ผมได้รู้จัก (to know) ผู้คนมากมายจากโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่ได้พบ (to meet)

ชุมชนออนไลน์หลายๆ แห่งสร้างปรากฏการณ์พิเศษหลายอย่างในสังคมปัจจุบันนะครับ ผมเองมีประสบการณ์ดีและไม่ดีมากมายจากการเข้าร่วมสังคมออนไลน์ แต่สิ่งที่ทำให้ผมค่อนข้างถูกชะตากับการสื่อสารออนไลน์คือการที่ได้มีโอกาสนั่งคิดกลับไปกลับมาก่อนจะตอบ ถ้าเป็นนักมวยก็มีโอกาสได้พักยกก่อนคิดวางแผนก่อนระฆังจะดังอีกครั้ง ต่างกับการสนทนาตัวต่อตัวที่บางครั้งเหมือนกำลังอยู่ระหว่างยก การ์ดตกพอดี บางครั้งเขาสวนมาเราก็ตอบกลับไม่ทัน เปรียบเทียบแบบนี้ผมไม่ได้หมายถึงการทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่หมายถึงการสนทนากับธรรมดานี่ล่ะครับ อาจเป็นเพราะผมชอบเอาเรื่องราวต่างๆ มาคิดกลับไปกลับมา บางครั้งความคิดที่ดีกว่ามันเกิดขึ้นหลังจากบทสนทนามันจบไปแล้ว ถ้ามีโอกาสได้เขียนต่อ ได้คุยต่อก็มีโอกาสได้ต่อยอดความคิดได้อีก

อีกประการที่ทำให้ผมชอบการสื่อสารออนไลน์ก็เพราะผมเชื่อว่าเราทุกคนมีโอกาสที่จะได้นำเสนอตัวตนอย่างที่เราอยากเสนอ หลายคนอาจจะเถียงว่าพูดแบบนี้หมายความว่าเป็นการปรุงแต่งใช่ไหม ผมก็ต้องตอบว่าใช่ครับ แต่เราทุกคนก็อยากเสนอตัวตนที่เราเป็น (หรืออย่างน้อยก็อย่างที่เราอยากเป็น) ของเราออกไปให้คนเห็น ไม่ว่าจะเป็นการออกนอกบ้าน การไปผับบาร์ ใครจะแต่งตัวแย่ๆ ออกไปครับ การจะมีบล็อก หรือสมัคร myspace facebook ก็ไม่ต่างกัน เราตกแต่งตัวเองผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้คนอื่นได้เห็นเราในอย่างที่เรา(อยาก)จะเป็น

สองคำที่ผมโปรยไว้ที่หัวเรื่องก็คือประเด็นนี้นี่เองครับ ผมได้รู้จัก (to know) ผู้คนมากมายจากโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่ได้พบ (to meet) หลายคนพัฒนาความสัมพันธ์จนสนิทสนมกัน หลายคนก็ขาดหายไปอาจเพราะความสนใจไม่ตรงกัน หรือต่อกันไม่ติด

โลกออนไลน์ อาจทำให้คนเลวมีโอกาสมากขึ้น และทำให้คนไม่รู้มีโอกาสถูกหลอกมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คนที่คิดดีทำดีกลายเป็นคนเลวได้ สิ่งที่สำคัญคือการให้ความรู้ความเข้าใจ เพราะโลกออนไลน์ในปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าเข้าถึงทุกที่แล้ว ทำความเข้าใจดีกว่าไปหวาดกลัวนะครับ ความกลัวทำให้เกิดความเกลียดชัง กีดกัน ไม่เข้าใจ เรื่องก็มีแต่จะแย่ลง

แน่นอนครับ ว่าการทำความเข้าใจกับโลกออนไลน์นั้นยากกว่าโลกที่เราพบเห็นกันทั่วไป เพราะมันเป็นโลกที่จับต้องไม่ได้ ตั้งอยู่บนกรอบความสัมพันธ์ที่หลวมกว่า พร้อมที่จะแตกกระจายไปได้ทุกเมื่อโดยไม่มีสายใยใดๆ ผูกพัน

เด็กๆ กำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่ใบนี้อย่างมั่นใจ ในขณะที่พ่อแม่ก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะก้าวตาม ผมคิดไปคิดมา (เพราะมีเวลาพักยกให้น้ำ) ก็คิดว่าคำตอบอยู่ที่ครอบครัวและชุมชน (เหมือนหลายๆ คำถามนั่นแหละครับ) แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า ผมซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจะไม่ช่วยตอบคำถามนี้ห้องเรียน หวังว่าคงมีคำตอบเพิ่มเติมในไม่ช้า คำตอบที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าก่อนที่จะพบ (to meet) กับใครสักคนในโลกออนไลน์ จะต้องรู้จัก (to know) เขาหรือเธอให้ดีเสียก่อน และคำตอบที่ทำให้เรามีวิจารณญาณในการเข้าสังคมนี้นั่นล่ะครับ

ใครมีคำตอบขอเชิญมาแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับ