คุณเคยทะเลาะกันกับเพื่อร่วมงานไหมคะ...ในเรื่องของาน...วันต่อมาบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

เดี๋ยวนี้ในการทำงานฉันได้ประกาศตัวว่าเป็นคนก้าวร้าว ทั้งที่ในชีวิตจริงฉันไม่ชอบพฤติกรรมนี้เลย...ในการทำงาน ในการประชุม มักจะมีบางมุมที่คนเห็นแตกต่างกัน

ที่ทำงานของฉัน จะมีความคิดเห้นที่แตกต่าง มรพรรคมีพวก แบบว่าเห็นเหมือนกัน มีงานของฉัน มีงานของเธอ...มีการแข่งขัน...และชิงเด่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะนับเปฌนเรื่องธรรมชาติ ของมนุษย์

มีการตะโกน ตะคอก ตบโต๊ะ ในเรื่องของงาน...งาน ซึ่งคือหัวโขน เมื่อเราเปลี่ยนงาน หรือเกษียณอายุราชการ...หัวโขนนั้นก็ได้แต่ถอดไว้

แต่หากเราทะเลาะกัน มีเรื่องกินใจกัน...สัมพันธภาพของพี่น้อง ที่อยู่ร่วมกันในองค์กรมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันจะหดหาย

อย่าจริงจังกับการชนะหรือแพ้ในการทำงานมากนัก เพราะชีวิตคนเรายังมีหลายส่วนเป็นองค์ประกอบ อาทิ สุขภาพของเรา ครอบครัว วันหยุด ธรรมชาติ หมา แมว

ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รอมชอม...เมื่อฝ่ายหนึ่งรอมชอม อีกฝ่ายต้องให้เกียรติกับฝ่ายนั้นอย่างมาก เคารพในการเสียสละ ไม่ควรได้คืบจะเอาศอก

คำนึงถึงภาพรวมขององค์กรให้มาก ไม่ใช้เขา-ไม่ใช่เรา

แต่ทั้งนี้ทั้งการให้เหตุผล ก็ต้องยอมรับกับเหตุผลที่เป้นจริงหรือถูกต้องมากกว่า อย่าลืมว่าเหรียญมา 2 ด้านฉันใด การตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ไม่ใช่จะมีดี หรือถูกต้องเสมอไปทั้งหมด ณ ปัจจุบันต้องยอมรับในเรื่องที่เหมาะสมและดีที่สุดในขณะนั้น

ประเด็นต่างๆ ที่ยกมาคงทำให้ผู้ที่ทะเลาะกัน ปล่อยวางได้มาก...เพราะหากทะเลาะกันแล้ว บรรยากาศรอบข้างก็น่าเบื่อหน่าย...ต้องลองคิดถึงมุมมองของคนอื่นบ้าง...อย่าพยายามคิดเดข้าข้างตัวเอง...ว่ากูแน่...

หากจริงจังกับการทำงานมากนัก...ใครทำอะไรก็ดูขัดใจ ไม่ถูกต้องไปหมด คงต้องหาเวลาทบทวนตัวเองแล้ว ว่าว่ามากเกินไป และยึดเอางานเป็นหลักหรือเปล่า ถ้าใช่ ลองมองรอบตัวสิว่า เราหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า

  • วันเกิดเพื่อน
  • ไปวัด ทำสมาธิ
  • การดูทีวี แล้วเม้าท์พระเอกในนิยายน้ำเน่า
  • การไปทำผม ขัดตัว
  • การทำอาหารพิเศษทาน

คิดมุมต่ำเข้าไว้...วันพรุ่งนี้จะดีแน่...บรรยากาศในการทำงานคงไม่เคร่งเครียด...หากมีเรื่องดังกล่าวข้างต้น ลองเป็นคนที่ต้องรอมชอมไว้ก่อน...หากทำได้ ขอยกนิ้วให้ท่าน...ในฐานะที่ท่านมีภาวะผู้นำ