ดิฉันไม่ได้บันทึกใน Blog เกือบ 3 เดือนแล้ว  แม้จะอยู่หน้าคอมฯ ตลอด แต่ก็มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำก่อนเสมอ  รวมทั้งการพักผ่อนหลังจากทำเรื่องสำคัญเสร็จแล้ว.....อิ..อิ..

          ดิฉันจึงเขียนบันทึกไม่ออก  วันนี้ไม่ทราบจะเริ่มต้นใหม่อย่างไรดี  จึงเริ่มจากความรู้สึกที่เป็นอยู่จริงๆ  โดยบันทึกว่า "เขียนบันทึกไม่ออก"

          เปิด month plan เป็นตัวช่วยดีกว่า

          3 เดือนที่ผ่านมา  มีเรื่องสำคัญมากมายที่ควรค่าแก่การบันทึกในไดอารี่

          19 เม.ย. ทำเรื่องโอนบ้าน  ไชโย! มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว (ตอนแก่) คราวนี้ก็เป็นคนพิษณุโลกอย่างเต็มตัวเสียที  หลังจากเป็นคน กทม. มาตั้งแต่เกิด เป็นทาวน์เฮาส์หลังเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ข้าง มน. ริมคลองชลประทาน  ตามตัวได้ง่ายดีนักแล

          22 เม.ย. เกือบได้ไปภูฐาน  อุตสาห์ไปรอขึ้นเครื่องตั้งแต่ตี 2 ปรากฎว่า บุญวาสนายังไม่สุกงอม  ตั๋วไม่พอจำนวนคนไป  ก็เลยอดไปกับท่าน รมต.กระทรวงวัฒนธรรม (คุณหญิงไขศรี) กลับบ้านนอนฝันถึงเจ้าชายปิ๊กมี่ดีกว่า

          30 เม.ย. - 4 พ.ค. คณะสหเวชฯ ร่วมกับ อบจ.พิษณุโลก (สนับสนุนงบประมาณแก่คณะฯ ราว 4 แสนบาท) จัดบริการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ฉลองครบรอบ 80 พรรษาในหลวง  ณ ศาลาประชาคม จังหวัดพิษณุโลก  งานนี้คณะฯ ทำบุญ 2 ต่อ  ทั้งช่วยดูแลสุขภาพท่านผู้สูงวัย  ทั้งช่วยนักการเมืองท้องถิ่นหาเสียง (แบบว่า...ไม่ได้ตั้งใจ)

          21 พ.ค. ไปอบรมเป็นผู้ประเมินของ สกอ. ที่ กทม. กับอาจารย์เทียมจันทร์ (รศ.เทียมจันทร์  พานิชผลินไชย) ตามบัญชา (คำขอร้อง) ของท่านรองฯวิบูลย์ (ผศ.ดร.วิบูลย์  วัฒนาธร)  เลยได้ทราบว่า  การประเมิน QA ปีหน้า 51 จะมีเรื่องใหม่ๆ ให้คนขี้เบื่อแก้เซ็งอีกแระ... ถ้าท่านเริ่มคุ้นกับ กพร. และ สมศ.แล้ว...คราวนี้  รับรองไม่ผิดหวัง  สกอ. มีตัวบ่งชี้ใหม่ๆ มาให้ลิ้มลอง...

          26-27-28 พ.ค.  ไป UKM ที่ ม.วลัยลักษณ์  จ.นครศรีธรรมราช  สัมผัสบรรยากาศ จตุคามรามเทพ อย่างเต็มอิ่ม  อ้าวๆ...ไม่ใช่ค่ะ ไปเสวนาเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย  ดิฉันอยู่ในกลุ่มเล่าเรื่องความสำเร็จในการบริหารงานบุคคล  การจัดงานคราวนี้เจ้าภาพเตรียมการต้อนรับสุดประทับใจแบบลืมไม่ลงทีเดียว  เว้นแต่ตอนทำ Core competence เผลอติดกับดักทฤษฏีของท่านวิทยากรไปหน่อย   idea ก็เลยไม่ค่อยพุ่งกระฉูด

          มิถุนายน เริ่ม ปีการศึกษา 2550 อีกคราหนึ่ง  ปีนี้ต้องเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา และอาจารย์ผู้สอนหลายรายวิชา (อาสาเอง...เพราะอาจารย์สาขารังสีเทคนิค ลาเรียนกันเกือบจะหมดภาคฯ อยู่แล้ว) ป.โทก็มี  ป.ตรี ก็ท็อปฮิตติดอันดับคณะที่รับนิสิตเกินเป้าสูงสุด  (ไม่ทราบว่าจะดีใจ หรือเสียใจดี ?)  แต่ก็มีเรื่องน่าดีใจอยู่อย่างหนึ่ง คือ เกือบทุกสาขา มาเชิญดิฉันให้สอนเรื่อง KM  โดยแทรกหัวข้อนี้เข้าไปในรายวิชาที่เกี่ยวกับการบริหาร  อืมม! เหนื่อยแค่ไหนก็ยินดีสอนค่ะ  จะได้แพร่เชื้อ KM  เข้าไปในคนรุ่นใหม่ที่ยังใสสะอาด

          22 มิ.ย. พากันไปส่งลูกหนูขึ้นเครื่อง จากพิษณุโลก ไป กทม.  (ส่งได้เพียงเท่านี้)  ให้ กงกับม่า  ส่งต่อวันรุ่งขึ้น จากสุวรรณภูมิ ไปออสเตรเลีย เจ้าหนู ไปผจญภัยต่างแดนเพียงลำพังแล้ว ไปต่อโท สาขา IP ที่ UQ : University of Queensland, Brisbane. โดยทุน มน. (ไม่ใช่ทุนแม่หนูนะคะ ทุน ม.นเรศวรค่ะ)

          5 ก.ค. ประเมิน QA คณะฯ คราวนี้ มามาดใหม่ สำหรับคณะที่บ้า KM และ Blog อย่างคณะสหเวชฯ ก็เลยทำ SAR on Blog เสียเลย  จะว่า ว่าไม่เขียน Blog นานเป็นเดือนๆ   อันที่จริงก็หาใช่ทีเดียวไม่  เพราะมัวสร้าง SAR on Blog กันอยู่งัยคะ  เพียงแต่เป็น Blog ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจอยากอ่านเท่าไหร่  เพราะไม่สนุกเหมือนบันทึกธรรมดา  แต่ก็มีประโยชน์มากนะคะ  เอาไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง อย่างไรก็ตามงานนี้ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ  โดยคุณเอื้อ อาจารย์ศุภวิทู  สุขเพ็ง   รองคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ  ซึ่งดิฉันไว้วางใจเป็นที่สุด  เพราะไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว

          และอันที่จริง ของที่จริง จริงๆ นะ..... ช่วงที่ผ่านมาดิฉันบ้า IT เพื่อการบริหารจัดการมาก  โดยมัวสาละวนกับการ implement e-office  ซึ่งปลุกปั้นตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึงวันนี้  และบัดนี้ คิดว่า work ได้เกือบดีที่สุดแล้ว หากวัดด้วยตัวชี้วัดของดิฉันเอง  ดิฉันรู้สึกว่า เรื่องเซ็นแฟ้มง่ายขึ้น  เร็วขึ้น  ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ตราบเท่าที่มี internet ใช้  ลำดับถัดไป ก็จะพัฒนา MIS ของคณะฯ ที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ขึ้น

          นี่ถ้า gotoknow สามารถพัฒนาเรื่อง การ upload ต่างๆ ให้ง่ายกว่านี้  สะดวกกว่านี้  ดิฉันจะติด Blog gotoknow เหมือนติดยาเสพทีเดียว

          20 ก.ค. ไปเป็นวิทยากร KM ที่ ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์  คราวนี้ดิฉันตั้งใจทำ power point ใหม่  เพราะผู้จัดกำหนดให้ไปบรรยาย 2 ชั่วโมง  concept ของการบรรยายจึงปรับให้อยู่ในรูปแบบของ "ตัวอย่างประสบการณ์การใช้เครื่องมือ KM  แต่ละแบบ"   ผิดจากคราวก่อนๆ ที่ดิฉันเน้นทฤษฎีมากเกินไป และก็รู้สึกว่า พูดให้เข้าใจอย่างไร ก็ยังคงมีคำถามว่า "แล้วจะทำอย่างไร?" เสมอ 

          แต่ครั้งนี้  ไม่ทราบว่าจะเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า  เพราะรู้สึกว่า พอปรับวิธีการบรรยายแล้ว  ผู้ฟังส่วนใหญ่บอกว่าเข้าใจกว่าทุกครั้งที่เคยฟังๆ มา


          ในที่สุด ดิฉันก็สามารถเขียนบันทึกได้  ทั้งๆ ที่ตอนจรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ ยังนึกอะไรไม่ออกเลย  แปลกมาก......มาถึงตรงนี้ได้งัยย....