กลอนตลาด........วิถีชีวิตคนจร

ยูมิ
  อนัตตาแท้จริงทุกสิ่งอัน  

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน...เมื่อวานเข้า net ไม่ได้เลย...สอบถามว่าจากสายส่งส่วนกลางมีปัญหาช้ามาก ๆ ...วันนี้เลยทดลองส่ง...กลอนเต็มรูป...อ่านเล่น ๆ นะครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ 

กลอนตลาด........วิถีชีวิตคนจร

โอ้...ชีวิตคิดย้อนตอนเกิดกาย                          

  เป็นเด็กชายกุลบุตรสุดห่วงหา

พ่อแม่ตนล้วนเป็นคนชาวนา                           

 อนิจจาข้านี้เกิดมาจน

เมื่อพอศอสองพันห้าร้อยสี่                          

      ผู้ใหญ่ดีช่วยลูกปลูกกุศล

รวมพี่น้องบ้านใกล้ไกลทุกคน                       

   ชื่นชมตนเด็กน้อยก็เกิดมา

ตอนรุ่งสางกลางตุลามาบรรจบ                   

      เกิดในภพภูมิโลกโศกสุขหนา

ทุกข์ระทมตรมไหม้ในวิญญา                          

  อนัตตาแท้จริงทุกสิ่งอัน

เมื่อเป็นเด็กเล็กนักรักแต่เล่น                   

          เช้าถึงเย็นเล่นได้ตามใจฉัน

ธรรมชาติบ้านนาข้าผูกพัน                           

     เขตนครพนมนั้นถิ่นเกิดกาย

อยู่แต่เล็กจนโตเข้าปอหนึ่ง               

                 ทบทวนถึงอดีตเราเศร้าไม่หาย

อยู่บ้านนอกคอกนาเลี้ยงวัวควาย  

  

                  ไข้เกือบตายครั้งนั้นยังคำนึง

 โอ้....ชีวิตย้อนมองต้องตามติด   

                        ถึงมิ่งมิตรเยาว์วัยใจใฝ่ถึง

เพื่อนร่วมเรียนเพียร ศึกษาแต่ปอหนึ่ง       

     ติดตราตรึงฝังใจในวัยเรียน

สิบสี่คนร่วมเรียนเพียรศึกษา                     

        ถึงเวลาฝึกคัดหัดอ่านเขียน

ครูอบรมบ่มเราเฝ้าพากเพียร                      

        ในโรงเรียนบ้านสะพังยังฝังจำ

เป็นโรงเรียนศาลาวัดรัฐจัดให้                     

     เราก็ใช้เรียนรู้ทุกเช้าค่ำ

รามราชชื่อตำบลคนมีธรรม                         

      ท่าอุเทนเป็นอำเภอเมืองนคร

จบปอสี่แล้วเจ้าจงเข้าบวช              

    ท่องบทสวดสร้างตนทางธรรมก่อน

ฝึกอยู่วัดดัดจิตคิดสังวร                                    

   จะกินนอนเลี้ยงง่ายในทางธรรม

เดินตามพ่อก้าวต่อก้าวเข้าอยู่วัด                   

     มุ่งกำจัดกิเลสเขลาเช้ายันค่ำ

บวชเป็นเณรอยู่วัดเรียนศีลธรรม    

  

                เฝ้าจดจำคำสอนให้ทำดี

 ท่องบทสวดพระธรรมนำฝึกหัด       

                ปฏิบัติศีลธรรมนำสุขขี

อยู่ตำบลรามราชได้สองปี  

                                ดวงวิถีคนจรร่อนเร่มา

อยู่อุเทนคืออำเภอเป็นเมืองท่า      

                    มีศาลาริมโขงไทยลาวหนา

วัดสว่างอารมณ์ผมอยู่มา                          

           ครบเวลาสองปีดวงจากจร

ลาสมภารลาวัดจัดสิ่งของ                     

              น้ำตานองลาแล้วจากไปก่อน

ลามวลมิตรญาติโยมผมจากจร        

                   สู่นครกรุงเทพเขตธานี

ราชนัดดาอารามงามปราสาท   

                         คือนิวาสเคยอยู่เสริมศักดิ์ศรี

เรียนจบเอกนักธรรมเรียนบาลี                         

 จรอีกทีบวชพระที่ฝั่งธนฯ

บางเสาธงชื่อวัดจัดที่อยู่              

                        เร่งเรียนรู้ทางโลกเฝ้าฝึกฝน

เดินไปเรียนเพียรฝึกอย่างอดทน        

              เกิดเป็นคนมีธรรมประจำใจ

จบปอตรีรัฐศาสตร์โทปรัชญา           

                เสริมคุณค่าคนจรค่ำนอนไหน

อุ้มบาตรเดี่ยวเดียวดายทั้งกายใจ        

               ร่อนเร่ไปหาวิชชาพาชีวี

ถึงทางแยกแปลกใจให้หวนคิด         

               ถามดวงจิตว่าสู้อย่าถอยหนี

ต่อปอเอกไม่นานเกินสามปี     

      

                    ตรงไหนดีควรเรียนเพียรค้นไป

 ต้องลาแล้วกรุงเทพฯถิ่นเคยอยู่    

                     ได้ภูมิรู้ภูมิธรรมนำสุขใส

มอจอรอนามนี้จำใส่ใจ          

                             ส่งเสริมให้ข้าพบจบออกมา

ขึ้นเครื่องบินตรงมุ่งสู่อินเดีย                       

      ไม่มีเสียคุณค่าศีลธรรมหนา

เป็นแหล่งธรรมพุทธองค์สั่งสอนมา  

              จบปรัชญาปอเอกบริบูรณ์

เมื่อสองห้าสามเจ็ดเสร็จพอดี        

                    เพิ่มดีกรีปริญญาไม่มีสูญ

ได้ดื่มด่ำพุทธธรรมทวีคูณ       

           ล้วนเพิ่มพูนจมหายกลายเป็นเรา

ต้องอำลาเมืองพา-ราณสี                                 

   คุณค่ามีมนต์ขลังเพราะเมืองเก่า

B.H.U. ให้ภูมิรู้ตัวตนเรา                  

                  ดวงใจเศร้าคิดถึงก่อนอำลา

จากอินเดียถึงไทยเหมือนใจนึก               

         เฝ้าตรองตรึกถึงตนอีกครั้งหนา

กลายเป็นครูอยู่มอ.ออ.สอนปรัชญา

ใช้วิชาเลี้ยงตนพ้นราคี

ปีสี่สามได้แต่งงานสาวเมืองคอน     

                ค่ำก็นอนสงขลาพาสุขขี

แต่ทำงานอยู่มอ.ออ.ปัตตานี                      

         ครบสิบปีลาออกจากราชการ

มาอยู่กับครอบครัวสี่ชีวิต                             

       หลอมดวงจิตครอบครัวให้สุขสานติ์

เช้ายันค่ำเราสองเลิกจากงาน              

              กลับถึงบ้านเลี้ยงบุตรสุดดวงใจ

ต้นกับเต้เป็นชื่อของลูกน้อย                      

        เฝ้ารอคอยพ่อแม่อยู่แห่งไหน

พ่อแม่มาแล้วลูกผูกดวงใจ  

          

      สุขฤทัยในรักประจักษ์จริง

 แม่ทำงานพยาบาลงานก็มาก        

                     พ่อก็จากไปทำงานสงสารยิ่ง

ลูกทั้งสองจงเข้าใจอย่างแท้จริง         

               เพราะทุกสิ่งมีเหตุผลของมัน

พ่อทำงานมอทักษิณถิ่นสงขลา              

           สุขกายาใจพร้อมแสนสุขสันต์

อยู่เกาะยอพอเพียงทุกคืนวัน    

                         ยอดเขานั้นที่ทำงานมั่นยั่งยืน

มีเลสาบล้อมรอบขอบเขตเขา                   

         ตัวของเราทำงานฟังเสียงคลื่น

ลมเลพัดผ่านไปทุกวันคืน                      

            สุขเริงรื่นชื่นใจในอารมณ์

มองลุ่มน้ำเลสาบปราบปลื้มจิต             

             ชมชีวิตธรรมชาติแสนสุขสม

เชิญเที่ยวท่องเกาะยอคนนิยม              

             มาชื่นชมธรรมชาติสะอาดตา

ต้องลาแล้วมิ่งมิตรขอลาก่อน            

                 ตะวันรอนใกล้ค่ำเป็นหนักหนา

ขออวยพรคนอ่านก่อนจากลา                    

       สุขถ้วนหน้าทุกคนผมให้พร....เอย.

ฮาๆเอิกๆ   ...                                                           

  บันทึกเมื่อ 27ส.ค.50  โดย ...ยูมิ  ปรัชญา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น

คำสำคัญ (Tags)#ดวงวิถีคนจรร่อนเร่มา

หมายเลขบันทึก: 122893, เขียน: 29 Aug 2007 @ 08:51 () , แก้ไข, 15 Jun 2012 @ 20:27 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

      อ่านกลอนแล้วได้ข้อคิดชีวิตคน

      ทุกแห่งหนต่างชีวิตคิดใฝ่ฝัน

      แต่ต้องสู้ชีวิตกันทุกวัน

      ให้ชีวิตของเรานั้นรอดต่อไป

       จะต่างรุ่นต่างวันหรือต่างเพศ

       ต่างก็มีชีวิตที่สดใส

       แต่ละคนก็ต่างเดินทางไกล

       ต่างจุดหมายไขว่คว้าเอามาครอง

       ศักดิ์ศรีคนอยู่ที่ใช้ชีวิต

      อย่าทำจิตของเราให้เศร้าหมอง

       ประพฤติตนให้อยูในครรลอง

       สุขทั้งผองไม่เท่าสุขที่ใจ

 

           สวัสดีค่ะ อาจารย์ยูมิ...แวะมาแต่งกลอนด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ ....เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ -------> น้องจิ ^_^

สวัสดีครับ...คุณ
P
อ่านบทกลอนน้องจิชวนให้คิด...
ถูกหรือผิดรู้ได้ที่ผลหนา...
บทกลอนลื่นหลั่งไหลใจให้มา...
สุขอุราชื่นชมนิยมเธอ...
ยังเป็นเด็กเล็กนักรักเรียนรู้...
ปราชญ์คงอยู่ไม่ใกลเธอเสมอ...
หากตั้งจิตคิดคบคงพบเจอ...
อวยพรเธอให้ได้...สมใจ...เอย...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ