"เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย"
ดีจริง ที่เลือกได้....
เมื่อสักครู่อ่านหนังสือหลวงปู่ฝากไว้* หยิบมาอ่านแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ละครั้งก็ได้ปัญญาในประเด็นต่างๆ กัน วันนี้ เรื่องที่อ่านมีชื่อว่า "มีเวทนาหนักแต่ไม่หนักด้วยเวทนา" ซึ่งบรรยายเรื่องขณะที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กำลังอาพาธหนักอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องให้ออกซิเจนตลอด เพราะมีอาการอ่อนเพลียมาก...
เมื่อมีผู้เรียนถามว่า...
"หลวงปู่ยังมีเวทนาอยู่หรือ"
หลวงปู่ตอบว่า...
"เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย"
สำหรับตัวเองแล้วสิ่งที่ท่านพูดไว้ในวันนั้น จับใจจริงๆ... ทำให้คิดย้อนมาดูเรื่องราวต่างๆ ในปีที่ผ่านมา..แล้วก็พบว่า...รู้สึกดีที่เลือกได้ ....
เลือกที่จะไม่ทุกข์
เลือกที่จะไม่ยึดติด
เลืือกที่จะไม่เสียดาย
เลือกที่จะไม่ผิดหวัง
เลือกที่จะเข้าใจในความไม่แน่นอน
เลือกที่จะมีสติ
ความทุกข์ ความสุข ปัญหา ความผิดหวัง ความสมหวัง เป็นสิ่งที่มีอยู่คู่กับมนุษย์.. ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกไปอยู่กับสิ่งเหล่านั้น หรือวนเวียนจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้นหรือไม่...
หรือจะเลือกที่จะเข้าใจสัจธรรม..ว่าสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน และรู้จักเข้าใจในไตรลักษณ์์

สวัสดีครับพี่กมลวัลย์
ข้างนอกชุ่มฉ่ำด้วยฝน ข้างในเย็นฉ่ำใจด้วยธรรมเพราะอ่านบันทึกของพี่ครับ...ขอบคุณมากครับ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
โอ้โห...
อ. ขจิต ฝอยทอง
ไวเป็นกามนิตหนุ่มเช่นเคยนะคะ ^ ^
ดูแล้วใช้เวลาไม่เกิน ๒ นาทีในการอ่านและให้ข้อคิดเห็น..หลังจากพี่เขียนเสร็จ 5555
ธรรมะหลวงปู่เรียบง่ายค่ะ เพราะจากคำบรรยายในหนังสือทราบว่าหลวงปู่เป็นคนพูดน้อย แต่คำพูดลึกซึ้ง..
ส่วนคำว่า มีเวทนาแต่ไม่หนักด้วยเวทนา นั้น น่าจะเป็นคำพูดของผู้รวบรวม (พระครูนันทปัญญาภรณ์) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่.. ลึกซึ้งมากๆ เช่นกันค่ะ..
ดีใจอ.ขจิตเข้ามาอ่านนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะน้องกบ
ข้ามสีทันดร
พี่เองก็เย็นชุ่มฉ่ำใจเช่นกันค่ะ นิ่งๆ ว่างๆ ดี...
รู้สึกว่าว่างเว้นกับการเขียนบันทึกในสมุดนี้มานาน... เลยมาเขียนสักหน่อยค่ะ.. แต่รู้สึกก่อนเขียนจริงๆ ว่าดีจริง..ที่เลือกได้ค่ะ ^ ^
อ.ตุ๋ยคะ
เดี๋ยวพี่ขอกลับพิจารณาทุกขเวทยาของพี่ต่อที่บ้านนะคะ
อ่านแล้วทำให้มีสติ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อึ่งอ๊อบ
Miss somporn poungpratoom
ดีใจที่มีส่วนช่วยค่ะ พี่อึ่งอ๊อบทำงานดึกมากเลยนะคะ พักผ่อนมากๆ นะคะ เดี๋ยวเดินทางไกลแล้วจะเพลียหนักค่ะ...
แต่ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...ก็ยังดี..ที่เราเลือกได้นะคะ ^ ^
อ่านแล้ว บอกไม่ถูกว่าอย่างไร แต่ทราบว่า ดีจังค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
ใบบุญ
ไม่จำเป็นต้องอธิบายความรู้สึกหรอกค่ะ ตัวเองก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ เหมือนกัน ^ ^
ตอนนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ
อ่านหนังสือเล่มเดียวกันเลยค่ะ ชอบมาก หยิบอ่านเสมอจนหนังสือเยินเชียวค่ะ
วันนี้กลับมาจากไปกรุงเทพมา คนทำงานบ้านมาถามว่า "คุณนุชคะ หนูเปิดอ่านหนังสือธรรมะเล่มเล็กๆ ที่คุณนุชวางไว้ หนูอ่านแล้วชอบ คิดว่าอ่านได้ จะขอยืมไปอ่านนะคะ" ฟังแล้วดีใจจริงๆที่เขาหันมาสนใจเองโดยเราไม่ต้องพร่ำบอก
หนังสือเล่มนี้เพื่อนให้มา พออ่านแล้วรีบโทรไปบอกเขาว่าชอบเหลือเกิน ชอบหยิบไปไหนๆด้วย อ่านแล้วค่อยๆคิดพิจารณา บางเรื่องอ่านแล้วยังได้หัวเราะด้วยนะคะ เพื่อนเลยบอกว่าจะเอามาให้อีกซักห้าสิบเล่ม ให้เราไว้แจกใครๆได้ต่อไป
ผมคงต้องฝึกอีกเยอะเลยครับอาจารย์ รู้อยู่ว่าเป็นธรรมชาติ แต่ยังเสวยมันนี่ซิ ฝึกอยากจริงๆ แต่ยังดีที่เห็นและวางไว้ให้เห็นตรงนั้น แม้ยังไปไม่ถึงก็ตาม ผมคิดอย่างนั้นครับ
ดีจังครับ
สวัสดีค่ะพี่นุช
คุณนายดอกเตอร์
เปลี่ียนรูปใหม่สดใสดีจังเลยค่ะ ^ ^
ดีใจที่มีเพื่อนร่วมทางจังเลยค่ะ ^ ^ ชอบหนังสือเล่มเดียวกันเลย... เป็นหนังสือที่ดีเพราะเป็นเรื่องสั้นๆ ที่สื่อประเด็นธรรมะจากหลวงปู่อย่างชัดเจน ..ใครๆ ก็อ่านได้.. ต้องกราบขอบพระคุณท่านพระครูฯ ผู้รวบรวมคำพูดของหลวงปู่ให้เราได้อ่านกัน..
หนังสือเล่มนี้ได้มาจาก
อ.ศิริศักดิ์ ค่ะ ซึ่งถือเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของตัวน้องเลยค่ะ เล่มที่อาจารย์ให้มานั้นพิมพ์ีปี ๒๘ที่สำนักพิมพ์วัดสังฆทาน..ไม่รู้ว่าเล่มใหม่ๆ ยังพิมพ์ที่นี่หรือเปล่า รูปหน้าปกเป็นรูปพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ค่ะ
หนังสือเล่มนี้หากได้แจกใครไป น้องคิดว่าเป็นธรรมทานที่ประเสริฐมากค่ะ เพราะอ่านง่าย และทำให้คนเกิดศรัทธาในพระธรรมและหลวงปู่ได้ไม่ยากเลยค่ะ สนับสนุนให้แจกค่ะ ^ ^
แำหะๆ นี่ก็ยังต้องฝึกอีกมากค่ะพี่
บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
เพราะว่าธรรมชาติของจิตนั้นซุกซนค่ะ ไม่ค่อยนิ่ง... ต้องคอยตามลิงตัวนี้ว่าจะไปซุกซนที่ใดบ้างค่ะ 5555
จริงๆ แล้วก็ประสบการณ์คล้ายๆ กันนะคะ คือยังดีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีจิตก็ถูกดึงเข้าไปในเหตุการณ์บ้าง บ้างครั้งก็เป็นการวางไว้แล้วดูเฉยๆ ค่ะ...
ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะ อ.ตุ๋ย
ติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์มานาน ขอชื่นชมว่าการเก็บประเด็นต่างๆที่เขียนในblog ที่มาจากชีวิตประจำวัน หรือหนังสือธรรม ล้วนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ใช้เตือนสติเป็นแนวทางการรักษาจิต ทำให้เราดำรงช๊วิตต่อไปให้ทุกข์น้อย
ที่ชื่นชมมากคืออาจารย์เล่าว่าเรียนธรรมจากการอ่าน และลปรร จะสรุปได้ไหมคะว่าเป็นการสะสมมาจากอดีต......ขอชื่นชมค่ะ
ดารณี
สวัสดีค่ะคุณดารณี
ขอบคุณที่ชมนะคะ ^ ^
ตัวเองโชคดีค่ะ มีครูบาอาจารย์มาสอนให้ถึงที่ทำงานเลย.. และได้ปฏิบัติเต็มๆ ใ่่นช่วงเวลาที่ต้องการธรรมะในการทำงานเป็นอย่างมาก..
อ.ศิริศักดิ์ ได้เป็นผู้สั่งสอนให้แนวทาง ให้หนังสือ และให้คำปรึกษามาตลอด..ทำให้มีสติขึ้นมาก..
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบันทึกนะคะ ดีใจมากที่บันทึกมีประโยชน์ค่ะ เพราะอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองได้รับจากการปฏิบัติธรรมกับผู้ที่สนใจค่ะ
สวัสดีครับ อ.กมลวัลย์
ขอบคุณครับ
ขอเสริมอีกทีครับ
ที่ อาจารย์บอกว่าดีจริงที่เลือกได้ นั้น ผมว่าคงใช้ได้กับคนที่ปฏิบัติธรรม หรือศึกษาธรรมเท่านั้นกระมังครับ เพราะคนที่ไม่สนเรื่องเหล่านี้เขาไม่รู้หรอกครับว่าเรามีทางเลือก
เมื่อไม่รู้ว่ามีทางเลือก ก็ไม่ได้เลือก เมื่อไม่ได้เลือกก็ต้องเสวยทุกข์กันไปครับ
สวัสดีครับ
* ป.ล. รู้สึกว่าช่วงนี้เทรนด์เสื้อดำจะมาแรงนะครับ
สวัสดีค่ะคุณ
ธรรมาวุธ
คิดว่าน่าจะมีพิมพ์เป็นเล่มอีกนะคะ เห็นพี่นุช คุณนายดอกเตอร์ พูดถึงน่ะค่ะ
เรื่องที่หลวงปู่พูดน้อยแต่ได้ประเด็นแบบจับใจนั้น เห็นได้ชัดเจนจากเรื่องที่รวบรวมในหนังสือเลยค่ะ อีกทั้งท่านพระครูฯ ผู้รวบรวมก็ได้บรรยายลักษณะนิสัยของหลวงปู่ไว้ชัดมาก จนเหมือนรู้จักหลวงปู่ผ่านการอ่านเลยค่ะ อาจจะพูดเกินไปสักนิด ^ ^ แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รู้ค่ะว่าเราคงจินตนาการไปเยอะเหมือนกัน 5555
ที่คุณ ธรรมาวุธ พูดถึงว่าคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมหรือไม่มีประสบการณ์อาจจะไม่รู้ว่าเลือกได้นั้น เห็นด้วยค่ะ เพราะถ้าย้ิอนไปดูตัวเองสมัยก่อน ก็จะไม่รู้ว่าเลือกได้..
แต่ก่อนถ้ามีใครเอาไม้มาแหย่..ก็จะต้องตอบสนองด้วยเสียงร้องหรืออารมณ์ ไม่เคยรู้ว่าเราสามารถเลือกได้ ... เดี๋ยวนี้... หากมีใครเอาไม้มาแหย่ ถ้าเราหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้ก็ต้องเข้าใจว่าต้องเจ็บ..เป็นเรื่องของสังขาร..แต่ต้องรักษาจิตไม่ให้เจ็บปวดโกรธแค้นสารพัดตามไปด้วย..
เรื่องเหล่านี้ยังเป็นเรื่องพูดง่่ายแต่ทำยากอยู่สำหรับตัวเองบ้าง..ที่ว่าทำยากเพราะตามไม่ทัน..ถ้าตามไม่ทันส่วนใหญ่อารมณ์จะเกิดขึ้นมาก่อน..พิจารณาไม่ทันค่ะ ^ ^ ก็คงยังฝึกต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาแลกเปลี่ยนนะคะ...อ้อ..เรื่องเทรนด์เสื้อดำนั้นเป็นเพราะไปงานสัมมนาที่เชียงใหม่ค่ะ พี่แป๋วถ่ายภาพให้ ก็เลยเอามาลงแทนรูปเดิมที่คนทักว่าไม่เหมือนตัวจริงค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์
ด้วยความระลึกถึงค่ะ ไม่ได้แวะมาเยี่ยมอาจารย์นานเลย (จนอาจารย์เปลี่ยนไปหลายรูปแล้ว แต่ยังดูใจดีเหมือนเดิมค่ะ) อ่านที่อาจารย์เขียนถึงหนังสือของหลวงปู่ และอ่านความเห็นพี่นุชยิ่งทำให้อยากอ่านมากขึ้นอีก การรับสารเรื่องธรรมมะบ่อยๆนี้ดีจริงๆค่ะ อ่านแล้วรู้สึกอยากปฏิบัติตามด้วย เรื่องเจริญสตินี้ดิฉันก็พยายามหัดอยู่ การตามดูใจตัวนี้สนุกดี ตอนที่รู้สึกว่าเราเป็นคนดู จังหวะที่รู้สึกว่า "ทัน" นั้น ..มาแค่แว่บเดียวเองค่ะ และน้อยครั้งที่จะทัน
....แต่ก็ดีใจที่ได้ฝึกก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้อะค่ะ : )
สวัสดีครับอาจารย์
อ่านแล้วรู้สึก ว่า เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ครับ เรามีสิทธิ์ ที่จะเลือกเป็น ได้โดยสมบูรณ์ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือก สุข หรือเลือกทุกข์ ได้ ที่เหลือก็แล้วแต่เราจะเลือก เลือกมาแล้วก็ต้องยอมรับสิ่งที่เราเลือกมา
เพราะเราเท่านั้นเป็นคนเลือกมันเอง ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ประโยคที่อาจารย์ยกขึ้นมา จับใจจริงๆ และเอาไว้เตือนสติตัวเองได้ทุกเวลาค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
"เวทนากับร่างกายนั้นมีอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ไม่ได้เสวยเวทนานั้นเลย"