ผมอยากจะพูดอะไรสักอย่างถึง "บล็อกเกอร์หน้าใหม่" ที่เกิดขึ้นแล้ว หรือแม้แต่ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องในงานสัมมนาการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายความรู้ระดับประเทศ ณ เชียงใหม่นี้สักเล็กน้อย โดยเฉพาะประเด็นที่ผมเองได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างเป็นส่วนตัว (หากแต่เป็นกันเองยิ่งนัก)
หลายท่านเปลือยใจอยากเป็นบล็อกเกอร์เหมือนวิทยากร แต่ยังหวาดหวั่น หรือแม้แต่หวาดวิตกเกี่ยวกับการเขียนบล็อก ซึ่งหมายถึง "ความไม่กล้าที่จะเขียน"
ความไม่กล้าดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ แต่เท่าที่ผมสัมผัสได้อย่างชัดเจนและพบถี่ในบางกลุ่มก็คือ "ความไม่กล้า" นั่นเอง
ความไม่กล้าดังกล่าวนั้น หมายถึงความไม่กล้าเขียน เพราะรู้สึกว่าตนเอง "ไม่มีอะไรดีพอที่จะเขียน" (ว่างเปล่า) ราวกับกำลังเผชิญกับห้วงแห่งภาวะที่รู้สึกว่าตนเองยังไม่ "ตกผลึก" ต่อโลกและชีวิต จึงไม่รู้ว่าจะหยิบยกอะไรมาเขียน และถ้าเขียนออกไปแล้วก็กลัวว่าความไม่รู้นั้นจะกลายเป็นภาพสะท้อน "เบื้องตื้นทางความคิด" และอาจนำพามาซึ่งความเขินอาย .. และยิ่งมาพบเจอวิทยากรแต่ละท่านที่ประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่กำลังจะประสบความสำเร็จก็ยิ่งเกิดอาการราวกับเห็น "เสือ" ...
ผมขอยืนยันว่าผมเข้าใจและเห็นใจเป็นที่สุด แต่ก็พยายามให้กำลังใจตามแบบฉบับของผมอย่าง "เปิดเปลือย" ...
ผมได้แต่บอกกับผู้เข้าร่วมสัมมนากลุ่มเล็ก ๆ นั้นว่า จงกล้าที่จะเขียน อย่าจำนนต่อ "มายาคติ" นั้น ๆ และขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า "มนุษย์มีเสรีภาพ และมนุษย์มีศักยภาพ" .... คิดอะไรก็ขอให้เขียน, อยากเขียนอะไรก็ขอให้เขียน, อยากรู้อะไรก็เขียนมาเพื่อให้คนอื่นได้ช่วยเติมเต็ม - ที่ไม่รู้ก็จะกลายเป็น "รู้" .....และสิ่งที่รู้ในเรื่องเดียวกันนั้น อาจจะมีคำตอบอย่างหลากหลายอย่างคาดไม่ถึง
และที่สำคัญที่สุดที่ผมบอกกล่าวอย่างหนักแน่นก็คือ วิทยากรทุกท่านต่างก็เคยเผชิญภาวะเช่นนั้นมาแล้วนั้นนั้น แต่ละท่านล้วนมี "บันทึกแรก" บนพื้นฐานของความหวาดหวั่นอยู่เหมือนกัน และจงเชื่อใจว่าโลก G2K อบอวลด้วยบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่งดงามเสมอ คือโลกที่สอนให้เราได้เห็นวัฒนธรรมอันงามของการให้ "กำลังใจ" แก่กันและกัน
หากแต่ตอนนี้, ผมอยากจะนำคำที่ผมพูดบนเวทีเมื่อวานมาบูรณาการเข้ากับคำพูดของพ่อครูบาสุทธินันท์ฯ ที่เกิดขึ้นในห้องหับที่พักอันแสนกว้างใหญ่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาว่า
“เขียนเถอะครับ พวกเรารออ่าน..” <p> </p><p> </p>
สวัสดียามเช้าค่ะ
ขอแสดงความเห็นด้วยกับคุณแผ่นดิน คุณเป็นคนที่สร้างกำลังใจคนได้ดี สภาวะที่คุณพูดถึง ดิฉันเองก็เคยผ่านมา และละทิ้ง บันทึกของตัวเองไปนาน จนวันหนึ่ง เข้ามาเขียนต่อ และมีท่านหนึ่งทักว่า หายไปไหนมานาน และรออ่านเรื่องราวที่ดิฉันเขียนอยู่ เท่านั้นเอง หัวใจมันพองโต จนอยากจะท่องไปทุกบันทึก และให้กำลังใจทุกคน เหมือนคุณ และจะแวะมาเยี่ยมบันทึกขอตนทุกวัน และนับจำนวนคนที่เข้ามาอ่านของเรา แล้วความปิติใจก็เกิด ทำให้มีกำลังใจมหาศาล เขียนตามที่อยากจะเขียนเถอะค่ะ แนวใคร แนวท่าน ไม่ต้องอาย เราอาจอ่อนวิชาการ แต่ประสบการณ์แต่ละคน ไม่มีใครย่อหย่อนกว่ากันเลย บันทึกของคุณแผ่นดิน มีคนสนใจมาก ดิฉันขออนุญาต มาเขียนต่อ เพื่อจะได้ส่งกำลังใจผู้เข้ามาเยี่ยมคุณแผ่นดิน ได้จำนวนมากขึ้น ขอเป็นกำลังใจทุกคน และจะเข้าไปเพิ่มจำนวนผู้อ่านให้ ทั้งเก่าและใหม่ค่ะ
สวัสดีครับ
ขอคำแนะนำด้วยนะครับ
จองคิวรออ่านด้วยคน....เขียนเถอครับ...
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ความรู้สึกแรกๆ ดิฉันจะเป็นเหมือนที่ bloggerหน้าใหม่รู้สึก
ต่อมาพอฝึกเขียนเรื่อยๆ
ทำให้เรามองโลกในแง่ดีมากขึ้น เพราะการเขียนBlog
พอเราคิดจะติคนอื่น เราต้องฝึกใช้คำพูดที่ดีเชิงเสนอแนะมากกว่า
จนในปัจจุบันน้องๆที่ทำงานบอกว่า เราใจดีขึ้นมาก
มาถึงวันนี้ เราจะเขียน...สิ่งที่เรารู้สึกอยากบรรยายสิ่งที่เราอยากพูดให้คนอื่นฟัง
พอเราได้เขียน.. เรารู้สึกดี
ถึงจะไม่มีคนเข้ามา ลปรร ก็ไม่เป็นไร
อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามีคน คลิกเข้ามาอ่านก็ยังดีนะคะ
ขอต่อเติม ว่า เขียนเถอะ ค่ะ รออ่านอยู่ และหากไม่ว่างอ่านวันนี้ เมื่อว่างก็จะมาเปิดอ่านค่ะ ทุกท่าน
การเขียนเป็นการทำสมาธิที่ดี
การเขียนทำให้เราต้องใตร่ตรองมากขึ้นต่อสิ่งที่คิดและสิ่งที่จะเขียน
การเขียนเป็นการฝึกกระบวนการคิด จนก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ พัฒนาระบบคิด
การเขียนทำให้เรารู้จักภาษาไทยมากขึ้น ส่งเสริมการการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องด้วย
การเขียนเป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์เรื่องราวต่างๆ
เห็นด้วยกับคุณแผ่นดินและสนับสนุนการเขียนครับ
เอาบันทึกเพิ่มกำลังใจและแนวการเขียนมาฝากคุณแผ่นดิน ส่งต่อค่ะ
เขียนความคิดจากการทำงาน...มีประโยชน์ไหม...กับใคร?
รวบรวมความรู้เกี่ยวกับ การเขียนบล็อก GotoKnow
และขอร่วมเป็นกำลังใจในบล็อกเกอร์หน้าใหม่ทุกท่านด้วยค่ะ
สวัสดีครับ อ.ขจิต
เป็นยังไงบ้างครับ, หายเหนื่อยหรือยัง ..
ผมก็กำลังเปิดคอลัมน์ "นินทาบล็อกเกอร์" ... กะจะเปิดตัวในเร็ววันนี้...
ส่วน อ.ขจิต จะเปลือยบล็อกเกอร์ก็ไม่เสียหายอะไร ... เอาใจช่วยและจะเป็นแฟนคลับติดตามอ่านครับ -
ดิฉันเองก็เคยผ่านมา และละทิ้ง บันทึกของตัวเองไปนาน จนวันหนึ่ง เข้ามาเขียนต่อ และมีท่านหนึ่งทักว่า หายไปไหนมานาน และรออ่านเรื่องราวที่ดิฉันเขียนอยู่ เท่านั้นเอง หัวใจมันพองโต จนอยากจะท่องไปทุกบันทึก และให้กำลังใจทุกคน เหมือนคุณ และจะแวะมาเยี่ยมบันทึกขอตนทุกวัน และนับจำนวนคนที่เข้ามาอ่านของเรา แล้วความปิติใจก็เกิด ทำให้มีกำลังใจมหาศาล เขียนตามที่อยากจะเขียนเถอะค่ะ แนวใคร แนวท่าน ไม่ต้องอาย เราอาจอ่อนวิชาการ แต่ประสบการณ์แต่ละคน ไม่มีใครย่อหย่อนกว่ากันเลย
สวัสดีครับ
ขอบคุณนะครับที่แวะมาทักทาย
เรื่องงานผมส่งอีเมล์ให้ก้องตั้งแต่วันจันทร์แล้วนะครับ
แต่ผมปิดมือถือตลอด เพราะไม่อยากให้เสียสมาธิกับงาน เนื่องจากงานนี้ วิทยากรอยู่ในห้องประชุมทุกวัน, และทุกเวลา ไม่ใช่รอถึงเวลาที่ต้องบรรยายแล้วค่อยเข้ามาในห้องประชุม
ขอบคุณครับ
blogger รุ่นพี่ เชิญไปอ่านบันทึกให้หน่อยนะคะ http://gotoknow.org/profile/rattanapun
หากมีอะไรต้องแก้ไขก็ขอคำแนะนำด้วยคะ ตอนนี้เขียนแบบไม่มีหลักการอะไร คิดอะไร ทำอะไร ก็ถ่ายทอดออกมาค่ะ อีกอย่างฝากติดตามสมาชิกของ Korat6KMTeam ด้วยนะคะ ที่ www.korat6.go.th อยู่ในส่วนของข่าวกิจกรรม korat6 URL blog ของทุกคนอยู่ที่นั่นค่ะ ขอบคุณค่ะ
ตอนนี้เริ่มเขียนแล้วนะครับ และหวังว่าจะยาวนานไปจนตลอดชีวิต ขอบคุณคุณแผ่นดินที่ให้ที่หายใจสำหรับอีกหนึ่งใจ และคุณแผ่นดินจะเป็นแรงบันดาลใจในใจดวงนี้ไปโดยตลอด
ขอบคุณคะ ขอบคุณม๊าก มาก คะ...... อ.แผ่นดิน
กำลังรู้สึกอย่างนี้เลย.. วันแรกอยู่ในงานสัมมนาเขียนได้..
วันที่ สองยังอยู่ที่สัมมนา ก็เขียนได้... (เพราะกำลังภายในจากวิทยากรทั้งหลาย)
แต่พอวันต่อ ๆมา ไม่คะ ...ไม่กล้า..ยังไง ยังไงก็ไม่กล้าเขียน เข้ามาอ่านของคนอื่นแต่ไม่กล้าเขียนของตนเอง
ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจใน firth blog คะ และทำให้ได้พบบทความนี้
จะพยายามเขียนคะ
อยากจะกล่าวคำขอบคุณ อีกหมื่นร้อยพันขอบคุณคะ
สวัสดีครับ
ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าการไม่กล้าลงมือ "ทำ" ...
ย้ำอีกครั้ง, เขียนเถอะครับ... พวกเรากำลังรออ่าน -
สวัสดีครับ อ.ขุน
ขอบคุณนะครับที่แวะมาร่วมให้กำลังใจกับบล็อกเกอร์หน้าใหม่ร่วมกัน
ระลึกถึงเสมอนะครับ -
สวัสดีครับ
ถามว่าบล็อก หรือการเขียนบันทึกให้อะไรกับเราบ้าง อย่างน้อย ถ้อยคำเหล่านี้ก็การันตีความจริงอีกประการที่ผมก็สัมผัสได้เช่นกัน จึงขออนุญาตนำมากล่าวซ้ำอีกรอบ นะครับ
ความรู้สึกแรกๆ ดิฉันจะเป็นเหมือนที่ bloggerหน้าใหม่รู้สึก
ต่อมาพอฝึกเขียนเรื่อยๆ
ทำให้เรามองโลกในแง่ดีมากขึ้น เพราะการเขียนBlog
พอเราคิดจะติคนอื่น เราต้องฝึกใช้คำพูดที่ดีเชิงเสนอแนะมากกว่า
จนในปัจจุบันน้องๆที่ทำงานบอกว่า เราใจดีขึ้นมาก
....
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ