แฟชั่นการแต่งกายชุดนิสิต : ... เรื่องเก่าที่ยังเป็น "ปัจจุบัน" !


ปัญหาการแต่งกายของนิสิต ไม่ใช่ปัญหาใหม่ หากแต่เกิดขึ้นและดำเนินมาอย่างยาวนาน
18   กรกฎาคม  2550  ที่ผ่านมา -

ผมมีโอกาสได้ประชุมอย่างไม่เป็นทางการกับท่านอาจารย์ JJ  ที่กองกิจการนิสิต  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  โดยประเด็นหลักเป็นเสมือนการมาเยี่ยมยามถามข่าวและเตรียมความพร้อมสู่กระบวนการขับเคลื่อนการประกันคุณภาพในระดับนิสิต หรือกิจกรรมนิสิต  ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า เริ่มจากผู้นำนิสิต   เป็นอันดับแรก

ท่านอาจารย์ JJ   ได้สะท้อนเรื่องการแต่งการของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามในช่วงหนึ่งในทำนองว่า นิสิต มมส  แต่งกายชุดนิสิตได้ค่อนข้างเรียบร้อย   ไม่เหมือนกับอีกหลายสถาบันที่พานพบเจอมา ...        

คำชมดังกล่าวพลอยเอาผมแอบยิ้มหัวใจบานอยู่อย่างลึกเร้น  แต่ก็อยากจะเรียนท่านเหลือเกินว่าเราเองก็คิดและกำลังเร่ง สร้างวัฒนธรรมมหาวิทยาลัย   ในเรื่อง  การแต่งกาย   ให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน   ซึ่งผมได้รับมอบหมายเป็นกรณีพิเศษให้ขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว     

พักหลังยอมรับว่า การแต่งกายของนิสิตนักศึกษา   การเป็นข้อพิพากษ์ในวงกว้างและสื่อต่าง ๆ ก็เพ่งมองให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด  นิสิตนักศึกษา  หรือคนหนุ่มคนสาวในรั้วมหาวิทยาลัยจึงดูเสมือนว่าตกเป็น จำเลย  ของสังคมในเรื่องวัฒนธรรมอันดีงาม หรือเหมาะสมนี้อยู่มากโข      สังคมวิพากษ์เรื่องนี้ถี่ครั้ง,  จริงจังและหนักแน่น   ทั้งในระบบสื่อและระบบนักวิชาการ  หรือแม้แต่ปากคำของชาวบ้านก็กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง !  ออกรส  ออกชาติ  เป็นที่สนุกปาก !   และบางทีอาจจะกลายเป็นสภากาแฟไปแล้วก็มี    

ผมเองสงสัยไม่น้อยว่า,  เราละเลยให้ละครทีวี หรือโฆษณาต่าง ๆ เกลื่อนจอทีวีโดยไม่คำนึงเรื่อง การแต่งกาย   ในหน่วยงาน  องค์กร  ละเลยให้เจ้าหน้าที่แต่งชุดทำงานที่ฉูดฉาด หล่อแหลม  เว้า ๆ แหว่ง ๆ  ....   แต่เหล่านั้นกลับไม่ตกเป็นจำเลยของสังคม   

  

ผมไม่ได้โยนปัญหานี้ออกจากตัวนิสิตนักศึกษา,  แต่กำลังชี้ว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาระดับ สังคม  เกี่ยวโยงและร้อยรัดกันหลายรูปลักษณ์   และปัญหานี้ก็ไม่ใช่แรกเริ่มผลิบานมาในยุคปัจจุบัน  หากแต่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะ ๆ  และหลากหลายขึ้นในยุคปัจจุบันเท่านั้นเอง

    

ถ้าเรามองเช่นนั้นก็จะง่ายต่อการเคลื่อนเข้าสู่ตัวนิสิตนักศึกษา   และเป็นส่วนหนึ่งในการนำเขากลับเข้ามาร่วมสร้างวัฒนธรรมที่ดีของ ปัญญาชน   และแต่ละสถาบันผมเองก็เชื่อเหลือเกินว่า  ไม่มีใครละเลยต่อพันธกิจเหล่านี้

    

ผมอยากให้กัลยาณมิตรได้อ่านบทกวีที่ชื่อ  แด่  นางแบบที่มหาวิทยาลัย   ที่อาจารย์ประสิทธิ์  รุ่งเรืองรัตนกุล   เขียนขึ้นและเผยแพราครั้งแรกใน อักษรศาสตรพิจารณ์  เมื่อปี  2517   และเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วผมนำมาเผยแพร่ให้นิสิตได้อ่าน  สร้างความฮือฮากันในวงกว้าง  และนำไปสู่วาทกรรมแห่งการ พิพากษา  ความไม่เหมาะสมทางการแต่งกายได้อย่างน่าพอใจ

ปัญหาการแต่งกายของนิสิต  ไม่ใช่ปัญหาใหม่   หากแต่เกิดขึ้นและดำเนินมาอย่างยาวนาน   แต่เราก็ยังต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่อง   และนี่คือบทกวีที่ผมกล่าวถึง     

 

สวัสดีนิสิตนักศึกษาสาว                  แต่งตัวราวนาง (สาว) อัปสร

 

รูปร่างก็อรชร                               เอวอรก็บางดี

 

ทาคิ้วเสียโค้งดังศรศิลป์                  นัยน์ตาสีนิลดูสดสี

 

ลิ้ปสติคเต็มปากเหมือน มาลี          สองแก้มก็มีสีชมพู

 

กระโปรงเปิดขาอ่อนชัด                  เข็มขัดเหมือนรองสะดืออยู่

 

เสื้อรัดอดตั้งสะพรั่งพรู                    พุ่งชูเครื่องหมายสถาบัน

 

ใส่รองเท้าส้นสูงหกนิ้ว                    สูงลิ่วเชียวสาวสวรรค์

 

แหวนกำไลประดับประดาสารพัน       ช่างสรรหามาประดับตัว

 

พูดจาพาทีระรี้ระริก                        กระเซ้ากระซิกจุ๋มจิ๋มยิ้วหวัว

 

เยื้องย่างแต่ละคราน่ากลัว               กระโปรงยั่วแกว่งแทบเห็นกางเกงใน

 

มาเรียนหนังสือหรือสาว ?                ค่าแต่งตัวราวราวสักเท่าไหร่

 

เด็กเด็กชนบทยากไร้                     แทบไม่มีอะไรใส่ไปโรงเรียน

....

ผมเองก็อยากขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผล  -  กัลยาณมิตรท่านใดที่พอจะชี้แนะแนวทางการรณรงค์เรื่องการแต่งกายของนิสิตนักศึกษาได้บ้าง , ขอความกรุณาอนุเคราะห์ด้านแนวคิด มา ณ  โอกาสนี้

  
หมายเลขบันทึก: 112978เขียนเมื่อ 20 กรกฎาคม 2007 09:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 11:57 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (23)
  • เมื่อวานก็ได้พูดประเด็นนี้กันบนรถค่ะ
  • ช่วงเข้าไป มมส. (อ. JJ ,คุณแจ๊ค) ยังมีการท้าให้นับจำนวนนักศึกษาที่เอาเสื้อออกนอกชายหรือไม่เรียบร้อย น้องยังไม่ทันได้นับหนึ่งก็ถึงที่หมายก่อน
  • การแต่งกายจะบ่งบอกถึงว่าคนๆนั้นเป็นเช่นไรค่ะ
  • ถึงแม้ว่าใครจะเป็นคนง่ายๆ แต่การแต่งกายให้เหมาะกาละเทศะเป็นสิ่งน่าทำค่ะ เรียกว่า "แต่งกายดีมีศรีกับตนเอง"

 

สวัสดีครับพี่พนัส

เป็นประเด็นเดียวกันกับคุณน้องเลยครับ

น้อยมากที่นิสิตที่มาเรียน หรืออยู่ในเขตมหาวิทยาลัย "กางเกง หรือกระโปรง จะอยู่นอกเสื้อ"

 

แต่ก็มีประเด็นเพิ่มเติมที่พูดคุยกัน บางที่การแต่งตัวก็ขึ้นอยู่กับศาสตร์ด้วย เช่น ทำไม่เด็กปติมากรรม ศิลปกรรม จึงแต่งตัว ซำเหมา ข้อสรุปคือ เพราะการเข้าshop ต้องคลุกฝุ่น คลุกสี จึงต้องหาเสื้อผ้าเก่าๆใส่

ชื่นชมครับ

ข้อสังเกต
หลายคนมักจะพูดถึงการแต่งกายของนิสิตในประเด็นที่พูดถึงนี้บ่อยๆครั้ง
แต่ไม่ค่อยที่มีคนพูดถึงการแต่งกายของนิสิตที่ถูกระเบียบ เรียบร้อยมากนัก หรือพูดก็พูดกันแต่เป็นกระแสน้อยเหลือเกิน

พูดในเชิงที่ให้น้ำหนัก น้อยกว่า การแต่งกายที่ไม่เหมาะสม

สวัสดีครับ  คุณพิชชา

P

เรื่องแต่งกายเป็นเรื่อง "กาลเทศะ"  ที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักาณะเฉพาะตัวตนชองแต่ละคนได้เป็นอย่างดี   ในส่วนของนิสิต   บางครั้งการแต่งกายก็เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นความเป็นเอกลักษณ์ของสาขาและวิชาชีพได้เหมือนกัน

แต่สำคัญก็คือ  ทำอย่างไรนิสิตถึงจะแต่งกายได้ถูกต้องตามระเบียบและข้อบัคับที่มหาวิทยาลัยกำหนด  หรืออย่างน้อยก็ขอให้ "ถูกต้องตามกาลเทศะ"  ก็น่าจะดี

ที่ มมส  ก็ถกคิดเรื่องนี้  และผมก็เพิ่งมารับงานตรงนี้  คิดว่าต้องคิดอีกมาก  กำลังเปิดโต๊ะเลี้ยงกาแฟน้องนิสิตคุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียที

...

อันที่จริงเด็ก มมส   ที่แต่งกายยังไม่เหมาะสมก็มีเยอะเหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ

  • มาชื่นชมและบอกว่าที่ มมส
  • นิสิตเราแต่งตัวได้เรียบร้อยน่ารักดี
  • อยากให้ปลูกฝังให้รุ่นต่อๆๆไปทำตามครับ
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ  น้องแจ็ค

P

ประเด็น นี้ ...

น้อยมากที่นิสิตที่มาเรียน หรืออยู่ในเขตมหาวิทยาลัย "กางเกง หรือกระโปรง จะอยู่นอกเสื้อ"

เป็นประเด็นน่าสนใจ และอาจจะเป็นจริงดังนั้น  แต่ก็หวนคิดไม่ได้ว่า  "การไม่ลอยชาย"  นั้น  รัดติ้วเกินไปหรือเปล่าล่ะ...

ปีนี้พี่อยากเล่นเรื่องนี้อย่างจริงจัง  เลยชวนน้อง ๆ ในที่ทำงานเริ่มลงมือไปบ้างแล้ว  ...

 ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อยนะครับ  อย่าปล่อยให้ภาระนี้ตกอยู่กับชาวกองกิจฯ  ฝ่ายเดียว

 

สวัสดีครับ
    แวะมาชื่นชมและรับรสบทกวีที่โดนใจครับ
เรื่องนี้ คล้าย ความฝัน ของผมจัง

เห็นด้วยนะคะ  เสื้อรัดติ้ว  กระโปรงสั้นเห็นขาอ่อน  อืมม...........มีเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ

สวัสดีค่ะ  คุณแผ่นดิน

             แวะเข้ามาชื่นชมกลอนกระตุกใจให้ฉุกคิดค่ะ  เด็กๆอ่านเข้าคงชอบใจ  เพราะตรงกับสภาพจริง(ถึงแม้จะแต่งไว้นานแล้ว แต่ใช้คำได้เฉียบจัง) เลยขออนุญาตนำไปสอนเด็กสักนิดเถิดนะคะ   ท่าทางว่าจะ"ได้ผล"กว่าให้เด็กๆทนฟังดิฉันบ่นเป็นไหนๆ 
             ขออนุญาตและขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะคะ : )

เรื่องการแต่งกายนี้มีให้กล่าวขานกันมานานแสนนาน แต่ผมรู้สึกว่า การพูดจาแต่ละครั้ง หรือการวางกฎเกณฑ์แต่ละครั้ง ล้วนเป็นมาตรฐานของผู้ใหญ่เป็นที่ตั้ง

ผมเคยคิดเล่นๆหลายครั้งเลยครับว่า ทำไมไม่ให้เขาแต่งตัวกันตามสบายไปเลย ใส่ชุดสวยๆงามๆมาเรียน ขอให้เรียบร้อย อย่าโป๊ (อย่าเพิ่งถามนะครับว่า นิยามของคำว่าเรียบร้อย หรือโป๊ เป็นอย่างไร เพราะคนเราวางมาตรฐานต่างกัน)

ทำไมนักศึกษาบ้านเราไม่เคยมีโอกาสออกความคิดเห็น หรือประชุมหาข้อสรุปกันเองบ้างเลย หากเขาตกลงกันเองได้ แล้วเรายอมรับ ผมว่าน่าจะดีนะครับ

ขออนุญาตเล่าเรื่องสถาบันผมบ้างนะครับ

แต่ก่อนนักศึกษาแพทย์หญิงต้องนุ่งกระโปรง แต่มีปัญหาเรื่องนุ่งสั้น เวลาขึ้นปั๊มหัวใจคนไข้ ก็พูดกันว่ากลัวคนไข้จะหัวใจวายไปเลย เพราะโป๊ ตอนหลังเลยอนุญาตให้นุ่งกางเกงได้ ผมกำลังฝันว่า อยากให้นักศึกษาแพทย์ที่รักของผมแต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดเหมือนคนทำงาน ใส่ฝังในให้เรียบร้อย แล้วสวมเฉพาะกาวน์นอกเวลาเข้าโรงพยาบาล แค่นี้ก็น่าจะพอ อีกไม่นานผมคงได้เริ่มกระบวนการปฏิวัติครับ

สวัสดีครับ  นายบอน

 

อันที่จริงผมอยากเปิดโต๊ะฟังแนวคิดของนิสิตว่าด้วยเรื่องการแต่งกายด้วยชุดนิสิตมาเรียนอย่างมาก   อยากรู้เหมือนกันว่าเขามีมุมมองในเรื่องการแต่งกายอย่างไรบ้าง

และระหว่างคำว่า ชุดนิสิต,  ชุดสุภาพ ...  พวกเขาคิดเรื่องนี้อย่างไร ..

จากนั้นจึงขับเคลื่อนกันอย่างจริงจัง   โดยให้เขาร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วยการแต่งกายในสถานะของ "นิสิต"  กันอย่างจริงจัง

บางทีอาจจะดีกว่าเราคิดเอง  ทำเอง,  ใช่หรือเปล่าครับ 

 

สวัสดีครับ  อ.ขจิต

P
  • ถึงแม้การแต่งกายไม่ใช่ทั้งหมดของการชี้วัดความเป็นคน
  • แต่ก็ถือว่าสำคัญมาก
  • โดยเฉพาะการเสริมสร้างบุคลิกภาพ
  • ...
  • ส่วนผมเอง,  แต่งตัวดูไม่ได้เลย  ออกสบาย ๆ ..สไตล์ (ตัวใคร ตัวมัน ) ..
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ 

P

เป็นอย่างไรบ้างครับ, ทั้งงานบริหารและงานสอนคงหนักหน่วงน่าดู   กระนั้นก็เชื่อว่าอาจารย์มีความสุขเหลือล้นกับการงานแห่งชีวิตเหล่านั้น

บทกวีที่นำมาเสนอนั้น  เป็นเรื่องที่สะท้อนภาพชีวิตนิสิตนักศึกษาเมื่อร่วม  30  ปีแต่กลับมีความเป็นปัจจุบันอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง   และดูเหมือนอาจจะหลากหลายรูปลักษณ์มากกว่าอดีตเลยก็ว่าได้ -

อยากให้ชาวบล็อกได้อ่าน  ซึ่งบางทีอาจได้อ่านมานานแล้วก้ถือว่าอ่านใหม่อีกรอบ  เพื่อย้ำความเข้าใจในเชิงพัฒนาการ หรือปรากฏการณ์เรื่องกายแต่งกายของคนหนุ่มคนสาวในรั้วมหาวิทยาลัย ..

ขอบพระคุณครับ,

 

 

 

สวัสดีครับ คุณ tupa

ภาพกระโปรงสั้น , เสื้อรัดติ้ว.. เกลื่อนสังคมเกลื่อนและสถาบัน...

แต่ถ้ามองเป็นเรื่องปกติก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย  ยังไงก็คงต้องคุยกันให้มากขึ้น บนพื้นฐานของการรับฟังนิสิตนักศึกษาด้วยเช่นกัน

...

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน

  • เป็นไปตามวัยตามแฟชั่นด้วยมังคะ
  • เรื่องสร้างจิตตระหนัก เป็นเรื่องยากจริงๆนะคะ
  • ขอให้เขาแต่งแบบมิดชิด ก็ดูน่ารักตามวัยแล้ค่ะ

สวัสดีครับ

P
  • ยินดีครับ หากบทกวีที่นำมาเผบแพร่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคน
  • โดยเฉพาะคนแต่งคงภูมิใจมาก
  • ผมยังมีบทกวีในทำนองนี้อีกหลายบทนะครับ
  • ว่าง ๆ จะนำมาทยอยลงและเขียนถึงในบันทึกเป็นระยะ ๆ ..
  • ...
  • ขอบพระคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ

สวัสดีครับ

P

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ - ว่าด้วยการแต่งกายของนิสิตนักศึกษาเห็นทีต้อง "ปฏิวัติ" ...  โดยเริ่มต้นจากการปฏิวัติทางความคิดของ "ผู้ใหญ่"  เป็นอันดับแรก

เราอาจต้องสอนให้เขาคิดถึงกาละมากกว่าการสั่ง หรือบังคับให้เขาแต่งกายในกรอบของข้อบังคับ   แต่โดยส่วนตัวผมคือเน้นการแต่งกายให้สุภาพ  เหมาะสม ..  ชุดพิธีการ  อาจไม่จำเป็นต้องแต่งมาเรียนกันทุกวัน  แต่เมื่อถึงวันที่เป็นพิธีการ  นิสิตก็ต้องรู้กาละที่จะต้องแต่งกายเข้าสู่งานให้ถูกต้อง   มิใช่แบกแฟชั่นเต็มตัวกรีดกรายเข้าสู่ตัวงาน

...

อย่างไรก็ตาม  เราคงต้องฟังความคิดของนิสิตนักศึกษากันบ้าง   ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ในสังคมออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันทั้งนั้น   แต่ไม่มีนิสิตนักศึกษาออกมาแสดงทัศนะในเรื่องดังกล่าว  หรืออาจจะเป็นเพราะเขาจำนนต่อข้อกล่าวหาเช่นนั้นหรือไรก็ไม่รู้ !

ผมเป็นกำลังใจให้กับสิ่งที่อาจารย์ต้องการปฏิวัติว่าด้วยแบบฉบับการแต่งกายของนักศึกษาแพทย์นะครับ,  และเชื่อเหลือเกินว่า  ไม่เกินแรงกายและแรงใจที่อาจารย์จะขับเคลื่อนได้ ...

โชคดีครับ -

กองทะเบียนและประมวลผลเองก็ช่วยรณรงค์ให้นิสิตแต่งกายให้เรียบร้อยเช่นกันนะครับ เห็นนิสิตหญิงบางท่านใส่เสื้อรัดรูปจนบางทีเหมือน  "แหนม"  หรือ  "ไส้กรอก"  รู้สึกอึดอัดแทนเหมือนกัน  กลัวก็แต่วันไหนร้อน ๆ หายใจยากแล้วจะเป็นลมนี่สิครับ  ยังไงก็ฝากพี่พนัสที่อยู่กองกิจการนิสิตช่วยเดินหน้าเต็มกำลังเลยนะครับ  ให้นิสิตเราสวยอย่างสง่าและถูกต้องตามระเบียบฯ ครับ

วิมานเทพ  เอาใจช่วย

ครับ  ป้าแดง

P
  • เรื่องจิตสำนึกเป็นเรื่องยาก ...
  • และเป็นเรื่องระยะยาวมาก ๆ 
  • แต่ยังไงก็คงต้องไม่ละเลยที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้กันบ้าง
  • น่าสนใจครับ.... "มิดชิด"   ...
  • และเป็นไปตามยุคสมัยบนพื้นฐานของกาลเทศะ ...
  • .....
  • ขอบพระคุณครับ

ขอบคุณนะครับ... วิมานเทพ  ที่แวะมาทักทาย

P

กองทะเบียน ฯ   เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่นิสิตเข้าไปใช้บริการในแต่ละวันอย่างหนาแน่น  ก็คงพบพานความหลากสไตล์ในการแต่งกายของนิสิต  .. และนั่นก็มีทั้งสุภาพ, เรียบร้อย,  รวมถึงมาในรูปแบบ "แหนม"  หรือ "ไส้กรอก" .. ดังที่กล่าวอ้างนั่นแหละ

ยังไงก็คงต้องช่วยกันนะครับ,  อย่าปล่อยให้เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่ง ...  นิสิตเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย  และมหาวิทยาลัยก็เป็นของเราทุกคน รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของเราด้วยเช่นกัน

...

ขอบคุณครับ

  • ก้อคงจะเป็นกระแสนิยมมั้งคัฟ
  • บางคนก้อแต่งซะจนรัดเป็นแหนมจิงๆๆ
  • ชอบกลอนมากๆๆเรยคัฟมันตรงจิงๆ

สวัวดีครับ...นิสิต

เหตุที่นำกลอนนี้มาให้อ่าน ก็เพราะต้องการสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องราวในทำนองนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เกิดและดำรงเรื่อยมาอย่างยาวนาน  เพียงแต่กำลังทิ้งคำถามไว้ว่า..อะไรล่ะคือมูลเหตุที่ทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกระแส..กลายเป็นแฟชั่น..ที่มาแรงและได้รับความนิยมอย่างยกใหญ่

ตอนนี้ก็พยายามรณรงค์เรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

  • ได้ความรู้จากอาจารย์ว่า เมื่อก่อนก็ไม่ต่างอะไรจากวันนี้ เอ!แล้วใช่ปัญหามั้ยครับนี่ หรือเป็นเพียงแฟชั่น ชั่วครู่ชั่วยาม..แต่สำหรับนักเรียนแล้ว ผมเพิ่งเห็น และรู้สึกว่า เกินไปหรือเปล่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง..สื่อมีอิทธิพลสุดๆครับ
  • ขอบคุณความรู้ดีๆครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี