การทำงานในเบื้องต้น ในระดับ ข้าวคุณธรรม เพื่อค้นหาวิธีการปรับเปลี่ยนจากการทำนาแบบเบียดเบียนตัวเอง และผู้อื่น ไปสู่การลดการเบียดเบียน จนถึงไม่จำเป็นต้องเบียดเบียนกันอีกต่อไป ที่เป็นเป้าหมายของการเป็นอรหันต์ชาวนา

 ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มและเครือข่ายข้าวอินทรีย์ที่จังหวัดยโสธร อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ที่เน้นการทำการเกษตรแบบไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม โดยการละและเลิกใช้สารพิษ และระบบการทำลายสิ่งมีชีวิตในกิจกรรมการทำการเกษตรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้   และในระบบชีวิตของตนเองก็ยังต้องถือศีล ๕ งดเว้นจากการบริโภคเนื้อสัตว์   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในทางปฏิบัติก็ยังพบว่าสมาชิกจำนวนมากยังไม่สามารถถือศีล ๕ ได้ตลอด และยังมีกิจกรรมที่ยังคงทำอันตรายสิ่งมีชีวิตอยู่บ้าง เช่น การไถนา อาจทำให้เกิดการทำลายสิ่งมีชีวิตต่างๆในระบบธรรมชาติ โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น เป้าหมายที่จะนำไปสู้อรหันต์ชาวนา จึงได้ปรับลดลงมาชั่วคราวอยู่ที่ ข้าวคุณธรรม ที่เน้นการไม่เบียดเบียนประเภทที่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน</p>  เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำกิจกรรมข้าวคุณธรรม ผมจึงได้เสนอตัวขอร่วมกิจกรรมโดยใช้แปลงนาของผมเป็นที่ทดลองการทำนาแบบไม่ไถ ไม่ดำ เพื่อลดการทำลายตนเองและสิ่งแวดล้อม   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การไม่ไถจะทำให้</p>  <ul style="margin-top: 0cm">

  • ดินกับระบบนิเวศน์พัฒนาแบบสอดคล้องกัน
  • เกิดชั้นผิวดินที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการงอกของเมล็ดพืช และการเจริญของรากฝอย
  • เกิดระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นห่วงโซ่อาหาร เชื่อมโยง ไม่ขาดตอน ควบคุมกันได้เอง โดยคนไม่ต้องไปควบคุม
  • เกิดการพัฒนาของดินและชั้นดินที่เก็บสำรองและหมุนเวียนธาตุอาหาร เป็น nutrient pool ที่สะสมไว้ได้แม้ในดินทราย ชั้นนี้ยิ่งหนา ยิ่งมีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่ถ้าถูกทำลายแล้วจะเก็บอะไรไม่ได้เลย มีแต่ปลดปล่อยและสูญหายอย่างรวดเร็ว และถูกทำลายได้ง่ายถ้าใช้สารเคมีในระบบเกษตร
  • มีการเก็บสำรองสารอินทรีย์ ธาตุอาหาร และสร้างความหลากกลายทางชีวภาพในดิน
  • </ul>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การไม่ไถยังจะทำให้เกิดผลทางสังคม-เศรษฐกิจ ในประเด็น</p>  <ul style="margin-top: 0cm">

  • ลดการใช้แรงงาน
  • ลดต้นทุน
  • ลดการพึ่งพาภายนอก
  • ลดการใช้พลังงาน (ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อน)
  • </ul>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่การไม่ไถนั้น ต้องมีชุดความรู้ใหม่ในการดูแลปัญหาวัชพืช และสิ่งมีชีวิตที่อาจทำลายพืชได้ โดยเฉพาะในระยะปรับเปลี่ยน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่มีปฏิบัติกันอยู่ก็คือ</p>  <ul style="margin-top: 0cm">

  • การใช้ปุ๋ยน้ำหมักแทนปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
  • การจัดการหญ้าโดยระบบคุมน้ำ หรือคลุมฟาง หรือการใช้สัตว์(วัวควาย)แทะเล็ม หรือการตัดด้วยเครื่องตัดหญ้า หรือ ถ้าไม่มากนักก็ใช้แรงงานคนจัดการ โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรกของการเจริญ จะได้ผลดีมาก หรือการเลี้ยงปลากินหญ้าในนา ก็ทำได้ระดับหนึ่ง
  • การทำตาข่ายดักหอย ปู แล้วนำมาทำปุ๋ยน้ำหมัก
  • การเลี้ยงปลากำจัดหอยเชอรรี่
  • </ul> นี่เป็นการทำงานในเบื้องต้น ในระดับ ข้าวคุณธรรม เพื่อค้นหาวิธีการปรับเปลี่ยนจากการทำนาแบบเบียดเบียนตัวเอง และผู้อื่น ไปสู่การลดการเบียดเบียน จนถึงไม่จำเป็นต้องเบียดเบียนกันอีกต่อไป ที่เป็นเป้าหมายของการเป็นอรหันต์ชาวนาต่อไป  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การทำงานครั้งนี้ได้ร่วมกับกลุ่มญาติธรรม ณ วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ที่มีท่านสุภัทโท เป็นเจ้าอาวาส </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>แม้ยังเป็นประชากรจำนวนไม่มากนัก แต่ผมเชื่อว่าพลังของญาติธรรมจะเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง จนสามารถสร้างสัมมาทิฐิ ให้เกิดกับการทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง และยั่งยืนได้ในระยะยาว