“ผมมาของานทำครับคุณลุง ผมอยากซื้อฟุตบอลมาเล่นยังขาดเงินอยู่ 50 บาท ผมมาของานทำแลกเงินครับ” เสียงของเด็กชายคนหนึ่งมาพูดข้ามรั้วหน้าบ้านเมื่อเช้าวันอาทิตย์นี้เอง
เหตุการณ์แบบนี้เคยมีมาก่อนแล้วเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นเป็นเด็กใหญ่ ครั้งนี้เป็นเด็กเล็ก หน้าตาสะอาดสอ้าน พูดจาไพเราะ และช่างพูดพอสมควร ผมไม่กล้าจะตัดสินใจอะไรในครั้งแรกที่ได้ยิน แต่เห็นหน้าตาและฟังเขาพูดแล้วจึงตัดสินใจลงไปคุยกับเขา

บ้านอยู่ไหน : ผมอยู่บ้านพระคือครับ (ห่างออกไปประมาณ 8 กม.)
มีพ่อแม่ไหม : มีครับ แม่เป็นแม่บ้าน พ่อเป็นคนรับจ้างแบกข้าวสารที่โรงสีครับ
ต้อมมีพี่น้องกี่คน: มีสองคนครับ มีน้องอีกคนหนึ่งอยู่บ้าน แม่เลี้ยงอยู่
ต้อมเรียนชั้นไหน ที่ไหน: เรียนชั้น ป.4/1 ที่โรงเรียนหนองใหญ่ (ซึ่งใกล้ๆกับบ้านผู้บันทึก จะได้ยินเสียงร้องเพลงชาติทุกเช้า)
ทำไมมาของานทำ: ผมอยากได้เงินไปซื้อฟุตบอลครับ ขาดเงินอีก 50 บาทเท่านั้นครับ
ใครสอนให้มาทำอย่างนี้: แม่ครับ
ไปมากี่บ้านแล้ว: ไปมาสองสามบ้านแล้วครับ
แล้วทำงานอะไรบ้างล่ะ: เขาให้ผมกวาดบ้าน ถูบ้านครับ
ฯลฯ

หลังจากนั้นผู้บันทึกก็ให้เขารดน้ำต้นไม้รอบบ้านแลกกับเงิน 50 บาท ด้วยแน่ใจว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่ขบวนการอะไร และหากจะสืบสวนก็ไม่ยากเพราะโรงเรียนหนองใหญ่อยู่ติดบ้าน ต้อมได้เงินไปแล้วก็ชอบอกชอบใจขี่จักยานหายไป
ผู้บันทึกสนับสนุนความบริสุทธิ์ผุดผ่องเช่นนี้ และกล้าที่จะแสดงเจตนาของานทำเพื่อแลกเงินอย่างไม่อาย เด็กจะมีความรับผิดชอบว่าเงินทองจะมาได้ต้องทำงาน มิใช่เพียงแบมือขอพ่อแม่เท่านั้น หรือไปลัก ขโมยเขามา สนับสนุนการใช้เวลาว่างทำงาน สนับสนุนการทำดี การทำประโยชน์แก่ตน แก่ครอบครัว ฯ
ลูกสาวผู้บันทึกก็เคยไปของานทำเช่นกัน แต่เป็นอีกลักษณะหนึ่ง เขาติดนิสัยฝรั่งเพราะไปใช้ชีวิตในไฮสคูลที่นิวซีแลนด์เสีย 3 ปี เมื่อปิดเทอมก็ไม่นิ่งเฉย อยากทำงานแบบฝึกงานที่ไม่ต้องการค่าตอบแทน แต่อยากมีประสบการณ์ จึงไปของานทำที่โรงแรมชั้นหนึ่งของขอนแก่น ซึ่งก็ได้รับความกรุณาที่ดี
แต่สองวันเท่านั้น ลูกสาวก็ร้องให้กลับบ้านเลย เธอเล่าว่าไม่เห็นได้ความรู้อะไรเลย มีแต่ให้ไปเช็คของในสต๊อค ถ้วยชาม แก้ว แล้วก็ตรวจสอบเอกสารงานที่ค้างๆอยู่ที่พี่ๆเขาทำไม่เสร็จ เธอคิดว่าจะได้ทำงานแบบใช้ความคิดความรู้ เมื่อเจอะไม้นี้ก็สะอึกเลย ไม่อยากทำแล้ว..
ผู้บันทึกก็บอกว่า นั่นแหละงาน หนูต้องเรียนรู้ว่างานมีมากมายหลายอย่าง หลายหน้าที่ หลายความรับผิดชอบ หากในอนาคตหนูเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ไหนก็แล้วแต่ หนูก็มีประสบการณ์ตรงนี้ไปสร้างสรรค์ให้มีประสิทธิภาพ งานบริหารงานโรงแรมมิใช่มีแค่แต่งตัวสวยๆ พูดเพราะๆอยู่หน้า Counter นะ ยังมีงานอีกหลายส่วนที่มีความสำคัญเช่นกัน อาจเรียกว่างานที่หนูทำนั้นเป็นงานหลังฉากก็ได้..ฯ
เธอพยักหน้าเข้าใจแล้วก็กลับไปทำงานต่อจนจบช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ในปีถัดมาเธอก็ไปทำงานที่ Agency ขายตั๋วเครื่องบินอีกแห่งหนึ่ง เรียนรู้เรื่องการจองตั๋ว ระบบ online อัตราต่างๆ บริษัทในเครือต่างๆที่ทำธุรกิจด้านนี้ มุมมองของธุรกิจที่เชิงเป็นคนใน เขามองอย่างไร งานนี้ก็ทำฟรีไม่มีรายได้อะไร แต่เธอได้ประสบการณ์ครับ
ผู้บันทึก “ขอสนับสนุนให้เด็กทำงานเมื่อมีเวลาว่างครับ”
ขอยกมือสนับสนุนด้วยค่ะ
สวัสดีครับ อ.แป๋ว
ขอบคุณครับ
เมื่อคืนอาจารย์นอนดึกจังเลยครับ ผมหลับไปนานแล้วครับ
สวัสดีครับน้องเสือ
ครูเสือ
สวัสดีออต
สวัสดีค่ะคุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ชอบบันทึกนี้มากเลยค่ะ ชอบความใสซื่อของเด็ก ชอบที่เขารู้จักทำงานเพื่อสิ่งที่เขารักหรือต้องการ ดิฉันว่าเป็นเรื่องที่น่านับถือมากค่ะ น่ารักจริงๆ ^ ^ ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
เด็กน่ารักนะคะ มีความกล้า สมควรได้รับการสนับสนุน เพราะเป็นเรื่องดี ๆ
ต้อมเคยขอไปทำงานพาร์ทไทม์โดยไม่รับเงินเดือนที่เกสเฮ้าส์แห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เพราะอยากได้ภาษา แต่อยู่ไม่นานก็ต้องจรลีค่ะ สามีเจ้าของซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเกิดสงสัยว่า .. มีด้วยหรือ มาทำงานแล้วไม่เอาเงินเดือน และช่วงที่ทำงานฟรี ๆ นั้น ไม่ได้ฝึกภาษาเลยค่ะ เอาแต่เก็บเตียง กวาดห้อง ถูห้อง ล้างห้องน้ำ ซักผ้า เออ .. แล้วเรามาทำอะไรอยู่เนี่ย ก็เลยชิ่งงงค่ะ
ตอนนี้มีน้องชายวัยกำลังเรียน ก็พยายามสอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน ถ้าเธออยากได้เงินของฉัน เธอก็ต้องทำงานให้ฉัน รีดผ้ามั่ง ซักผ้ามั่ง แล้วแต่เขาอยากจะทำค่ะ เพราะฉันก็ทำงานมากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท แต่ละสตางค์ ต้องเจอกับอะไรมากมาย
เป็นเรื่องราวที่น่ารักมากเลยค่ะ คนไทยส่วนมากไม่ค่อยมีค่านิยมให้ลูกทำงานช่วงวันหยุด หรือทำงานพิเศษเมื่ออยากได้ของพิเศษ
พี่บางทรายสอนลูกดีจังค่ะในเรื่องความสำคัญในการทำงานเล็กน้อยที่ดูไม่ได้ใช้ความรู้อะไร ตัวเองทุกวันนี้ที่ทำงานเป็น ควบคุมบริหารงานบ้านได้ก็เพราะต้องทำงานบ้านเป็นทุกอย่าง ทั้งๆที่บ้านมีคนงานหลายคน สมัยเด็กๆอยู่กับคุณปู่ คุณย่าค่ะตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราจะต้องทำ มาเข้าใจตอนโตว่า จะเป็นนายได้ ต้องรู้จักงานของลูกน้องว่าทำอย่างไร ลำบากแค่ไหน จะได้เห็นอกเห็นใจผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของเรา
สวัสดีครับอาจารย์
กมลวัลย์
สวัสดีครับ
เนปาลี
สวัสดีครับ คุณนาย
คุณนายดอกเตอร์
สวัสดีครับ น้อง
นายสายลม อักษรสุนทรีย์
โอย ท่านครูบามาแบบเงียบๆ ผมตั้งตัวไม่ทันเลยครับ
จำไม่ได้ว่าเป็นท่านครูบาในรูปลักษณ์ใหม่ ยังไม่ชินตาครับ
เรื่องเด็กคนนี้ ความจริงที่บ้านมีคนทำหน้าที่ดูแลบ้านรดน้ำต้นไม้อยู่แล้ว แต่อยากสนองเจตนาดีของเด็กก็เลยให้เขาทำ
และที่บ้านมีคนทำหน้าที่นี้นั้น ความจริงก็ไม่จำเป็น เพราะเราเองก็ทำได้ ไม่ใช่งานหนักหนาสาหัสอะไร แต่คิดว่าช่วยเหลือคนมีงานทำ เมื่อเราพอจ่ายเขาได้ก็ช่วยกันมาหลายปีเต็มทีแล้วครับ และที่สำคัญช่วงที่แม่ยังมีชีวิต ยังช่วยดูแลแม่ยามที่พวกเราไม่อยู่บ้าน เมื่อแม่จากไปแล้วจะขับไล่ใสส่งออกไปเพื่อประหยัดเงินก็โหดร้ายไป แถมยังเอาเด็กที่ดูแลแม่จนเสียชีวิตมาอยู่ด้วยไม่ต้องไปอยู่ที่อื่น แถมส่งเสียให้เรียนหนังสือไปด้วยครับ
สวัสดีครับ
การทำงานเป็นสิ่งที่ดี....ทำให้เข้าใจการบริหารชีวิตมากขึ้น ตอนผมไปเรียน ปตรี ก็ไปเป็นบ๋อยอยู่ในร้านอาหารไทยเหมือนกันครับ...ทีแรกก็ไปขอเขาทำก่อน...ก็ได้ช่วยค่าใช้จ่ายทางบ้านนะครับ ดอลล่าหนึ่งก็ 25 บาทในสมัยนั้น...พอเรียนเสร็จตอนเย็นก็ไปทำงาน...กว่าจะได้กลับบ้านก็หลังปิดร้านละครับ...ห้าทุ่มเที่ยงคืน...สนุก ได้ประสพการณ์ครับ
เลี้ยงลูกตัวเองก็ทำแบบเดียวกันละครับ...ตอนนี้(สี่ขวบ)เขาก็ไปนวดอาม่าเพื่อได้ตังค์มาหยอดกระปุก...แต่ยังใช้เงินไม่เป็น...ขออย่างเดียว
ผมว่าควรสอนให้เด็กรู้จักหาเงินก่อน น่าจะดีกว่า เพราะการใช้เงินมันง่ายนิดเดียวนะครับ...
โอชกร
สวีสดีครับน้อง
โอชกร - ภาคสุวรรณ
ขอกราบขอบพระคุณ สำหรับหนังสือนำเที่ยวเวียตนามค่ะ
ต้อมแจ้งที่อยู่ไปแล้วนะคะ ..
สวัสดีครับ น้อง
เนปาลี