ไม่เคยหลุดพ้นไปจากความเป็น “ผู้ให้” หรือแม้แต่ “นักสร้างคน”

การประกวดร้อยกรอง  (กลอนสุภาพ)   เพื่อเทิดพระคุณครู  ถือเป็นวัฒนธรรมนิยมที่ขาดไม่ได้ในพิธีไหว้ครูของแต่ละปี   และถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโอกาสให้นิสิตได้แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด  หรือแม้แต่มุมมองต่าง ๆ ที่มีต่อครูของตนเอง  โดยปีนี้ดูเหมือนจะดำเนินการเป็นไปด้วยดี  เพราะมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว      

ในทุกปีผมเองก็เฝ้าสังเกตเสมอว่า  ในปีนี้  ครู  จะถูกเรียกขานด้วยวาทกรรมใดบ้าง  และเท่าที่พานพบมาก็มีทั้ง   เรือจ้าง    เรือแจว   เทียน  ฯลฯ  กระนั้นก็เป็นที่น่าสังเกตว่า  ถึงแม้ว่าครูจะถูกเรียกด้วยวาทกรรมต่าง ๆ นานา   แต่ก็ไม่เคยหลุดพ้นไปจากความเป็น ผู้ให้   หรือแม้แต่   นักสร้างคน เลยแม้แต่นิดเดียว

และโดยส่วนตัวของผมก็เริ่มขยับที่จะรวบรวมบทกลอนที่ชนะเลิศในพิธีไหว้ครูในแต่ละปีไว้บ้างแล้ว  รวมถึงการแอบคิดคนเดียวอย่างเงียบ ๆ  ว่า  ปีนี้จะนำมาจัดแสดงในพิธีไหว้ครู  เพื่อให้ทุกคนทั้งที่เป็นนิสิตและครูอาจารย์ได้หวนรำลึกไปสู่วาทกรรมและร้อยกรองเหล่านั้นกันอีกสักครั้ง    

และจากนี้ไป  คือ บทร้อยกรองที่ชนะเลิศจากการประกวดแต่งกลอนสุภาพเพื่อเทิดพระคุณครูในพิธีไหว้ครู  ประจำปี  2550   ที่ผมตัดสินใจนำมาบันทึกไว้ในบล็อก  เผื่อว่าหากมีการสูญหายใด ๆ  อย่างน้อยก็ยังปรากฏให้สืบค้นในระบบ G2K  ได้บ้างกระมัง !    

 

ครูคือดินอันอุดมสมบูรณ์นัก                        คอยฟูมฟักให้ต้นกล้าท้าแดดฝน

 

เป็นไม้แกร่งที่ผลิดอกออกน่ายล                   ให้ดอกผลฉ่ำชื่นทั่วผืนดิน

 

ครูคือแปรงแต้มสีที่ผ้าขาว                           งดงามราวบทกวีที่เลิศศิลป์

 

ด้วยมานะเสียสละเป็นอาจิณ                        ไปทั่วถิ่นแม้ที่นั่นกันดารดอน

 

ครูคือเทียนเรืองรองส่องสว่าง                      ช่วยชี้ทางแห่งธรรมพร่ำคำสอน

 

ครูผู้ให้วิทยาอย่างอาทร                              คุณากรเทียบมหานทีธาร

 

ครูคือผู้ถักทอก่อไฟฝัน                              ด้วยจิตอันศรัทธามหาศาล

 

ครูคือผู้น้อมนำธรรมการย์                           ด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ดุจเจียระไน

 

ครูคือผู้สร้างทางความคิด                            หล่อหลอมศิษย์ให้ง่ายงามตามวิสัย

 

คือเรือจ้างนำประชาก้าวหน้าไกล                   มิหวังให้ตอบแทนแม้นได้ดี

                                                          ….

ขอบูชาคุณครูผู้ปราณี                                 ขอครูมีสุขสันต์นิรันดร์เทอญ

   

                                                            นางสาวอรวัณย์    สืบสิมมา

 

                                                            ชั้นปีที่  4  สาขาภาษาไทย

 

                                                            คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

     

และโดยส่วนตัวแล้ว  ผมชื่นชอบวาทกรรมนี้เป็นที่สุด  ครูคือแปรงแต้มสีที่ผ้าขาว    ฟังดูมีความหมายและมีพลังอย่างยิ่ง  อีกทั้งยังสะท้อนถึงสถานะของการ สร้าง  หรือกำหนดชะตาชีวิตของความเป็นคนได้ในระดับหนึ่งอย่างน่าฟัง 

    

แล้วท่านละครับ   มีวาทกรรมใดบ้างที่ท่านประทับใจ   หรือคุ้นเคยกับวาทกรรมใดบ้าง  และบางทีเราน่าจะมารวบรวมวาทกรรมที่เกี่ยวกับครูดูบ้างนะครับ จะได้รู้ว่า  ผ่านพ้นยุคสมัยมายาวนานเช่นนี้   มีคำใดบ้างที่ถูกนำมาเรียกขานความเป็น "ครู"  ...