หมูป่าพื้นบ้านผสม

.  การเลี้ยงหลุม ( หรือหมูป่าผสม ) ดาบตำรวจสนองชาติ  มะโฮงคำ  รหัส    4930123104636สถานที่ .    241 ม.2  ต.หนองโก   อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ( 40171 )

บทนำ .      เนื่องจากสภาพสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน  ค่าครองชีพสูงรายได้ไม่พอกับรายจ่าย  ต้องหาวิธีการมีอาชีพเสริม  หารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว  จะได้ผ่อนภาระช่วยกันหลายๆด้าน  ชึ่งจากประสบการณ์ที่ได้พบผ่านมาจึงพอจะเก็บมานำเสนอต่อไปนี้  

  การเลี้ยงหมูป่า หมูพื้นบ้านผสม  หรือหมูกี้   ตามแต่ละภาคจะเรียกนั้น  เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลรักษามากมาย  การให้อาหารก็เป็นจำพวกรำ  อาหารเศษตามร้านอาหาร  หรือจะเป็นจำพวกผักเศษต่างๆที่เขาทิ้งตามตลาดสด หรือยอดใบกระเสดเป็นอาหารที่หาได้โดยทั่วไปตามริมรั้ว ชึ่งมีอยู่มากมายและก็ให้กินวันละครั้งก็พอแล้ว                  อันดับแรกต้องหาชื้อแม่พันธ์พ่อพันธ์ที่สมบูรณ์เสียก่อนข้อจำกัดห้ามเอาพ่อพันธ์พ่อแม่เดียวกันเพราะลูกจะไม่สมบูรณ์ อายุหมูได้ 8 เดือนก็จะผสมพันธ์  หมูตั้งท้อง 4 เดือนหรือ 120 วันก็จะตกลูก  ตอนหมูตกลูกใหม่ๆไมต้องเข้าไปดูแลจัดการมันเหมือนหมูบ้าน  เพราะแม่หมูจะตื่นคนและหวงลูกมาก ปล่อยไปตามธรรมชาติของสัตว์เลย                ลักษณะของโรงเรือนหรือคอกควรจะเป็นลักษณะคอกทึบ เช่นก่อเป็นอิฐบล็อก  หรือทางภาคเหนือจะขุดเป็นหลุมเรียกหมูหลุม  วิธีการจะขุดหลุมลึกประมาณ 150 เมตร กว้าง ยาวแล้วแต่จำนวนของหมูที่จะเลี้ยง  ลังคามุงด้วยหญ้าแฝกจะทำให้อากาศเย็น  เอาแกลบจากโรงสีมารองพื้น  จะได้เป็นคอกชั้นดี   ข้อดีของการล้อมทึบ  หมูจะไม่ร้องกวนเพราะมองไม่เห็นคนและสัตว์จำพวก ไก่ ,เป็ด,สุนัข ก็ไม่เข้าไปรบกวนป้องกันการนำพาหะเชื้อโรคได้ระดับหนึ่ง

การเลี้ยงเชิงพานิชย์ ควรจะเลี้ยงลูกหมูประมาณ  4  เดือนจะได้นำหนักประมาณ 14 - 17 กก.ก็นำออกขายได้พอดี    ราคาก็จะประมาณ 400 บาท 500  บาท หรือ กก.ละ 40 –60 บาท               

แหล่งตลาดที่จะจำหน่ายนั้น  จะเป็นกลุ่มคนที่จัดงานสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง ที่จัดงานเลี้ยงเล็กๆในกลุ่ม                เทคนิควิธีการไม่มีอะไรมากมาย  คอยให้อาหารให้ตรงเวลาวันละครั้ง  ให้เป็นจำพวกผักเยาะๆ หมูจะไม่ได้มีไขมันมากเนื้อจะแดงดีนำหนักมากขายได้ราคาดี               

 ข้อสรุปการเลี้ยงหมูป่าผสมนั้นมีข้อดีคือ.เลี้ยงง่าย  ,โตเร็ว , ไม่มีโรค  ใช้พื้นที่ไม่มาก,  ไม่มีกลิ่นลบกวน,เพิ่มรายได้ให้ครอบครัวขายง่าย  ได้กำไรงาม  มูลของหมูยังนำไปทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีได้อีก  สนองนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกทางหนึ่ง               

 ข้อเสนอแนะ    ภาครัฐและภาคเอกชนควรส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ชึ่งจะสอดคล้องนโยบายและเศรษฐกิจพอเพียงตอบรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปี 50 ต่อไป