ขอนำเสนอข้อมูล ซึ่งเพิ่งได้รับมาครับ เพื่อเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีแก่ทรัพยากรบุคคล-ปราชญ์พื้นบ้านของเราครับ...โปรดคลิ๊กลิงค์แบนเนอร์ด้านบนครับ)... ขอบพระคุณคุณสุพจน์ ศรีสร้อย เป็นอย่างยิ่งครับ
ดีจังเลย เริ่มเห็นความชัดเจนของการทำงานของทีมงาน สนง.ข่าวและทะเบียน สคท. แล้ว เห็นข้อมูล ของเครือข่าย เชียงราย มาอยู่แถวเดียวกับภาคกลาง เข้าใจว่า คงอยากให้ผู้ที่เข้ามาชม วิจารณ์ หรือว่า คอมพิวเตอร์ เออเร่อ กันแน่ จ้ะจ๋า
โครงการดาวเทียมธีออส น่าจะนำข้อมูลการของกลุ่มเครือข่ายพัมนาควายไปนำเสนอบ้าง เพราะ เมื่อควายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่ใกล้สูญพันธุ์ น่าจะใช้วิกฤต ให้เป็นโอกาส เชื่อว่า เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หลายๆ ด้าน น่าจะจับมือกัน นำเสนอผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อชาวโลก ในกระบวนการพัฒนา "ควายไทยสู่สากล"
การทำงาน นั้น จะทำให้ถูกใจทุกคน ทุกฝ่าย เป็นไปไม่ได้ แต่หลายเรื่องที่คนดีๆ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ เกิดประโยชน์ต่อสังคม หากดูถึงความตั้งใจจริงของทีมงานแล้ว จะเห็นว่า ทุกคนมีความเสียสระเพื่อชาติเป็นส่วนรวม ซึ่งน้อยคนนักที่จะกระทำ ถึงใครจะมองว่าบ้า แต่ดิฉันว่า "บ้าดีเดือดมากกว่า"
โลกในอนาคต คือ โลกแห่งความเชื่อมโยง แม้ปัญหาจะมีอยู่บ้าง เนื่องจากยังขาดการรวบรวมฐานข้อมูล ขาดการจัดการความรู้ คนที่มีความรู้ไม่มีโอกาสใช้เครื่องมือที่มีศักยภาพ ขณะที่ผู้ที่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพกับไม่มีความรู้พอ เรื่องนี้ เข้าใจว่า จะเกิดขึ้นกับส่วนราชการบางแห่งหรือหลายๆแห่งมากกว่า น่าเสียดาย กาลเวลา การบริหารในหน่วยงานยังยังขาดคนที่รู้จริง และมีความจริงจังที่จะดูแลให้เหมาะสม ยังดีที่วันนี้ ยังได้รับการเชื่อมต่อระหว่างคนรุ่นใหม่ ที่มีความพร้อมรับรู้ข้อมูลจากอดีต และสามารถคาดการณ์อนาคตได้ค่อนข้างแม่นยำ หรือตรงทิศทาง การอาสาเข้ามาให้ความรู้ผ่านสือที่นับว่าทันสมัยที่สุดในวันนี้ (วันข้างหน้า อาจจะเหลือเพียงตำนาน) แม้จะเป็นเพียงเศษส่วนที่น้อยนิดแทบจะไม่มีใครมองเห็น แต่ สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นเผยแพร่วันนี้ จะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งระดับย่อย และระดับประเทศ ขยายฐานสู่ระดับโลก "ที่ฟ้าบ่อาจกั้น" ทั้งนี้ เรื่องที่กำลังทำมีความเชื่อมโยงกับ "ลูกโลกสีเขียว" แนวทางที่น้องๆต่อสู้มาตรงทิศ ตรงทางแล้ว "ต่อสู้ต่อไป"
"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ถิ่นไทยของเรา"
มีอยู่มีกิน อยู่อย่างพอเพียง มีเสียงธรรมชาติ
หากขาดคนที่รับผิดชอบต่อสังคม จะเกิดอะไร
ประเทศของเราและโลกของเรา จะเป็นแบบไหน
ขอส่งเสริมคนทำดี
เห็นนำเสนอข้อมูลแล้ว ชอบมากนับคนได้ที่มีทั้งความรู้ และคิดเป็น รู้เท่าทันโลก ขอให้พัฒนาตัวเอง ต่อไป เพื่อสังคมจะพลอยได้รับอานิสงฆ์ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ถือว่า ดี
เห็นกระดานสนทนา ของกรมปศุสัตว์ ปิดปรับปรุงข้อมูล จึงเข้ามาทักทายกับคุณพิมาน ที่นี่ ไม่ทราบว่ายังสบายดีอยู่หรือไม่ ส่วนพี่หลังจากผลการสอบเสร็จก็รู้สึกว่า “หน้าชานิดหน่อย” แต่ก็ยอมรับความจริงว่า การดำเนินการของกรมปศุสัตว์โปร่งใสดี เพราะขนาดพี่เป็นคนใน ทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างที่ปรากฏ ก็ยังไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไร แต่ลึกๆ ก็ยังภาคภูมิใจว่า สอบติดกับเขาทั้งๆที่ข้อสอบก็แสนยาก พี่ใช้เวลาอ่านหนังสือหนักมากอ่านจบหลายสิบเล่มหลายเที่ยว ปรากฎว่า มีที่อ่านเจอเพียงเล่มละนิดเดียวแล้วยังเป็นลักษณะประยุกต์ มีความถูกต้องหลายข้อแต่มีที่ถูกมากกว่าข้อเดียว พี่ก็ยอมรับในความสามารถของคุณพิมาน มากที่สอบผ่านเช่นกัน ปีนี้ พี่อายุ 43 ปี กว่าๆ คิดว่าเกินครึ่งคนแล้ว รู้สึกว่า ชีวิตของเรามันแสนสั้นจริงๆ เรามีเวลาสร้างสรรค์ผลงานดีๆร่วมกันไว้ให้อนุชนยุคต่อไปไว้เรียนรู้ก็ต้องรีบทำ ดีใจมากที่มีน้องพิมาน แม้นมินทร์ เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่แสนดี (ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง) รักษาเนื้อรักษาตัว รักษาครอบครัว-คนที่คุณรัก รวมผู้ทั้งมีพระคุณด้วย อยากให้เกิดสันติสุขทั่วหน้าเร็วๆ
สภาวะโลกร้อน น่าเป็นห่วง มนุษย์บางประเภท มักตักตรวงผลประโยชน์จากธรรมชาติชนิดทำลายล้าง แบบไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา เราชาวคนรักควายยังอยู่กับวิถีธรรมชาติ ถึงใครจะมองว่าล้าหลัง แต่นั่นคือ ทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ ในการรักษาสมดุลย์แห่งธรรมชาติ แม้ว่า จะมีบางประเทศที่ว่า เรามีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น เรื่องนี้เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะทุกลมหายใจของสิ่งมีชีวิตย่อมคลายลมร้อนออกจากร่างกาย แต่ทั้งนี้ หากย้อนกลับไป เมื่อครั้งประเทศไทยมีควายกว่า 6 ล้านตัว ทำไมสิ่งแวดล้อมดีๆยังมทีให้เห็น ใส้เดือนดิน กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์ป่า สัตว์น้ำ พืชพรรณต่งต่างสมบูรณ์ ดังนั้น หากให้คนที่ออกมาโยนผิดให้เกษตรกรที่เลี้ยงวัว ควาย ว่าทำให้โลกร้อนขึ้นในวันนี้ แล้ว พิจารณาให้ละเอียด ภาคอุตสาหกรรมและความเจริญทางวัตถุนิยมต่างหากที่กระทำให้เกิดผลกว่า 40 % ขณะที่ภาคการเกษตรทั้งระบบส่งผลไม่ถึง 3% (ยกเว้นกลุ่มที่ใช้สารเคมีแบบขาดความรู้และความเข้าใจที่แท้จริง) จึงเป็นเรื่องเล็กมากที่จะมากล่าวโทษเรา ทั้งนี้ ทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่คิดได้ในตอนนี้ คือ ทุกคนที่พูดรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง หาข้อมูลที่แท้จริง และตัดสินใจลงมือดำเนินการแก้ไขทันที่ เรื่องเล็กๆใกล้ตัวเราก็มีส่วน ลดการใช้พลังงาน ((วันก่อนบังเอิญคนรักควายเดินผ่านสถานที่ออกกำลังกายที่ต้องจ่ายเงินมีคนที่ไปใช้บริการออกมายืนออกันข้างนออกเพื่อสูดอากาศหายใจ เนื่องจากไฟฟ้าดับ น่าอนาจจริงๆ แค่การจะวิ่งออกกำลังกายยังต้องจ่ายเงิน สุดท้ายเมื่อแหล่งกำเนิดพลังงานเกิดขัดข้อง)) การถอยหลังหรือเข้าเกียร์ถอย ก็คือทางออกที่ทุกคนก็เข้าใจ เพราะหากยังจะดันเดินหน้าต่อไป ก็มีแต่ตายกับตาย เริ่มที่เรา (เริ่มที่ตัวผมด้วย) ทิ้งขยะให้ถูกที่ ปิด computer เมื่อไม่ใช้งาน ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น เดินทางด้วยเท้าหากไม่ไกลเกินไป ฯ ทั้งนี้ ทำดีเพื่อแผ่นดินพ่อ
http://www.dld.go.th/transfer/th/index.php?option=com_content&task=category§ionid=6&id=94&Itemid=67
ขอเชิญไปเยี่ยมชม "วิถีชุมชนคนรักควาย" กับเครือข่าย คนรักควาย
น่าเสียดาย ที่ไม่สามารถขับเคลื่อน โครงการ "การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายพัฒนาควายไทย เอื้อต่อระบบปศุสัตว์อินทรีย์ " ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ
๑. สร้างสัมพันธภาพที่ดีแก่ผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ด้านการปศุสัตว์
๒ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อต่อยอดแนวทางการพัฒนาให้ตรงทิศตรงทาง แก่เครือข่าย และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องฯ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และสร้างความเข้มแข็งต่อชุมชนและองค์กรเครือข่ายฯ
เป้าหมาย คือ ผู้นำกลุ่มเกษตรกร คณะกรรมการสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย คณะกรรมการเครือข่ายพัฒนาควายไทย เจ้าหน้าที่ และนักวิชาการอิสระ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 25 ท่าน
ระยะเวลา 3 วัน ช่วงประมาณกลางเดือนกันยายน 2550 งบประมาณ 5 หมื่นกว่าๆ โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปศึกษาสภาพการพัฒนาของธนาคารขี้ควายแก้จน ไปอยู่กินอย่างชาวบ้าน ไปรับความรู้แนวคิดของผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ในเขตพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานี
แต่ปัญหามีอยู่ว่า ยังขาดงบประมาณดำเนินการ (เคยขออนุมัติใช้เงินจากภาครัฐแล้ว แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะภาครัฐก็มีความจำเป็นต้องรัดเข็มขัด)
ดังนั้น จึงขอคำชี้แนะจากท่านปราชญ์ชาวบ้าน หรือองค์กรเอกชนที่เข้มแข็งแล้ว ว่าเรื่องนี้ควรจะทำอย่างไร ต่อไป
"ข้อความเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงบทสรุปที่เครือข่ายพัฒนาควายไทย อยากจะกระทำ ไม่กระทบต่อผลการทำงานของภาครัฐ และจริงๆแล้ก็ไม่อยากจะใช้งบประมาณใดๆ แต่การเดินทางของชาวบ้านผู้นำจากก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และเจ้าภาพก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการต้อนรับเช่นกัน"
ในการนี้ เพื่อนทุย ใคร่ขออภัยผู้เกี่ยวข้องทุกท่านโดยเฉพาะ เจ้าของพื้นที่ที่ให้ความกรุณา เตรียมการต้อนรับเรา แต่เราไปไม่ได้จริงๆ ด้วยเหตุผลข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ
ดังนั้น คงต้องพึ่งพาสื่อมวลชนในการนำเสนอผลงานของ "ธนาคารขี้ควายหนองขาหย่าง เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ผู้มีส่วนสนับสนุนงบประมาณสู่ท้องถิ่นให้เกิดการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน สู่ความพอเพียง" กรมปศุสัตว์ ก็ให้ความสำคัญและ มีส่วนขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์หนองขาหย่าง ผ่านสื่อต่างๆ สุดแต่ ประชาชนที่สนใจจะมีโอกาส ได้รับรู้ และนำเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
ขอขอบพระคุณทุกคำชี้แนะ
จาก เพื่อนทุย E_mail : [email protected]
หากท่านต้องการเข้าไปดูเรื่อง ธนาคารขี้ควาย เชิญเยี่ยมชม อบต.หนองขาหย่าง http://se-ed.net/tongtin-uthai/nongkhayang/folders/101.htm
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=138321&NewsType=1&Template=1ควายพ่อพันธุ์สนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเกษตร ขอบคุณ นสพ.เดลินิวส์
http://www.dld.go.th/breeding/r/lesson_buff_cry.html
อนิจจาเสียดายควายสยาม
ขอขอบคุณ สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยhttp://www.ahathai.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=ahathaicom&thispage=1&No=247465
ที่ลงบทความ "อนิจจาเสียดายควายสยาม"
ในวารสาร สัตวบาล ฉบับที่ 80 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2550
โปรดมองให้ครบทุกมิติ
วิถีชุมชน วิถีแห่งความพอเพียง
การพึ่งตนเอง การพึ่งพาอาศัยกันและกัน
การพัฒนาด้วยภูมิปัญญาไทย
วัฒนธรรม จารีต และ ประเพณี
การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสันติสุข
1. หากมองเชิงโครงสร้าง วิถีชุมชนประกอบด้วย
บ้าน วัดหรือสถานที่สำคัญทางศาสนา โรงเรียน
2. หากมองเชิงพื้นที่ วิถีชุมชนประกอบด้วย
บริเวณที่เป็นบ้านคน ที่ราษฎร์พัสดุ ที่ธรณีสงฆ์
ที่โรงเรียน ที่ดอนปู่ตา ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน แหล่งน้ำสาธารณะ และป่าช้า รวมทั้งป่าสงวนแห่งชาติ ฯลฯ
3. หากมองเชิงสังคม วิถีชุมชนประกอบด้วย
3.1 คน คู่กับป่าและน้ำ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ขณะที่คน ประกอบด้วย
3.1.1 คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ขึ้นไป รวมทั้บรรพชน ต้นกำเนิดแหล่งชน
3.1.2 คนรุ่นหลัง เราๆ ท่านๆ
3.1.3 คนรุ่น ลูก หลาน เหลน ฯ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเกี่ยวข้องอีกมากมาย ทั้งนี้ คนรุ่นบรรพบุรุษ ทำให้เรามีวันนี้ วันที่ท่านมีชีวิตแบบสุขสบายบนความเป็นอยู่ที่ท่านๆเป็น และอีกหลายล้านชีวิตยังต้องต่อสู้กับความรู้ไม่เท่าทันกับเล่กลเชิงข้อมูลเอาเปรียบทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่คนในยุคอนาคต ที่ต้องถูกกำหนดชะตาชีวิตโดยการกระทำของคนรุ่นเราๆ ท่านๆ
ถามว่า เรา ท่าน อยากให้ลูกหลานของท่าน เป็นเหมือนท่านใช่หรือไม่ ตอบได้เลยทุกคนอยากให้ลูกหลานเป็นคนดี
ข้าพเจ้าคงไม่กล้าที่จะไปสอนใครๆ ขอเริ่มต้นที่ตัวของข้าพเจ้าเอง โดย "จะทำดีให้ลูกดู"
สังคมไทย ต้องใช้มาตรฐานไทยเป็นตัวชี้วัดความสุขที่แท้จริง
(เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล : ไม่สงวนลิขสิทธิ์)
ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำดีทุกคน
<p>และขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้กำลังใจ </p>
</strong>
ขอคุณhttp://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=45290&NewsType=2&Template=1น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อประชาชน
ขอบคุณhttp://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=139127&NewsType=1&Template=1 มีข่าวที่น่าสนใจมากเพราะเป็นการบูรณาการด้านการศึกษาระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ กระทรวงศึกษาธิการ (เรื่องลักษณะนี้ อีกเรื่อง คือ เคยได้ยินคนทำงานจัดงานกระบือและโคเนื้อแห่งชาติ พูดกัน ว่า ให้เกษตรกรที่ เรียน กศน. และนักเรียนนักศึกษา ที่มาศึกษาดูงาน ให้สามารถนำไปเป็นผลการเรียนได้ด้วย เรื่องแบบนี้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป เป็นการพัฒนาที่มุ่งเน้น เปิดหูเปิดตา ให้คนไทยรู้เท่าทันทุกสถานการณ์)
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=45760&NewsType=2&Template=1 เห็นมีเรื่องน่าสนใจ หลายเรื่อง รวมทั้ง รูปแบบการฝึกควายแสนรู้ของลุงคำ
เครือข่ายพัฒนาควายไทยโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีกิจกรรมดีๆ มาฝาก สนใจเชิญเยี่ยมชมได้ttp://webmail.dld.go.th/src/webmail.phph (ฝากคิดถึง หรือจะไปเยี่ยมเยียนลุงทอใบ แก้ววัน ได้ในงานครั้งนี้)
http://www.dld.go.th/organic/ กรมปศุสัตว์ เดินหน้าเรื่อง "ปศุสัตว์อินทรีย์ "
คิดถึงควาย
คนคร่ำครวญคิดถึงควายก็สายแล้ว
ดั่งลูกแก้วดีดไปไม่คืนหลัง
เหมือนฆ่าควายแล้วคนมีกระตังส์
ชีวิตพังเพราะขาดเกลอที่ทำนา
ยุคสมัยผ่านมามีสุขล้น
กระทำตนทันเหตุการณ์บ้านเมืองหนอ
แต่ไม่รู้ว่าโลกเรากำลังรอ
สิ้นสุดหนอพอแค่นี้ลาทีคน (ควายคร่ำครวญ)
อันตัวควายมีประโยชน์สารพัด
เห็นเด่นชัดจากขี้ดีหนักหนา
จากปุ๋ยคอกทำปุ๋ยหมักอินทรีย์มีราคา
เพิ่มคุณค่าผลผลิตคิดกว้างไกล
นอกจากเนื้อมีเขาคู่รู้บ้างไหม
แกะสลักได้เพิ่มราคาสร้างวิถี
หัวของควายคาราบาวเขาทำดี
เห็นเด่นที่ผลงานการแสดง
หนังของควายหลังฟอกส่งออกได้
ทำเข็มขัดกระเป๋ารองเท้าเสื้อผ้าไทย
ควายมีชีวิตช่วยงานการฝึกหัด
สารพัดคุณค่าหาไหนได้
ให้ผู้คนขี่ถ่ายภาพใส่ลวดลาย
โอ้ ค.ควาย เป็นเช่นนี้ดีจริงเรา
โดย : เมย์ (ชัยณรงค์ ศรีสร้อย)
23 กันยายน 2550
ร่วมอนุรักษ์ปลูกจิตสำนึกรักควายแก่เพื่อนๆเยาวชน