หลังจากคุยกับน้าอึ่งอ็อบผมก็มาสะท้อนคิดว่า ทุกวันนี้เราถูกฝาชีครอบอยู่2ใบ ใบแรกเราอยู่ในบริบทของหน้าที่การงานประจำ ย่อมมีกฎระเบียบกติกาเป็นบรรทัดฐานให้เราเดินไปตามตารางหมากรุกนั้น ใครมีการงานดี ผู้บังคับบัญชาดี เพื่อนร่วมงานดี ก็นับว่าวาสนาดีไป สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความราบรื่น ประคับประคองตนอยู่ในบทบาทหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างตรงกันข้ามติดลบไปทุกเรื่อง ก็ต้องทำใจฝึกสมาธิ ปล่อยวางเรื่องมุทิตาอุเบกขามากหน่อย ไม่อย่างนั้นชีวิตก็จะดำเนินไปอย่างร้าวระบมบ่มทุกข์ ไม่สนุกกับการประกอบวิชาชีพ
ฝาชีใบที่2เราอยู่ในโลกของตัวเอง มีอิสระที่จะคิดและแสวงหาแสงสว่างให้ชีวิต เปรียบเสมือนเปิดพื้นที่ให้ฝนได้โปรยปรายมาถูกยอดหญ้าบ้าง ในจุดที่2นี้ หลายคนต่างแสวงหาทางออกกันต่างๆนานา ตามแต่จริตและวาสนาของแต่ละคน ผมเองก็เป็นมาเช่นนี้ จนกระทั่งมาเจอโลกของชาวBlogger โลกของคนอกหัก เคยปรารถนาดี ตั้งใจดี คิดดีทำดี ส่งออกไปแล้ว เครื่องรับไปแปรเจตนารมณ์อีกแบบหนึ่ง เราอยากจะทำอะไรจริงๆ เพื่อนก็ทำแบบเล่นตลก ความตั้งใจดีก็เลยพลิกล็อค ท้ออกท้อใจที่หาใครจริงจังและจริงใจกับเราได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
ครั้นเมื่อมาพบโลกของคนจริง คนอกหักเจอคนอกหัก คำตอบไม่ใช่อกหักยกกำลัง2นะครับ พลิกตาลปัตรเป็นเรื่องคุณภาพดีประสิทธิภาพเยี่ยมยกกำลัง2 มันเป็นไปได้อย่างไร ผมไม่สามารถอธิบายให้ทะลุทะลวงได้ เว้นแต่ท่านต้องมาประสบด้วยตนเอง เพราะมันเป็นกระแสคลื่นความรู้สึก ต้องใช้หัวใจที่เบิกบานเป็นเครื่องถอดรหัสแห่งความลึกซึ้งนี้ออกมา อ้อ!!พวกหัวใจเน่าๆช้ำเลือดช้ำหนองจะไม่สามารถตีความตรงนี้ออกมาได้ ระดับจิตใจของผู้ที่เท่ากันถึงผู้ที่เท่ากันเท่านั้น ถึงจะสื่อภาษาใจกันได้อย่างเนียนสนิท ความรู้สึกอย่างนี้เกิดมากขึ้นๆกับผม ประเภทมองศีรษะแม่เท้าก็รู้ใจ อะไรประมาณนั้น ผมมองท่านบางทราย ท่านHandy น้าอึ่งอ็อบล้างห้องน้ำที่วัด เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย แต่ใจก็คิดเรื่องดีๆไหลลื่นออกมามากมาย ไม่บังอาจที่จะใช้คำว่าหยั่งรู้ อาจจะประมาณว่าหยั่งคิดแว๊บๆพอได้กระมังครับ
ผมเดินทางมาถึงจุดที่มองไปไหนเห็นแต่เพื่อน เห็นแต่คนดี ซึ่งต่างกับเมื่อก่อนนี้ ถนนทุกสายเหมือนลิงหลอกเจ้า เอาไหนเอาด้วยพอทำเข้าจริงปล่อยทิ้งให้เราถูกผีหลอกอยู่คนเดียว ผมจึงศรัทธาอานุภาพของBlog เชื่อมั่นว่าต่อไปนี้เราไม่โดดเดี่ยวแล้ว มีเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจแบบถาวรด้วยนะจ๊ะต๋อย จึงนับว่าโชคดีที่เกิดมาเจอตรงนี้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะเสียชาติเกิดโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ผมสังเกตลูกชายลูกสาวผม เขาเป็นประเภทรักแล้วรักเลย ผมจะเป็นยังไงเขาก็ให้อภัยและรับได้ เข้ามากอดมาให้กำลังใจอย่างเป็นธรรมชาติ ผมเพียงพอแล้วกับความรักความเมตตาที่ได้รับในชาตินี้ หวังใจว่าดอกเบี้ยความดีคงจะไปติดโชคอัพให้หัวใจญาติๆ ได้มีช่วงเว้นวรรคจากผลกระทบที่เกิดจากฝาชีที่1ได้ไม่มากก็น้อย ถ้ามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงก็โบ้ยมาทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ ผมจะตั้งตู้ATM.รับฝากถอนความอึดอัดใจมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วค่อยมาเบิกกลับไปใช้ ตกลงตามนี้ได้ไหมคนดี
lสรุปได้ชัดเจนมากค่ะ ใครไม่เป็นบล็อกเกอร์ไม่เข้าใจค่ะ พ่อครู
สวัสดีครับพ่อครูบา
ฝาชี 2 ใบ แจ่มชัด ลึกซึ้งและตรงดีแท้ หวังว่าฝาชีใบแรกคงไม่ครอบเราจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้นะครับ (โดยเฉพาะฝาชีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา)
ผมมีอิสระภาพจากฝาชีอันแรกในระดับหนึ่งครับ...แต่ปัญหามันอยู่ที่ฝาชีอันที่สองนี่แหละ เรื่องของตัวเองแท้ ๆ จัดการยากจัง!!!
สวัสดีครับ พ่อครู
ครูบาครับ
ผมเคยคุยเรื่องนี้กับคุณเม้ง ครับ แต่เราไม่ได้ใช้ฝาชีครับ เราคุยกันเรื่องหมวกกับกะโหลก ไม่ทราบว่าพอจะไหวไหมครับ
เพราะว่า หมวกเป็นสิ่งที่เปลี่ยนได้ ถอดได้ครับ เพราะอยู่ภายนอก แต่กะโหลก เปลี่ยนไม่ได้ครับ มีแต่เปิดกับปิด
ผมกับคุณเม้ง มีความเห็นตรงกันว่า เวลาคุยกันน่าจะถอดหมวกแล้วเปิดกะโหลกครับ
การถอดหมวกคือ ลืม สิ่งปลอมๆที่มีคนอุปโลกให้เรา
การเปิดกะโหลก คือ การวางตัวตน แล้วเอาความจริงมาพูดกันอย่างเดียว พูดกันแบบเปิดใจ ระดับเปิดกะโหลกเลยครับ
ครูบามีความเห็นว่าอย่างไรครับ ตอนนี้ผมกับคุณเม้งก็เปิดกะโหลกคุยกันแล้วครับ
วันก่อนครูบาก็มาช่วยเคาะกะโหลกให้พวกผม ให้รู้แจ้งเห็นจริงเกี่ยวกับปราชญ์ในประเทศไทยที่เราเสนอให้แต่งตั้งสำนักงานปราชญ์กันนี่แหล่ะครับ
คุณเม้งอยากเห็นฐานข้อมูลปราชญ์แบบถังน้ำ แต่ผมเสนอให้เป็นต้นไม้ เพราะมีชีวิต ขยายพันธุ์ได้ โตได้ ดูแลรักษาพื้นที่ได้
คุณเม้งก็ว่าตามครับ
หวังว่าครูบาคงเห็นด้วยนะครับ
โมเดลนี้ ผมจะไปนำเสนอวันที่ 18 กันยายน ครับ (ถ้าได้รับเชิญ) ถ้าไม่งั้นผมก็โวยวายอยู่ในบล็อก แค่นั้นแหล่ะครับ
ขอบคุณมากครับ
ที่อาจารย์คุยกันก็ถูกต้องครับ
ที่ใช้ฝาชี หมายถึงกลุ่ม หรือองค์กร หน่วยงาน ถ้าเป็นปัจเจคใช้หมวกก็ถูกต้องครับ ส่วนเรื่องกระโหลกต้องถามอินเดียแดงครับ เพราะเขาจะถลกหนังศีรษะไว้เป็นที่ระลึก ครับ
ขอบคุณครับที่ร่วมสังคายนาความคิด
กราบสวัสดีครับท่านครู และทุกท่านครับ
สวัสดีค่ะพ่อ
เป็นเพราะตัวเองเปิดรับฝาชีใบที่สองมากขึ้น ทำให้ได้รับสิ่งดี ๆ ความคิดดี ๆ จิตใจดี ๆ และเจอเพื่อนดี ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไปเสริมให้ฝาชีใบแรกของแป๊ด ทำหน้าที่ของมันได้อย่างเด่นชัดขึ้นคะพ่อ
ชอบประโยคนี้ของพ่อมากเลยค่ะ "ระดับจิตใจของผู้ที่เท่ากันถึงผู้ที่เท่ากันเท่านั้น ถึงจะสื่อภาษาใจกันได้อย่างเนียนสนิท"
วันนี้นั่งทำงานอย่างมีความสุขคะพ่อ