย่างสันติสุขได้อย่างไรคะ

  • แวะมาทักทายและอ่านให้เกิดสุขค่ะ...
  • ขอบคุณศิษย์น้องรองค่ะ...เป็นคนดีเสมอ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 22:10

สวัสดีค่ะพี่อึ่งอ๊อบ

เพิ่งได้ good night message ไปหยกๆ ; D  ดีจังค่ะ

คืนนี้สอนดึก เพิ่งกลับมาบ้านค่ะ ^ ^ 

เรามีทางเลือกในหนึ่งวันเยอะไปหมดใช่ไหมคะ.. แต่เลือกที่จะมีสตินี่แหละแจ๋วค่ะ  ^ ^  เพราะการมีสติ คือการที่เราเลือกอยู่กับปัจจุบัน ได้คิด ได้วิเคราะห์เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น .. สร้างเสริมปัญญาได้อีกค่ะ  ^ ^

วันนี้ทำงานเยอะมาก เหนื่อยเหมือนกัน แต่จิตใจสดใสมากค่ะ แม้งานจะยังไม่เสร็จ 55555 

หลับฝันดีนะคะ... 

 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 22:14

สวัสดีค่ะคุณครูตุ้ม P จริยา

หลวงปู่ท่านสอนดีมากเลยนะคะ เพราะเราได้ความรู้สึกเหมือนกันเลย.. อ่านทีไร..ได้อะไรใหม่ๆ ทุกครั้งเลยค่ะ ^ ^ 

ประโยคที่คุณครูยกมานั้น ดิฉันก็ประทับใจมากค่ะ  

      คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี   เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่

ผู้ปฎิบัติธรรมต้องปฎิบัติถึงสิ่งที่ไม่มี  และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี

สมัยก่อนนะคะ... ไม่เข้าใจหรอกค่ะ ว่า"สิ่งที่ไม่มี" น่ะมันคืออะไร..ตอนนี้พอจะเ้ข้าใจบ้างแล้วค่ะ ...

แล้วก็แน่นอนว่า หากไม่มีธรรม คงจะอยู่อย่างสันติยาก.. แค่อยู่กับตัวเองก็ยากแล้ว อยู่กับสังคมที่ไม่มีธรรมด้วยคงอยู่ยากมากๆ เลยค่ะ 

ขอบคุณนะคะ ที่นำสอนดีๆ มาแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันฟัง.. ^ ^ 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 22:17

สวัสดีึค่ะพี่หญิงใหญ่ P กฤษณา สำเร็จ

อ่านแล้วอย่าลืมเอาไปใช้ด้วยนะคะ อิ อิ 

หลับฝันดีนะคะ  ^ ^  เดี๋ยวจะไปดูว่าวันนี้พี่ติ๋วขึ้นบันทึกใหม่หรือเปล่า...

Sasinand
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 22:19

สวัสดีค่ะ

การที่เราหลงไปยึดติดผูกพันกับอะไรต่ออะไรมากไปเพราะมีอุปทานเข้าไปยึดถือค่ะ

ถ้าจะตัดอุปทาน พระท่านให้ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องตัดค่ะ

การพูดก็พูดง่าย แต่การกระทำๆยากค่ะ

เพียงแต่ใครจะยึดติดมากกว่าใครเท่านั้น

พี่เองพยายามไม่ยึดติด จริงๆก็ไม่ยึดติดมากนัก

เพียงแต่ ตัวเรา ยังเป็นที่รักที่ต้องการของบางคน เราจึงต้องติดหนึบอยู่อย่างนี้ละค่ะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 23:01

สวัสดีค่ะึคุณพี่ศศินันท์ P sasinanda

น้องก็ยังติดอยู่หลายเรื่องด้วยกันค่ะ .. ^ ^

ที่ยกตัวอย่างในบันทึกหมายถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่ทำให้คนทุกข์มากๆ เพราะยังยึดติดอยู่น่ะค่ะ เช่น .. ยึดติดกับความต้องการในทรัพย์ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มากเกินพอแล้ว.. หรือบางทีการยึดติดกับ ความสวยงาม ตัวบุคคล การคาดหวัง หรืออุปาทานอย่างที่คุณพี่ว่า ก็น่ากลัวค่ะ..

ตอนนี้ตัวเองก็ยังติดกับ(ดัก)ของตัวเองอยู่บ้างค่ะ .. รู้ๆ ว่ายังยึดอยู่..แต่ก็เป็นเรื่องละเอียดที่เอาออกค่อนข้างยากแล้ว..แต่ก็ยังพยายามอยู่ค่ะ คงคล้ายๆ กันกับที่คุณพี่เล่าไว้น่ะค่ะ.. ^ ^   

แวะมาเยี่ยมค่ะ...ศิษย์น้องรอง...งานยุ่งมากไหมคะ...สบายดีนะคะ ..........คิดถึงค่ะ....พี่ติ๋ว.
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 15:24

สวัสดีค่ะพี่ติ๋ว กฤษณา สำเร็จ

เพิ่งเร่งสอนเสร็จค่ะ ... เดี๋ยวก็กำลังจะออกเดินทางไปสนามบินค่ะ ... ^ ^

งานยุ่งพอควรค่ะ ร่างกายโทรม แต่ใจร่าเริงดีค่ะ อิอิ ^ ^ 

เพิ่งทดลอง cbox เมื่อคืน พี่ติ๋วลองใช้ดูก็ได้นะคะ อยู่column ข้างๆข้อความนี้แหละค่ะ เลียนแบบน้องเล็กค่ะ ^ ^

คิดถึงเช่นกันนะคะ  big hug ค่ะ...  ^ ^ 

Little Jazz
เขียนเมื่อ 07 Sep 2007 @ 02:24
หนูเลือกที่จะไม่ทุกข์ บางทีไม่รู้จะทุกข์ไปหาอะไร ทุกข์แล้วก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น ใช้วิธีหาทางแก้ปัญหา หรือถ้าไม่คอขาดบาดตายก็ทำเป็นลืมๆ มันไป หรือมองให้เป็นเรื่องธรรมดา ก็ทำให้หายทุกข์ไปได้ค่ะ

พอเกิดปัญหา ชอบเอากระดาษมานั่งเขียนเลย หาวิธีต่างๆ ในการจัดการ ไล่ลำดับว่าทำนั่นจะเป็นนี้ ทำนี่จะเป็นผลอย่างนั้น แล้วเอามาประมวลดูว่าทำยังไงถึงจะเกิดผลกระทบน้อยที่สุด และช่วยบรรเทาปัญหาลง  เขียนเหมือน site map ของเว็บเลยล่ะ ^ ^ แต่ใช้ได้จริงๆ นะ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเลยค่ะ

กลุ้มแล้วตีอกชกหัวไปก็เท่านั้น แต่ก่อนเป็นมาก เดี๋ยวนี้ชักจะหายเพราะคิดหาวิธีได้แล้ะ ชีวิตเลยมีความสุขขึ้น : )
Conductor
เขียนเมื่อ 07 Sep 2007 @ 02:53

นอกจากเลือกที่จะไม่ทุกข์แล้ว ยังสามารถเลือกที่จะเป็นประโยชน์ได้อีกนะครับ

เมื่อตอนเย็น ได้คุยกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง คุยกันถึงว่าหลายคนต้องการจะเป็น somebody (ในความหมายนี้แปลว่าเป็นคนสำคัญ) แต่กลับทำแต่การประชาสัมพันธ์ตัวเองเพื่อที่จะให้ได้เป็น somebody โดยที่เนื่อแท้แล้ว เขาเป็นเพียง nobody เท่านั้นเอง

อันนี้ตรงกันข้ามกับการเป็น nobody ที่คนอื่นตระหนักได้ถึงประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ เมื่อนั้นเราเป็น somebody โดยไม่ต้องไปโฆษณาตัวเองกับใครนะครับ ไม่ต้องหลอกตัวเองด้วย

ถ้าเราทำดีแต่ต้องพึ่งการประชาสัมพันธ์ตัวเองเพื่อให้คนอื่นรู้ว่าเราดี สิ่งที่เราคิดว่าดีแล้วนั้น ดีจริงหรือไม่ ถ้าดีจริงทำไมคนอื่นมองไม่เห็น

sompornp
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 07 Sep 2007 @ 03:24

"อปัณณกปฏิปทา ปฏิบัติไม่ผิด

ปฏิบัติเป็นความราบรื่นดีงาม

เวลาทำงานให้ทำจริง ๆ

อย่ามาห่วงการพักผ่อนนอนหลับ"

หลวงตาบัว.......

 

วันนี้จึงต้องตื่นมาเพียรในภารกิจที่คั่งค้าง (อย่าห่วงการพักผ่อนนอนหลับ....แอบหาว...หาว...หาว....สามหาวอีกแล้ว)

คิดถึงค่ะ

อ.ตุ๋ยคะ

ไปเป็นกำลังใจให้เพื่อนด้วยกันค่ะ ที่นี่ค่ะ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 08 Sep 2007 @ 10:45

ศิษย์พี่หญิงใหญ่ P

ขอบคุณที่นึกถึง และเป็นห่วงค่ะ เพิ่งเห็นว่ามีคนมาเยี่ยมในบันทึกนี้เยอะ สบายดีค่ะ ขอบคุณนะคะ ^ ^

 

ศิษย์น้องเล็ก  P 

ถูกต้องแล้วจ้า...นับว่าเจ้ามีวิทยายุทธสูงนัก รู้จักเลือกดีเช่นนี้ ศิษย์พี่ทุกคนย่อมภูิมิใจ นับถือๆ ^ ^   และนับว่าวิธีแก้ทุกข์ของเจ้าเป็นระบบดียิ่งนัก (ไม่รู้เขียนเป็น mind mapping หรือ decision tree หรือเปล่า 5555) สมกับเป็นคนที่คิดเป็นระบบจริงๆ แต่ศิษย์พี่รองใช้วิธีพิจารณาในหัวแทน.. ดู ไป ดู มา แล้วดีขึ้น ชีวิตเลยซำบายแฮเหมือนกัน ^ ^  

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 08 Sep 2007 @ 11:08

สวัสดีค่ะคุณ Conductor

ใช่เลยค่ะ เราสามารถเลือกที่จะเป็นประโยชน์ได้.. ประเด็นที่คุณ Conductor ยกมานั้นดีมากเลยค่ะ เพราะการเลือกที่จะไม่ทุกข์ ไม่ยึดติด ไม่เสียดาย และไม่เสียใจนั้น ไม่ได้แปลว่าเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย ^ ^

ชอบที่ท่านพุทธทาสท่านกล่าวไว้ จากบันทึก ช่องว่างระหว่างความรู้และการกระทำ  ว่า "เราไม่สามารถถึงกับพลิกแผ่นดิน เราสามารถเพียงทำไปเรื่อยๆ ตามสติกำลัง มีผลเท่าไร ก็เอาเท่านั้น "

ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเติมเต็มความหมายของการเลือกให้ค่ะ ^ ^ 

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 08 Sep 2007 @ 11:12

สวัสดีค่ะพี่ิึอึ่งอ๊อบ P

ไปให้กำลังใจมาแล้วนะคะ (ตั้งแต่เมื่อคืน) รู้สึกว่าจะคลายทุกข์แล้วล่ะค่ะตอนนี้ ^ ^

วันนี้วันเสาร์แล้ว หวังว่าคงได้พักผ่อนบ้างนะคะ ทำงานหนักตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ (บางทีก็คงเสาร์ด้วยใช่ไหม ^ ^) 

ตุ๋ยเองก็ยังงานค้างเพียบ.. มีพี่อึ่งอ๊อบมาเืตือน เป็นตัวอย่างที่ดีอีกตังหาก... อิอิ จะรีบไปทำงานต่อแล้วค่ะ  ^ ^  ดีใจที่ได้คุยด้วยเืมื่อคืนนะคะ เสียงพี่สดใสดี ฟังแล้วชื่นใจ ^ ^ 

 

kmsabai
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 00:13

สวัสดีครับอาจารย์

  แวะมาเยี่ยมและตามอ่านความเห็นท่านผู้รู้ต่างๆที่เข้ามาลปรรครับ

  เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วครับที่ผมเอาเล่มนี้ไปวางไว้ที่ห้องตรวจครับ

  แบบว่าก่อนเริ่มทำงานก็เปิดอ่านอย่างน้อยหนึ่งประเด็น  ก็รู้สึกดีและมีกำลังใจมากๆครับ

  เป็นการกำหนดสติเหมือนกันว่า  ถ้ามีสติก็ต้องเปิดอ่านก่อนเริ่มทำงาน  เช้า  บ่ายครับ(ทำเหมือนออกรบเลยนะครับ^_^)

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 08:52

สวัสดีค่ะน้องหมอสุพัฒน์ kmsabai

พี่ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่กระตุ้นเตือนสติเราได้ดีมากทีเดียวค่ะ อ่านทีไรได้อะไรใหม่ๆ ทุกที แม้ว่าจะอ่านแล้วหลายครั้ง เพราะเราสามารถนำสิ่งที่หลวงปู่ได้กล่าวไว้สั้นๆ มายึดเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี    ถูกแล้วค่ะที่ตั้งใจอ่านก่อนทำงานทุกวัน ^ ^    ของพี่เอาวางไว้ที่บ้าน หยิบมาอ่านบ่อยๆ เพื่อเตือนสติเหมือนกันค่ะ 

พี่ว่าที่น้องบอกว่าเหมือนกับออกรบนั้น พี่เห็นด้วยค่ะ ว่าเราต้องรบกับจิตใจพอสมควร ^ ^ มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละวันค่ะ หลายวันนี้ก็มีเรื่องให้เห็นเหมือนตะกอนแขวนลอยอยู่ในใจอยู่บ้าง ยังตักออกไม่หมด ได้แต่ดูตะกอนลอยไปลอยมาค่ะ ^ ^

ขอบคุณที่แวะเข้ามา ลปรร นะคะ