เกียรติยศและอภัยวิถี
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในความเดิมจากบันทึกที่ผ่านมา เมื่อมีคำถามถึงชีวิต ต่อความประทับใจในเรื่องราวของ 47 โรนิน ซึ่งเมื่อได้บอกเล่าความประทับใจ ชีวิตเกิดทั้งคำถามและคำตอบ นอกเหนือจากการอ่านเรื่องราว การอ่านสิ่งที่ชีวิตคิด และสิ่งมีชีวิตรอบข้างได้คิดตาม อธิบาย นำเสนอ และตั้งคำถามกลับมา ทั้งหมดล้วนน่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับการคิดต่อเนื่อง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องราวของ 47 โรนิน จึงยังน่าสนใจสำหรับการอธิบาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในสำนวนข้อเขียนของ ริชาร์ด สตอร์รี่ ซึ่ง ม.ร.ว.ประกายทอง สิริสุข และ พรรณี สรุงบุญมี ได้แปลไว้ในภาคภาษาไทย ที่ชื่อ ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ นั้น ล้วนมีรายละเอียดและแง่มุมความขัดแย้งทางสังคมวัฒนธรรมอย่างมากมาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องราวของ โรนิน ทั้ง 47 คน เกิดขึ้นในสมัยการปกครองของ สึนะโยชิ โชกุนผู้ซื่งมีอำนาจปกครองเมืองเยโด ตั้งแต่ ค.ศ. 1680 - ค.ศ. 1709 โชกุนผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความรู้ เป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะ เอาใจใส่ในการปกครองของตนอย่างมาก รวมทั้งมีใจโอบอ้อมอารีต่อองค์จักรพรรดิ์ และ ขุนนางที่เกียวโต อย่างมาก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สึนะโยชิ เป็นผู้ที่รู้จักกัน และได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงญี่ปุ่น ที่มากจนเกินไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ สุนัข</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยในเรื่องราวของเขา ได้รับการอธิบายว่า เขาได้รับการบอกบทจากพระบางองค์ และจากบรรดาผู้ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด ถึงสิ่งที่ควรจะกระทำบางสิ่งบางประการ เพราะโดยส่วนตัวสึนะโยชิ นั้น รู้สึกว่าตนถึงความผิดหวัง ที่ไม่มีทายาท โดยเฉพาะเมื่อบุตรชายคนเดียวของเขาถึงแก่กรรมตั้งแต่วัยเยาว์ อันนับเป็นการลงโทษ ต่อการกระทำอันโหดร้ายที่บรรพบุรุษของเขาได้สร้างเอาไว้ และรู้สึกว่า การกระทำอันโหดร้ายเหล่านั้นของบรรพบุรุษตน อาจลบล้างได้ด้วยการกำหนดนโยบายของชาติ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นโยบายของชาติ คือ การให้มีความเมตตาปราณีต่อสัตว์ทุกชนิด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ สุนัข เนื่องจาก สึนะโยชิ เกิด “ปีจอ” เมื่อคิดตามปีนักษัตร ฉะนั้นเขาจึงออกคำสั่งให้ปฏิบัติต่อสัตว์ทุกชนิด และปฏิบัติต่อ สุนัข เป็นพิเศษกว่าสัตว์อื่นด้วยความอ่อนโยน และเอาใจใส่ยิ่ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นโยบายของชาตินี้ ใช้บังคับได้ประมาณ 20 ปี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในช่วงระยะเวลา 20 ปี ได้ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายแก่ประชาชนโดยทั่วไป ผู้ใดก็ตามที่ทำให้สัตว์ถึงแก่ความตาย แม้กระทั่งนก ต้องได้รับการตอบแทนจากการกระทำนั้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การลงโทษมีทั้งเนรเทศ จองจำ และประหาร ความปราณีแห่งนโยบายของชาติ เช่น สุนัขที่หลงทางจะต้องได้รับการดูแล สึนะโยชิ ได้อุทิศที่ดินในเมืองเยโด เพื่อวัตถุประสงค์นี้ คอกสุนัขที่สร้างขึ้นในที่ดินได้รับการดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง บางครั้งก็มีการขนสุนัขใส่เสลี่ยง มีพี่เลี้ยงติดตามเป็นเสมือนหนึ่ง ไดเมียวชั้นผู้น้อย การตายของสัตว์ โดยเฉพาะการตายของสุนัขต้องส่งรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ ผู้ซึ่งจะทำการสอบสวนว่าสัตว์ตายอย่างไร และทำไมจึงตาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่ต้องประหลาดใจเลยว่า ผู้สร้างสวรรค์สำหรับสุนัขนี้ จะได้รับการขนานนามในเมืองเยโด ว่าเป็น โชกุนสุนัข</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นำนองเดียวกัน บรรพบุรุษและผู้สืบตำแหน่งจากเขา สึนะโยชิ ก็ได้เฝ้าบอกให้ชาวญี่ปุ่นสมัยดังกล่าว ใช้ชีวิตอย่างตระหนี่ถี่เหนียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนปลายสมัยของเขา เมื่อตัวเขาเองได้ละเว้นจากความฟุ่มเฟือย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในสมัยการปกครองของเขา จึงได้เกิดยุคที่เรียกกันว่า ยุคเกนโรกุ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อันเป็นยุคสั้นๆ ในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในระหว่างยุคนี้ อารยธรรมของเมืองเยโด และ เมืองโอซากา เจริญรุ่งเรืองมาก จนทุกคนกล่าวกันว่า ความเสื่อมในคุณธรรม ความกล้าหาญ อดทน ความจงรักภักดี และความสามารถในการรบของชนชั้นซามูไรแต่ดั้งเดิม ได้เกิดขึ้นจากยุคสมัยนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และเรื่องที่เด่นชัดที่สุด ก็คือ เรื่องการแก้แค้นของ 47 โรนิน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บางทีเรื่องนี้ อาจจะมีโครงเรื่องอันเร้าใจซึ่งแพร่หลายมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และยังคงเป็นนิยายที่นำมาแสดงกันในเวที คาบูกิ ภาพยนตร์ และในโทรทัศน์ ต่อเนื่องนานนับร้อยปี เรื่องดังกล่าวเต็มไปด้วยขั้นตอนการตัดต่อเพิ่มเติมดังนวนิยาย ซึ่งทั้งยาวและซับซ้อน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เหตุสำคัญสามารถลำดับใจความของเรื่อง ในไม่กี่ประโยคที่ว่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไดเมียว ผู้หนึ่งชื่อ อะซาโน ได้ทำร้ายขุนนางผู้หนึ่งที่ชื่อ คิระ ผู้ซึ่งหมิ่นประมาทเขา ในฐานะของไดเมียวบ้านนอก ผู้ไม่เข้าใจจารีตแบบเมืองหลวง ความอับอายทำให้ อะซาโน ระเบิดอารมณ์ให้ คิระ ต้องบาดเจ็บในปราสาทโชกุนแห่งเยโด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะพฤติกรรมนี้เอง ทำให้ อะซาโน ถูกตัดสินลงโทษโดยให้กระทำอัตวินิตบาตกรรม ซึ่งเขาได้ปฏิบัติตามอย่างไม่บิดพริ้ว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บริวารของเขาจำนวนหนึ่งตัดสินใจจะแก้แค้นแทนนาย ในความตายของ อะซาโน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความตายซึ่งเกิดขึ้นจากผลของความก้าวร้าว ในไดเมียวฉ้อฉล เช่น คิระ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เวลานั้นบริวารที่จงรักภักดีจึงขาดนาย กลายเป็นเพียง โรนิน ซึ่งอยู่ภายใต้การบัญชาของ หัวหน้าซามูไร ซึ่งเป็นลูกน้องแห่งไดเมียง อะซาโน นามว่า โออิชิ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พวกเขาจึงเตรียมแผนการด้วยกความระมัดระวัง เพื่อจะโจมตีและฆ่าคิระ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แผนการซึ่งกลายเป็นตำนานท้องเรื่อง เป็นเรื่องเล่าขับขานของความบากบั่นพยายาม เก็บซ่อนเก็บงำประกายและความตั้งใจเพื่อแก้แค้นแทนนาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แผนการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคิระ มีผู้คุ้มกันมาก และกำลังเฟื่องฟูในฐานะไดเมียว และเสนาบดีร่ำรวย ผู้ได้รับความโปรดปราน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในที่สุด เช้าตรู่วันหนึ่งในฤดูหนาวซึ่งหิมะกำลังตก โออิชิ และพรรคพวก 46 คน ได้บุกเข้าไปในปราสาทของคิระ ในเมืองเยโด ฆ่าและตัดศีรษะของคิระ ไปวางเป็นเครื่องสักการะไว้บนแท่นหลุมศพของ อะซาโน จากนั้นก็มอบต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รัฐบาลแห่งโชกุน ตัดสินใจอยู่นาน สำหรับความไม่สามารถจะตัดสินใจ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การดำเนินไปอย่างเนิ่นนาน กระทั่งผลสรุปว่า โออิชิ และพรรคพวก ได้กระทำการอันทำลายต่อสันติสุข ฉะนั้นจึงสมควรที่จะได้รับการลงโทษ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในยุคสมัยอันไม่ค่อยเคร่ดครัดและรักความสบาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บุคคลในนามซามูไรอันมีเกียรติเหล่านี้ ได้แสดงตนเป็นตัวอย่างอันดีงามของผู้มีศีลธรรม ผู้ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี ของทั้งเจ้านายและตนเอง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พวกเขาไม่ยินยอมให้ผู้มีอำนาจ ในฐานะอสัตย์ วางตนเหนือตนตามระบบดังกล่าว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พวกเขาจึงลงโทษ และกระทำการลงโทษ ตามวิถีทางแห่งซามูไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โชกุน สึยาโนชิ ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญแห่งแผ่นดิน รู้สึกว่า โออิชิ และพรรคพวก ควรได้รับการอภัยโทษ โดยสิ่งเหล่านี้คือเสียงจากความคิดเห็นของประชาชน ทั้งชนชั้นสูง และชนชั้นล่าง ในเมืองเยโด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในบทบาทของผู้มีความรู้แห่งเมืองเยโด กลับเสนอควรตัดสิน ให้ฆ่าตนเองอย่างมีเกียรติ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งตรงตามข้อกำหนดแห่งกฎหมาย และระเบียบแห่งรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามความปรารถนาอันแท้จริงของบริวารซึ่งจงรักภักดี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้ประสงค์จะได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายแห่งชีวิตตน ในอันที่จะตามไปอยู่ร่วมกับเจ้านาย ซึ่งตนได้แก้แค้นให้ในโลกหน้า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อโต้แย้งดังกล่าวประทับใจโชกุน และผู้คนแห่งเมืองเยโด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นหนึ่งในคำยืนยันแห่งเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ฉะนั้นซามูไรแห่งไดเมียวอะซาโน ทั้ง 47 คน ในนามของ 47 โรนิน จึงตัดสินใจกระทำพิธีฮาราคีรี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลุมฝังศพของคนเหล่านี้ ประดิษฐานอยู่ใกล้กับหลุมฝังศพ ของไดเมียวอะซาโน ที่วัดเซนกากุจิในโตเกียว หรือเยโดแห่งอดีต</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และในทุกปีหลุมศพนี้ จะได้รับการคารวะจากผู้คนมากมายทั่วแผ่นดิน</p> โออิชิ ในนามของหัวหน้าโรนิน ผู้ซึ่งประกอบวีรกรรมครั้งนั้น ได้รับการยกย่องกราบไหว้ ว่าเป็นตัวอย่างแห่งนักรบอันแท้จริง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นแบบอย่างแห่งอุดมคติแห่งลัทธิบูชิโด ในนาม หนทางแห่งนักรบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จริยธรรมในความจงรักภักดี ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของลัทธิบูชิโด ซึ่งกลายเป็นความเชื่อกึ่งศาสนา ได้รับการยกย่อง แปลความ และนับเนื่องเป็นส่วนหนึ่งแห่งวัฒนธรรมจักรพรรดิ์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อุดมคติดั้งเดิมแห่งรัฐโบราณ จึงแปลความและพัฒนาการ จนกลายเป็นรัฐสมัยใหม่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำตอบแห่งคำถาม ในนามของวิถีทางแห่งการอภัย อยู่ในขั้นตอนของการเลิกแล้วต่อกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อหัวของไดเมียวคิระ หลุดจากบ่า</p> เป็นคติวิธี แห่งการอภัยของซามูไร มิใช่มุมแห่งศาสนาที่ไม่มีหลักแห่งการปฏิบัติ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คติแห่งพุทธปรัชญาในการอภัย ไม่สามารถก้าวล่วงภาคปฏิบัติแห่งวิถีบูชิโดได้ เช่นเดียวกับที่วิถีบูชิโด ซึ่งได้อธิบายหนทางแห่งการอภัยไว้แล้ว ในขั้นตอนเหนือแท่นหลุมศพ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงเป็นหนึ่งในคำตอบของ เกียรติยศและอภัยวิถี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในมุมมอง แห่ง 47 โรนิน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
เกียรติยศและอภัยวิถี
บทความ ภาพสะท้อนทางประวัติศาสตร์ มุมมองของเกียรติยศและการให้อภัย ของซามูไร ซึ่งนับถือลัทธิบูชิโดเป็นแนวคิดนำทางชีวิต จริยธรรม และหลักปฏิบัติ ในรัชสมัยโชกุนโตกุกาวา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย สมพงษ์ ศรีบุรี · 20 ส.ค. 2550
ตันติราพันธ์ · 20 ส.ค. 2550
Keen · 20 ส.ค. 2550
มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน · 20 ส.ค. 2550
Keen · 20 ส.ค. 2550
ก้อย PR · 20 ส.ค. 2550
นางสาว อรทัย แต่งงาม · 20 ส.ค. 2550