เขียนในสิ่งที่รู้และศรัทธา … <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นั่นคือประเด็นว่าด้วยสไตล์การเขียนของนายแผ่นดินที่อยากจะขยายความจากเวทีการสัมมนาที่เชียงใหม่ –</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีผู้เข้าร่วมสัมมนาบางท่านสอบถามเป็นการส่วนตัวกับผมว่าผมมีอะไรเป็นหลักคิดในการเขียนบันทึก ? และเรื่องส่วนตัวนำมาเขียนบันทึกในโลก G2K ได้ด้วยเหรอ ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ท่องโลก G2K มาอย่างจัดเจน ซ้ำยังไม่มีรางวัลประดับบันทึกอะไรมาก จึงไม่กล้าหาญพอที่จะสาธยายอะไรมากเป็นพิเศษ กระนั้นก็จำต้องตอบคำถามนั้นเป็นการส่วนตัวกับผู้ถาม ครั้นพอต้องขึ้นไปนั่งบนเวทีก็มีโอกาสได้ตอบซ้ำในคำถามนั้นอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว !</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p>(ภาพถ่าย จากการบันทึกโดย อ.แป๋ว) </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">๑. เขียนในสิ่งที่รู้และอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด… การเขียนในลักษณะเช่นนี้ก็คือการเขียนจากประสบการณ์ตรงในเรื่องที่ตนสัมผัสและมีผลึกทางความคิดในเรื่องนั้น ๆ โดยตรง เช่น การเขียนเรื่องงานประจำวันของตนเอง, เรื่องกิจกรรมนิสิตที่ตนเองสัมผัสดูแล, เรื่องการประชุม, เรื่องที่ตนเองไปเป็นวิทยากร หรือการไปร่วมงานมาสด ๆ ร้อน ๆ เป็นต้น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การเขียนเช่นนี้ เป็นเสมือนการเขียนใน “เรื่องที่อยู่ใกล้ตัว” ของเราเป็นที่ตั้ง เพราะโดยธรรมชาติของมุนุษย์ เรื่องที่เรารู้ (หรือควรรู้) ก็คือเรื่องที่เราแตะต้องสัมผัสได้ด้วยตนเอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระนั้นก็เป็นที่น่าสังเกตว่า หลายคนมัวแต่หลงเพลินอยู่กับการค้นหาคนอื่น จนลืมที่จะค้นหาตัวเอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฉะนี้แล้ว ในบรรดาบันทึกที่ผมเขียนซึ่งเกี่ยวกับเรื่องในทำนองนี้ จึงปรากฏอยู่ในชุด “คิดเรื่องงาน” และที่เหลือก็เป็นเรื่องกิจกรรมของนิสิตและมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งจบในตอนและแบ่งเป็นตอน ๆ อย่างยาวยืด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p> </p><p>๒. เขียนในสิ่งที่ตัวเราศรัทธา … การเขียนในประเด็นนี้จะฉีกออกมาจากการงานบนโต๊ะและห้องทำงานอย่างชัดเจน ผมเขียนเรื่องเหล่านี้เพราะผมรู้สึกเสมอว่าผมยัง “ศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่” และเพื่อต้องการที่จะป่าวประกาศให้รู้ว่า ท่ามวิถีแห่งโลกและชีวิตอันสับสนนั้น “ความดียังคงงดงามเสมอ” </p><p></p><p>การเขียนในลักษณะเช่นนี้ปรากฏอยู่ในบันทึกหลายชุดของผม เช่น “เปลือยความสุข” , “เที่ยวทุ่งหน้าแล้ง”, “เที่ยวทุ่งหน้าน้ำ” “โลกและชีวิต..” “บ้าน วิถีทุ่ง ความทรงจำไม่รู้จบ" หรือ "คนของความรัก" เป็นต้น </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องชุดเหล่านี้จึงมีลักษณะย้อนกลับเข้าสู่โลกส่วนตัวของผมมากกว่าการเขียนในลักษณะแรก - เป็นการเขียนที่ทำให้ผมมีความสุขอยู่เสมอ หลายเรื่องสะท้อนจุดยืนอันชัดเจนในเรื่องความทรงจำอันเก่าก่อนของตนเองที่มีต่อ “บ้านเกิด” อันเป็นรากเหง้าและความทรงจำที่เป็นปัจจุบันของตัวเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การเขียนเช่นนี้ จึงเป็นเสมือนการเขียนด้วยพันธกิจที่ผมมีต่อวิถีวัฒนธรรมของตนเอง เป็นเสมือนการขอบคุณวิถีต่าง ๆ ที่หล่อหลอม เพาะบ่มและขับส่งผมมาอย่างมีตัวตนในโลกปัจจุบัน และผมก็ไม่เคยรู้สึกอายที่จะบอกล่าวในเรื่องเหล่านี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>การได้เขียนถึงเรื่องเหล่านี้ ผมเน้นข้อมูลดิบอันเป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดจากวันและวัยต่าง ๆ ของชีวิต เช่นเดียวกับการเขียนเปลือยความสุขก็เป็นเสมือนการตีแผ่ให้เห็นความรื่นรมย์ของชีวิตในครอบครัวเพื่อย้ำให้รู้ว่า “ความสุขเริ่มต้นจากภายใน” ซึ่งหมายถึง “ครอบครัว” นั่นเอง </p><p></p><p>เหนือสิ่งอื่นใด, การเขียนในสองลักษณะที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ การเขียนอย่างมีความสุข เพราะเขียนขึ้นจากสิ่งที่เรารู้และสัมผัสมาด้วยตนเองเป็นหลักสำคัญ ส่วนเรื่องนั้นจะเป็น “ความรู้หยั่งลึก” หรืแม้แต่ “ความรู้เบื้องตื้น” หรือไม่นั้น ผู้อ่านคือผู้วินิจฉัย ! </p><p> </p><p>และเรื่องที่เราสื่อสารนั้น บางทีผู้อ่านอาจจะมองในมุมต่างก็ถือว่าไม่ผิด และนั่นคือการแลกเปลี่ยนที่แท้จริง รวมถึงบางเรื่องที่ไม่แจ่มชัดนัก ผู้อ่านก็จะช่วยเติมเต็มให้ชัดเจนและบริบูรณ์ขึ้นจากที่เป็นอยู่ </p><p></p><p>เพราะโลก G2K คือโลกที่สร้างสรรค์ความรู้ ขณะเดียวกันก็เป็นโลกที่แปรรูป “ขยะความคิด” มาเป็น “อาวุธทางความคิด” อย่างมีประสิทธิภาพ </p><p></p><p>
</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และสุดท้ายนี้, ท่านคงจำได้ว่าผมพูดชัดเจนบนเวทีในทำนองว่า เรื่องที่ผมเขียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ค้นคว้าเพิ่มเติมจากผู้รู้และแหล่งความรู้ใด ๆ นัก แต่นั่นไม่ใช่เพราะความ “อหังการ์ทางความคิด” หากแต่ผมต้องการสื่อสารมาจาก “โลกแคบ” ของตนเองเป็นสำคัญ …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>เพราะนั่นคือ การเขียนในสิ่งที่รู้และเขียนในสิ่งที่ศรัทธา …ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้อ่านจะช่วยชำระให้เรื่องจากโลกแคบของผมเป็นเรื่องที่เป็นสากลในโลกอันกว้างใหญ่ได้หรือไม่ … ก็สุดแท้แต่บุญกรรม … </p><p></p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปล. โปรดให้อภัยต่อผมด้วย หากมองว่า นี่คือการเขียนบันทึกที่เป็นกบฏต่อระบบแหล่งการ ลปรร…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
KM ม.ราชภัฏเชียงใหม่ (๑o) : สิ่งที่ "นายแผ่นดิน" พูดไว้บนเวที ตอนที่ ๓ (เขียนในสิ่งที่รู้และศรัทธา)
เขียนขึ้นจากสิ่งที่เรารู้และสัมผัสมาด้วยตนเอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Kati · 20 ส.ค. 2550
นาย สมพงษ์ ศรีบุรี · 20 ส.ค. 2550
ตันติราพันธ์ · 20 ส.ค. 2550
Keen · 20 ส.ค. 2550
มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน · 20 ส.ค. 2550
Keen · 20 ส.ค. 2550
ก้อย PR · 20 ส.ค. 2550
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
สวัสดีค่ะ คุณน้องแผ่นดิน
สวัสดีค่ะ
เป็นอีกคนคะที่เขียนเรื่องจากเรื่องใกล้ตัว...เรื่องที่เป็นความทรงจำทั้งที่ดีและไม่ดี...เพื่อเป็นบทเรียนกับคนอื่นๆ...ไม่เขียนเรื่องการทำงานเพราะไม่ค่อยมีความสุขกับงานที่ทำ...(ล้อเล่นคะ...เพราะงานมีแต่เรื่องเครียดๆ...ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่)...ชอบเข้ามาอ่านเรื่องในโลกแคบๆของอาจารย์...ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆคะ
สวัสดีครับผม
เดี๋ยวเจอกันครับอ้าย.....
แหวว แวะมาเยือน และสนับสนุนคำอธิบาย ที่ค่อนข้างจะเป็นแนวเดียวกันค่ะ...ครบถ้วนสมบูรณ์จนมือใหม่ไม่อาจแต่งเติม...เป็นเช่นนั้นค่ะ..คุณพนัสเป็นแบบอย่างของการเขียนบันทึกที่ทำให้มือใหม่น่าจะกล้าเขียนมากขึ้น...นะคะ..และก็เขียนได้อย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ...เพราะจากตัวตน ไม่กบฎต่อตนเอง และ ความสุข-ประโยชน์จากการบันทึกที่หล่อเลี้ยงใจคนบันทึกค่ะ...
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
ต้อมเชื่อว่า .. การเขียน คือ การถ่ายทอดความเป็นตัวตนของคนเขียน ตลอดจนความคิด น่ะค่ะ
โลกแคบ ๆ ของคุณแผ่นดินอาจจะกว้างใหญ่เกินกว่าเด็กตัวน้อย ๆ อย่างต้อมจะเดินทางไปผจญภัยโดยปราศจากคัมภีร์ที่คุณแผ่นดินเขียนไม่ได้เลยนะเอ้า ^_^
สวัสดีครับ
คุณพี่ .
ประสบการณ์ของบุคคล เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผู้ที่ใฝ่หาประสบการณ์ เสมอครับ.. (",)
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ
คราวนี้อาจารย์มายึดพื้นที่เป็นท่านแรกเลยนะครับ
อันที่จริงบันทึกสาระนี้ ก็ไม่ได้ผิดแผกไปจากบันทึกอื่น ๆ หรอกนะครับ เพราะที่สุดแล้วผมก็พยายามบอกว่า "เขียนเถอะครับ... อยากเขียนอะไรก็ให้เขียน.. และขอให้มีความสุขในการเขียน" เพียงแต่มาย้ำว่า สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้และทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดกับการเขียนก็เพราะว่า "เราเขียนในสิ่งที่รู้และเขียนในสิ่งที่เราศรัทธา.." นั่นเอง
และที่สุดแล้ว แต่ละท่านก็ควรต้องหาตัวเองให้เจอในเร็ววัน เพื่อให้สามารถเขียนบันทึกออกมาได้อย่างมีจุดยืน ...และบันทึกนั้นจะได้มีคุณค่าทั้งด้านการงานและชีวิต ..
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.ติ๋ว
ขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยนะครับที่ช่วยย้ำอย่างแน่นหนาว่า "เราควรต้องเล่าด้วยวิธีของเราเอง"
บันทึกของ อ.ติ๋ว ก็มีทั้งเฮฮาขบขัน, สาระจากห้องทำงาน หรือแม้แต่โลกส่วนตัวที่นาน ๆ จะเปิดเปลือยมาให้สัมผัส
.....
มีความสุขที่ได้อ่านบันทึกเหล่านั้นเสมอ ..
ขอบพระคุณครับ
เขียนางที่รู้และศรัทธา...ฟังดูง่ายนะคะ...แต่ผลของมันยิ่งใหญ่...เพราะพลังศรัทธา...มันจะส่งผลถึง..ภาษา..ถ้อยคำ...สำนวนที่เลือกมาใช้...นั่นเป็นพลังเสริมใจให้คนอ่าน...ที่ดีทีเดียว...ขอบคุณค่ะ
คุณแผ่นดินครับ
สิ่งที่ผมชอบและติดใจ คือวิธีเขียนและวิธีคิดและการสื่อสารของคุณแผ่นดิน เรียบง่าย ดูธรรมดาและไม่ธรรมดา
เป็นธรรมดาที่มีเสน่ห์ เป็นธรรมชาติที่หาใครทำได้ยาก
การเขียนเรื่องคนในครอบครัว...สังคม ที่นำให้คนอื่นได้สัมผัสตัวตนของเรานั้น
เป็นการเปลือยหัวใจเขียน...อย่างที่บอกไว้จริงๆ
เวลาผมอ่านจึงเปลือยหัวใจออกมาอ่าน เช่นกัน
พี่เห็นด้วยค่ะ พี่คิดว่าการเขียนที่ทำให้เราเขียนได้ดีที่สุดก็คือเขียนในสิ่งที่เราถนัด ฉะนั้น การเขียนของแต่ละคน ก็จะมีมุมมองและแนวคิดของแต่ละคน พี่เชื่อว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น ผู้อ่านจะค้นและรับได้แตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตามพี่ก็ชอบการเขียนสไตล์ของคุณแผ่นดินค่ะ
เอารูปมาฝากค่ะ คิดว่ารูปนี้คุณแผ่นดินยังไม่มี หากชอบก็เปลี่ยนใช้รูปนี้บนบล็อกก็ดีนะค่ะ เพราะดูอ่อนโยนและสดใสดีค่ะ
สวัสดีครับ
ภาพลูกชายที่นำมาฝากน่ารักมากเช่นกันครับ... ส่วนคนโตของผมอายุ 5 ขวบต้น ๆ และเจ้าจุกแดนไทย 3 ขวบเศษ ๆ ..
....
เหตุผลอันสำคัญที่ผมตัดสินใจที่จะเขียนต่อยอดจากเวทีการสัมมนา เพราะเชื่อว่า หลายท่านกังวลเกี่ยวกับการเขียนบันทึก ซึ่งหมายถึงเคอะ ๆ เขิน ๆ ที่จะเขียนเรื่องต่าง ๆ หลายคนพุ่งประเด็นไปที่สาระความคิดจนเกิดอาการเกร็งและไม่กล้าเขียน สุดท้ายก็เลยแทบจะไม่ได้เขียนบันทึกเลยก็ว่าได้
บันทึกของผมน่าจะผ่อนคลายความวิตกได้บ้างกระมังครับ และจะดีใจมากถ้าบางท่านอ่านแล้วรู้สึกสบายใจที่จะเขียนบันทึกสืบต่อไป
และผมก็ยืนยันในการเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน โดยเฉพาะบล็อกเกอร์หน้าใหม่ - ผมเป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณมากเลยนะครับที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ
โดยส่วนตัวผมมองว่า การเขียนที่ดี ไม่ว่าจะเขียนอะไรก็ตาม ก็ควรต้องเริ่มต้นจากการเขียนในเรื่องที่ใกล้ตัวเองมากที่สุด ซึ่งหมายถึงสิ่งที่เรารู้ เราเห็น แตะต้องสัมผัสมาด้วยตัวเอง และสิ่งเหล่านี้ คือความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวตนของเราเองที่รอเพียงการสกัดออกมา
ผมเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ ซึ่งหมายถึง มีความงดงามในตัวตนของตนเองเหมือนกัน ...
เขียนเถอะครับ.... โลก G2K จะช่วยให้เรื่องราวสมบูรณ์และขยายอาณาจักรแห่งความรู้นั้น ๆ กว้างไกลมากยิ่งขึ้น
...
ขอบคุณครับ
ตามมาอ่านค่ะ..เพราะชอบวิธีเขียนและความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการอ่านข้อเขียนของอาจารย์(แผ่นดิน)สบายใจและให้กำลังใจกับคนอ่านอยู่เสมอ..
สวัสดีครับ
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับแนวคิดที่ว่าในอนาคตเราจะมีเครื่องมือในการกรององค์ความรู้ที่ดีกว่า google แต่ที่สำคัญคือการนำความรู้เหล่านี้ไปเผื่อแผ่และแบ่งปันกับกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้แบบออนไลน์นี้ยังเป็นปัญหา และเชื่อว่าจะเป็นปัญหาอย่างไม่รู้จบ
ขอบคุณนะครับที่นำข้อสังเกตดี ๆ มาแบ่งปัน