หมีและลิงชักชวนกันไปตกปลา เมื่อหาคันเบ็ดได้เรียบร้อยจึงมุ่งหน้ากันไปที่ท่าน้ำ ครั้นเกี่ยวเหยื่อเสร็จจึงเหวี่ยงสายเบ็ดไปกลางแม่น้ำ นั่งรอ รอ และรอ รอแล้วรออีก แต่ก็ไม่หยุดที่จะรอผ่านไปหลายชั่วโมง ทุ่นเบ็ดของหมีก็กระตุกไหวๆ หมีเห็นอย่างนั้นจึงกระตุ๊กคันเบ็ด แต่แล้วปลาก็หลุดไป หมีรู้สึกเสียดายปลาตัวนั้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่วายที่จะข่มความเสียดายนั้น เพราะมิต้องการให้ความเสียดายกลายเป็นไวรัสทางอารมณ์ “คิดเสียดายไปก็เท่านั้น มาแล้วก็ไป จะมีอะไรที่อยู่กับเราได้นาน และไม่ทันข้ามวันนี้ ฉันก็ต้องลาจากท่าน้ำนี้ไปเช่นกัน และไม่แน่ว่าจะมีโอกาสกลับมาหรือไม่ ดังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของสิ่งทั้งหลาย ที่มาแล้วก็ต้องไปตามยถากรรม” จากนั้นจึงเปลี่ยนจากความรู้สึกดายมานั่งรอสิ่งที่มุ่งหวังใหม่ หลังจากเกี่ยวเหยื่อได้ก็เหวี่ยงไปอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนั่งรอ ทุ่นเบ็ดของลิงก็กระตุ๊กไหวๆ “โอ ฉันน่าจะได้ปลาแล้วละ” ลิงกล่าวเสียงดัง จากนั้นจึงรีบสาวเบ็ดขึ้นมา ได้ปลาตะเพียนแดงตัวใหญ่ เขารู้สึกปลื้มใจ “นี่แหละมั้งผลของการรอคอย แม้ว่ามันจะนานแต่ก็เกินคาด” ลิงคร่ำครวญให้หมีฟังและกล่าวต่อไปว่า “ธรรมดาการที่จะได้อะไรที่มีค่ามักต้องใช้เวลาของการรอเสมอ สิ่งที่ได้มาอย่างยากลำบาก มักเป็นสิ่งที่สูงค่า แต่สิ่งที่ได้มาโดยง่ายมักเป็นสิ่งที่ไร้ค่า เหมือนกับลิงตัวเมียบางตัว ครั้นลิงตัวผู้เข้ามาจีบจึงปล่อยให้เขาเชยชมในเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ทำความรู้จักกัน ลิงตัวเมียไม่ใช่สิ่งที่มีความหมายอะไรมากมายกับลิงตัวผู้ หากจะเป็นก็เป็นเพียงสิ่งบำบัดเพียงชั่วคราว แต่ลิงตัวเมียใด ได้สงวนท่าทีไว้ รักษาจารีตที่ดีของตน ไม่เผลอเรอให้ลิงตัวผู้ผู้มักมากได้เชยชมโดยง่าย ลิงตัวเมียนี้ก็กลายเป็นสิ่งสูงค่าสำหรับลิงตัวผู้ผู้หวังที่จะใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป ลิงตัวเมียนี้จะเสมือนสิ่งที่ล้ำค่าเลยทีเดียว”“อย่างที่นายกล่าวมามันก็น่าคิดอยู่นะ การ สำหรับฉันก็เหมือนกัน การที่ฉันได้อะไรมาง่ายๆ ฉันไม่รู้สึกว่ามันจะมีความหมายอะไรมากมายกับฉันเลย” หมีสมทบ “เอ้านั่นๆ ปลากินเหยื่อแล้วมั้ง กระตุ๊กคันเบ็ดสิหมีเพื่อนยาก” เสียงลิงตะโกน หมีจึงกระตุ๊กคันเบ็ดและได้ปลาหมอตัวใหญ่ ๑ ตัวเช่นกัน หมีจับปลาหมอตัวนี้ยากมาก เพราะปลาหมอสะบัดหาง และดิ้นอยู่ตลอด แต่ก็ไม่สามารถจะสู้ประสบการณ์การจับปลาของหมีได้ “มาคิดๆดูนะลิง ไอ้กีฬาตกเบ็ดอย่างที่เราทำกันอยู่นี้มันดีหรือเปล่า”“อ๋อ ฉันก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน แต่ก็พยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก จะได้ไม่รู้สึกทุกข์ใจ” ลิงกล่าว “คืออย่างนี้ ฉันว่า การสนุกอะไรก็สนุกได้ แต่สนุกบนความทุกข์ยากของชีวิตสัตว์อื่นนั้น มันไม่น่าจะถูกต้องนะ ด้วยเหตุที่ ถ้าเบ็ดมันเกี่ยวปากฉัน ฉันก็คงเจ็บเหมือนกัน” หมีกล่าว ลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “งั้นเราน่าปล่อยปลากันเถอะนะ อันที่จริงที่บ้านก็ยังพอมีผลหมากรากไม้ให้กินอยู่” หมีเห็นด้วยกับลิง จึงพร้อมใจกันปล่อยปลาไป “ธรรมดา ชีวิตใครใครก็รัก วัวควายที่ถูกเชือด หากเขาไม่รักชีวิต เขาคงไม่ร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกเชือด ถ้ามีดที่เชือดนั้นอยู่ที่ลำคอของเรา เราก็คงผวาเช่นกัน โดยปกติเราจะไม่ได้ยินเสียงปลาร้อง แต่ถ้าฟังให้ดี นิ่งฟัง เราจะได้ยินเขาร้องขอชีวิตของเขาคืน” ลิงกล่าวขณะเดินไปพร้อมกับหมี
สวัสดีตอนเย็นค่ะ น้องอาจารย์..นมินทร์ (นม.)
ขอบคุณค่ะ ผู้เล่านิทานที่น่ารัก
นะนะ
(((((((((( มาแล้ว ))))))))))))..............เย้ๆๆๆ ได้อ่านนิทานแล้ววววววว......ว้าแต่ไม่ใช่คนแรก 5555555+++.....ขอบคุณค่ะ คุณครูที่อุตส่าห์เขียนชดเชย ...อ่านชุ่มใจไปเลย......นิทานคุณครู ข้อคิดเยอะมากๆ แถมยังสนุกด้วย .....เป็นกำลังใจให้ค่ะ
รออ่านเรื่องต่อไป--------> น้องจิ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เป็นนิทานสอนใจที่ดีมากค่ะ สอดคล้องกับ ช้าๆได้พร้าสองเล่มงาม ใช่ไหมคะ