ขออนุญาตนำเสนอเรื่องสมมุติก่อนนะครับ สมมุติว่า คุณมีลูกหลายคน แต่ละคนมีความสามารถและมีข้อด้อยแตกต่างกัน สมมุติอีกว่า ลูกคนสุดท้องของคุณ กินผักไม่ได้เลย กินแล้วอาเจียร หากหนักๆ หน่อยต้องหามส่งโรงพยาบาล ซึ่งหมอก็เคยวินัจฉัยว่า ผักทุกชนิดเป็นอันตรายสำหรับลูกของคุณคนนี้
ผมขอตั้งคำถามให้กับคุณว่า เมื่อคุณมีความต้องการที่จะแสดงออกซึ่งความรักที่มีต่อลูกๆ ของคุณทั้งหมด และต้องการแสดงให้เขาเห็นว่าคุณ รักลูกๆ ทุกคนเท่ากัน ในขณะที่ลูกคนอื่นอยากกินผัก และคุณก็ซื้อผักมาให้ลูกๆ กิน และเพื่อความยุติธรรม คุณจะแบ่งผักส่วนหนึ่งให้กับลูกคนสุดท้องหรือเปล่า?
ผมเดาคำตอบได้ว่า คุณน่าจะตอบว่า "ไม่" แต่เรื่องเล่าข้างต้น มันไม่ได้จบแค่นั่นครับ แต่เรื่องเล่าข้างต้น ผมมีเจตรนาที่จะโยงไปยังเรื่อง ที่มีอาจารย์หลายท่านที่คณะ มาเล่าให้ผมฟัง เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อต้นเทอม มีนักศึกษาของคณะลาออกหลายคน เพื่อไปสมัครเรียนเป็นพยาบาลตามโครงการของ ศอบต. ซึ่งในนั้นมีสิทธิมากมาย บางคนเรียนถึงปีสี่แล้ว (กำลังจะจบแล้ว) ยังลาออกไปสมัครเรียนพยาบาลเลย
แต่แล้วเมื่อพวกเขาเข้าไปเรียนจริงๆ ตามวิทยาลัยพยาบาล ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ พวกเขาโทรกลับมาขอคำปรึกษาอาจารย์ด้วยน้ำตา
เด็กๆ เหล่านั้นบอกว่า มันไม่ได้เป็นไปตามสัญญา ยิ่งไปกว่านั้นด้วยประเพณีของแต่ละสถาบัน รุ่นพี่ๆ บังคับให้พวกเขาต้องทำในสิ่งที่ศาสนาห้าม ทั้งก้มกราบรูปปั้นประจำสถาบัน หรืออื่นๆ (ขออนุญาตไม่นำเสนอให้ปวดหัวใจ)
เมื่อเด็กๆ เหล่านั้นปฏิเสธก็จะถูกคำตำหนิทั้งจากอาจารย์และรุ่นพี่ (ผมว่าน่าจะมาจากฐานคิดเดิมของพวกเขาที่มองว่า เด็กๆ เหล่านี้แหละที่สร้างปัญหาให้กับไทย)
การต้องการให้เหมือนกัน เพื่อแสดงออกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน หรือสังคมนั้นๆ ก่อให้เกิดปัญหาสำหรับลูกที่ขี้โรคครับ เพราะลูกคนนี้กินอะไรก็ไม่เหมือนพี่ๆ ทำอะไรหลายๆ อย่างไม่ได้เหมือนพี่ๆ จนบางทีทั้งพี่ๆ และพ่อแม่รำคาญใจ
ซึ่งหัวใจสำคัญคือ คนในชุมชนหรือครอบครัวเดียวกันน่าจะทำความเข้าใจกันก่อนที่จะรับเขา ไปเป็นลูกอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่ฉันจะรับใครมาเป็นลูกก็ได้ ฉันใจกว้างพอ แต่สุดท้ายคุณก็รับนิสัยลูกใหม่ของคุณไม่ได้ และคุณก็เขี้ยนตีเขาเพื่อให้เขาหยุดร้อง
ยิ่งมองไปข้างหน้ายิ่งน่ากลัวครับ เพราะจุดดำจะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กๆ เหล่านั้น จนอาจจะคิดไปว่า เขาไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกของคุณเลยก็ได้
ผมอยากให้พ่อแม่ที่ได้รับลูกใหม่ไปเลี้ยง ช่วยเข้าใจสักนิดหนึ่งครับว่า การกราบสิ่งอื่นสิ่งใดนอกเหนือจากพระเจ้า(อัลลอฮฺ) แล้ว ในอิสลามมันมากกว่า การตายทั้งเป็นครับ
ผมไม่คิดที่จะรับเด็กๆ เหล่านั้นกลับมาเลี้ยงเองครับ เพราะผมว่าแนวคิดเบื้องต้นมันดีแล้ว เพราะให้เขาได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่ต่างไปจากชุมชนที่เขาอยู่ แต่ที่อยากเห็นนั้นไม่ใช่จุดดำในใจครับ
และผมก็ไม่อยากให้พ่อแม่ใจช่วยกันโอ๋ อะไรนะครับ เพราะเดี๋ยวเด็กๆ เหล่านั้นจะเคยตัว
แค่อยากบอกให้คิดสักนิดหนึ่งว่า รักเป็นอย่างไร?
อีกมุมหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ
http://medinfo.psu.ac.th/pr/WebBoard/readboard.php?id=11374&PHPSESSID=12bdf6157cb87879ef5d8308b429be9e
ขอบคุณคุณอุไรวรรณครับ
ผมได้เข้าไปอ่านแล้วครับ รู้สึกอุ่นใจครับ ที่ได้เห็นความพยายามในการเรียนรู้และอยู่ร่วมกัน ขอบคุณมากครับ
ผมว่า มอ.คงมีบริบทที่พร้อมรับนักศึกษามุสลิมอยู่แล้วละครับ แต่บางที่ที่อยู่ไม่ไกลมอ.หาดใหญ่ ที่ทราบข่าวมายังมีปัญหา เรื่องของความแตกต่างทางวัฒนธรรมเลยครับ เมื่อสักเดือนที่แล้ว เพิ่งได้ยินปัญหาเกี่ยวกับงานไหว้ครูอยู่ ทั้งๆ ที่ที่นั่นนักศึกษามุสลิมก็เยอะ อันนี้ยังไม่รวมถึงที่ที่มีมุสลิมไม่ถึงยี่สิบคน
ครั้นเมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาเช่นนั้น) ประชาชนที่มาชุมนุมกันจึงกล่าว (เป็นเสียงเดียวกัน) ว่า "พวกเราศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม (พวกเราศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม)”
ทหารคนสนิทจึงกล่าว (ตักเตือน) กษัตริย์ (ด้วยท่าทีที่ผิดหวัง) "พระองค์เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกำชับให้ระวังก่อนหน้านี้หรือยัง แท้จริง - ข้าขอสาบานต่ออัลลอฮฺ - ความหายนะได้มาหาท่านแล้ว ประชาชนทุกคนต่างยอมรับและศรัทธา (ต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม!)
กษัตริย์ (สงวนท่าทีไว้) “(พวกเจ้า) จงไปหาปากบ่อเก่าๆที่ชำรุด แล้วจงขุดมันให้เป็นหลุมใหญ่ เสร็จแล้วพวกเจ้าจงติดไฟให้ลุกโชน”
กษัตริย์ (หลังจากที่ทหารได้จัดการขุดหลุมใหญ่แล้วก่อไฟจลลุกไหม้อย่างน่ากลัวแล้ว) “ผู้ใดที่ยอมกลับตัวจากศาสนาที่นับถืออยู่ ก็จงปล่อยเขาไป ถ้าไม่ยอมกลับตัวก็จงโยนลงไป (ในเปลวเพลิงสะ)”
กองทหาร (ไปยืนเรียงรายอยู่ตามแนวของปากหลุมไฟ แล้ว) นำบรรดาผู้ศรัทธาไปจ่อไว้กับหลุมเพลิง (พร้อมยื่นข้อเสนอให้พวกเขากลับตัวจากศาสนาเด็กหนุ่มไปนับถือบูชากษัตริย์เช่นเดิม ถ้าผู้ใดไม่ยอมกลับตัว) พวกเขาก็ถูกจะผลักลงไปในกองเพลิง (ที่กำลังลุกโชนนั้น)
(บนริมปากหลุมที่กองเพลิงกำลังลุกโชนอยู่นั้น) มีสตรีผู้ศรัทธานางหนึ่งที่กำลังสวมกอดทารกน้อยของนางที่ยังไม่หย่านม ดูเหมือนว่า (สองจิตสองใจและ) ถอยร่นออกไปด้านหลัง (และยื้อแย่งกับทหาร) ไม่ยอมให้ทหารจับตัวนางและลูกน้อยโยนลงไปในหลุมเพลิง (ที่กำลังลุกไหม้อย่างโชติช่วง เพราะความรักและเอ็นดูที่มีต่อลูก)
ทารกน้อย “โอ้แม่จ๋า...แม่จงอดทนเถิด แท้จริงแม่กำลังอยู่บนสัจธรรม”
(หลังจากนั้นทั้งแม่ทั้งลูกจึงถูกจับโยนลงไปในเปลวเพลิงที่กำลังโฉบเฉี่ยวอย่างบ้าคลั่งเป็นคนสุดท้าย สักครู่เหตุการณ์ทุกอย่างก็เงียบสงบ)
ครั้นเมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาเช่นนั้น) ประชาชนที่มาชุมนุมกันจึงกล่าว (เป็นเสียงเดียวกัน) ว่า "พวกเราศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม (พวกเราศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม)”
ทหารคนสนิทจึงกล่าว (ตักเตือน) กษัตริย์ (ด้วยท่าทีที่ผิดหวัง) "พระองค์เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกำชับให้ระวังก่อนหน้านี้หรือยัง แท้จริง - ข้าขอสาบานต่ออัลลอฮฺ - ความหายนะได้มาหาท่านแล้ว ประชาชนทุกคนต่างยอมรับและศรัทธา (ต่อพระผู้อภิบาลของเด็กหนุ่ม!)
กษัตริย์ (สงวนท่าทีไว้) “(พวกเจ้า) จงไปหาปากบ่อเก่าๆที่ชำรุด แล้วจงขุดมันให้เป็นหลุมใหญ่ เสร็จแล้วพวกเจ้าจงติดไฟให้ลุกโชน”
กษัตริย์ (หลังจากที่ทหารได้จัดการขุดหลุมใหญ่แล้วก่อไฟจลลุกไหม้อย่างน่ากลัวแล้ว) “ผู้ใดที่ยอมกลับตัวจากศาสนาที่นับถืออยู่ ก็จงปล่อยเขาไป ถ้าไม่ยอมกลับตัวก็จงโยนลงไป (ในเปลวเพลิงสะ)”
กองทหาร (ไปยืนเรียงรายอยู่ตามแนวของปากหลุมไฟ แล้ว) นำบรรดาผู้ศรัทธาไปจ่อไว้กับหลุมเพลิง (พร้อมยื่นข้อเสนอให้พวกเขากลับตัวจากศาสนาเด็กหนุ่มไปนับถือบูชากษัตริย์เช่นเดิม ถ้าผู้ใดไม่ยอมกลับตัว) พวกเขาก็ถูกจะผลักลงไปในกองเพลิง (ที่กำลังลุกโชนนั้น)
(บนริมปากหลุมที่กองเพลิงกำลังลุกโชนอยู่นั้น) มีสตรีผู้ศรัทธานางหนึ่งที่กำลังสวมกอดทารกน้อยของนางที่ยังไม่หย่านม ดูเหมือนว่า (สองจิตสองใจและ) ถอยร่นออกไปด้านหลัง (และยื้อแย่งกับทหาร) ไม่ยอมให้ทหารจับตัวนางและลูกน้อยโยนลงไปในหลุมเพลิง (ที่กำลังลุกไหม้อย่างโชติช่วง เพราะความรักและเอ็นดูที่มีต่อลูก)
ทารกน้อย “โอ้แม่จ๋า...แม่จงอดทนเถิด แท้จริงแม่กำลังอยู่บนสัจธรรม”
(หลังจากนั้นทั้งแม่ทั้งลูกจึงถูกจับโยนลงไปในเปลวเพลิงที่กำลังโฉบเฉี่ยวอย่างบ้าคลั่งเป็นคนสุดท้าย สักครู่เหตุการณ์ทุกอย่างก็เงียบสงบ)
เ
การดำรงอยู่ของความหลากหลายเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งบนพื้นฐานความคิดปฏิบัติต่างกัน เราต้องคุยกันด้วยเหตุผลคงจะดีกว่า น่าสงสารนะครับ คงได้แต่ขอดุอาอฺบทเรียนครั้งนี้คงเป็นบทเรียนสำหรับใครอีกหลายคนได้เป็นอย่างดี…เขาต้องต่อสู้ อดทน อดทน และอดทน อัลลอฮฺยุติธรรมสำหรับของพระองค์เสมอ จะมีก็แต่มนุษย์ปุถุชนอย่างเราๆนี่แหละ…