“นี่แม่เสือ ฉันและตระกูลของฉันมีสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งที่บรรพบุรุษมอบให้ไว้ ฉันพยายามเก็บรักษาไว้อย่างดี โดยเก็บใส่หีบไว้ พี่น้องหลายคนบอกว่า สมบัติชิ้นนั้นหายไปแล้ว แต่ฉันยังยืนยันว่ามันยังอยู่ เพราะฉันก็เพิ่งไปเปิดดูมา”แม่โคนมกล่าวกับแม่เสือโคร่ง แม่เสือโครงจึงถามไปว่า “แล้วสมบัติชิ้นนั้นมันอะไรล่ะ เคยเห็นหรือไม่”“ฉันไม่เคยเปิดห่อดู ด้วยความที่อยากจะเก็บไว้ให้นานที่สุด”แม่โคนมกล่าว “ถ้าเราไม่เปิดดู เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่ามันคืออะไร จะเก็บไว้แค่เพียงเป็นสมบัติเท่านั้นหรือ”แม่เสือโคร่งถาม แม่โคนมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “มันก็เป็นจริงอย่างที่เธอพูด งั้นเธอไปกับฉันไหม เดี๋ยวฉันไปเรียกพี่ๆน้องๆ ของฉันมาก่อน เพื่อจะได้เป็นพยายานว่าฉันไม่ได้ทำลายสมบัติวิเศษชิ้นนี้”“อืมม ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็อยากรู้ว่าวิเศษอย่างที่เธอพูดมาหรือไม่”แม่เสือโคร่งกล่าว พร้อมกับเดินตามหลังแม่โคนมไป
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> แม่โคนมเดินไปเรียกพี่ๆน้องๆของตน ตลอดถึงญาติให้มาประชุมและแจ้งให้ทราบว่า ตนจะเปิดหีบที่บรรจุสมบัติวิเศษของต้นตระกูลในเวลานี้ แม้ทั้งหมดมาประชุมพร้อมกัน เธอจึงเปิดหีบออก และเห็นห่อผ้าสีขาวซึ่งเก่ามากแล้ว “ฉันก็ไม่เคยเปิดดูในห่อผ้าหรอกนะ แต่วันนี้ฉันคงได้ดูอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน”พูดจบจึงเปิดห่อผ้า พบแผ่นทองคำแผ่นหนึ่ง บนแผ่นทองคำเขียนคำว่า “ปัญญา” แต่ละตัวเมื่อเห็นแผ่นทองคำจึงตาลุกวาว กรูกันเข้ามาดู และพยายามให้ความเห็น บางตัวบอกว่า ต้องเอาไปแลกเป็นเงินก่อน ก่อนที่จะแบ่งกัน บางตัวบอกว่าเก็บไว้อย่างนี้แหละ บางตัวก็แย้งว่า เกิดมันหายไปจะทำอย่างไร สารพัดความเห็น </p> แม่เสือโคร่งรู้สึกสลดใจกับการพยายามแบ่งสมบัติวิเศษชิ้นนี้ จึงพูดขึ้นว่า “แม่โคนมเพื่อนรัก ถูกแล้วแหละกับการที่เพื่อนบอกว่า สมบัติชิ้นนี้หายไปแล้ว จากนั้นจึงหันหลังให้วงสนทนาและเดินจากไป
กลับมาอีกครั้ง เพื่อมาอ่านนิทานในยามเช้าๆที่สดใส นิทานอาจารย์สนุกและให้แง่คิดดีค่ะ หนูชอบ และจะคอยติดตามนิทานเรื่องต่อไปนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
ดีจังครับที่ได้อ่านนิทานที่แฝงไปด้วยแง่คิดที่ดีๆชอบมากเลยที่จะอ่านหวังว่าอาจารย์คงนำมาเรื่อยๆนะครับ ขอคุณมากครับ
ตามมาอ่านนิทานก่อนนอนครับ
กันไม่ให้ปัญญาหายไปอย่างนิทานว่า
แล้วขอลาไปนอนครับ