คุณค่าของสมุนไพรไทยในโลกอนาคต

          วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2550 ก่อนวันเกิดของผู้เขียนเพียงวันเดียวเลยถือเป็นวันเริ่มต้น blog ที่เคยตั้งใจไว้นานแล้วว่าอยากจะเขียนบทความหรือเล่าเรื่องจากประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับในฐานะที่ได้มีชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าครึ่งศตวรรตแล้วและได้มีโอกาสทำงานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรมาระยะหนึ่ง คิดว่าได้รับความรู้ที่น่าสนใจก็เลยอยากนำมาแบ่งปันความรู้ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนและเล่าสู่กันฟัง ซึ่งหวังว่าคงจะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านบ้าง

            ช่วงสัปดาห์นี้ (26-29 มิถุนายน)  เป็นช่วงที่ได้มาปฏิบัติราชการ ที่มหาชีวาลัยอิสาณเพื่อติดตามดูแปลงสมุนไพรที่ได้มาปลูกทดลองไว้ตามปกติ ช่วงนี้อากาศที่นี่นับว่าดีมีฝนตกประปรายพอได้ความชุ่มชื้นและได้ชื่นใจตรงที่มองไปทางไหนต้นไม้ก็ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา อยากให้อิสาณมีอากาศอย่างนี้ตลอดไป (อุณหภูมิ ประมาณ 28-29 องศาเซลเซียส) นับเป็นอุณหภมิที่ดีมากและประการสำคัญคือ อากาศสดชื่นมากรู้สึกได้ว่าได้สูดอากาศได้เต็มปอดจริงๆ คนอิสานคงจะมีความสุขกว่านี้มากและมีความเจริญมากกว่านี้ ลูกๆหลานๆอิสาณจะได้ไม่ต้องทิ้งถิ่น ต้องห่างไกลอ้อมอกที่อบอุ่นของพ่อ-แม่ไปแสวงโชคในเมืองใหญ่ ต้องไปสูดควันพิษในเมืองหลวงที่เขาเรียกว่า Pollution ซึ่งอ่านจากรายงานของนักวิจัยสิ่งแวดล้อมแล้วน่ากลัวทีเดียว ทุกลมหายใจที่เราสูดเข้าไปจะมีฝุ่นละอองที่เล็กมากๆเหล่านี้ที่เรียกว่า อณู เข้าไปทุกลมหายใจ ก็ไม่ทราบว่าปอดจะทนทานได้นานแค่ไหน

             การมาปฏิบัติราชการในครั้งนี้นับว่าโชคดีและดีใจมากที่ได้มีโอกาศได้พบกับ ดร.วรภัทร  ภู่เจริญ ซึ่งอดีตท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ขององค์การNASA และปัจจุบันท่านเป็นที่ปรึกษาของบริษัทปูนซีเมนต์ไทยและบริษัทในเครือทั้งหมด  ซึ่งไม่เคยได้พบท่านแบบตัวเป็นๆมาก่อน(ขออนุญาติใช้ศัพท์ที่ซิ่งๆหน่อยนะคะ เอ๊ะซิ่งหรือเปล่า?) แต่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมานานพอสมควร ก็ได้แต่แอบภูมิใจว่าคนไทยเรานี่ไม่น้อยหน้าประเทศไหนๆเหมือนกันที่มีคนเก่งๆเช่นท่าน แต่วันนี้ได้พบท่าน ได้มีโอกาสสนทนากับท่าน  และได้มีโอกาสฟังท่านบรรยายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การที่อาจเกิดน้ำท่วมโลกในเร็ววันนี้ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่คาดว่าจะลดต่ำลง  ฟังแล้วก็ทำให้คิดไปว่าการทำลายสิ่งแวดล้อมโลกจากน้ำมือมนุษย์นี้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ และขณะนี้ก็อยู่ไม่ไกลตัวนัก และก็ทำให้คิดต่อไปอีกว่าหากโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป  ที่สำคัญเราควรจะเตรียมพร้อมอย่างไรกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้  การช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม  เรื่องการเตรียมปลูกพืชอาหาร  ยารักษาโรค(สมุนไพรไทย)    การเก็บสำรองอาหารและการเลือกกินเฉพาะอาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้นไหม? เพื่อสุขภาพที่ดี  และหากมีโรคภัยไข้เจ็บยารักษาโรคมีไหม?  ดิฉันอาจเป็นคนที่ค่อนข้างจะเห็นคุณค่าของการกินอาหารที่มีคุณค่าและสมุนไพรไทยและเคารพในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย และจากประสบการณ์ของตัวเองในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้  ได้หันมาใช้สมุนไพรไทยทั้งในรูปเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายและรักษาโรคบางอย่างก็พบว่าได้ผลดี  และไม่เคยต้องใช้ยาเคมีสังเคราะห์จากโลกตะวันตกเลย  พบว่าการใช้สมุนไพรไทยหากใช้ยาถูกต้น  ถูกส่วน ถูกขนาดและถูกกับโรค  ก็จะหายได้และที่สำคัญยังไม่เคยพบผลตกค้างจากฤทธิ์ยาเหล่านี้เลย  วันนี้ขอฝากข้อคิดส่วนตัวไว้เพียงเท่านี้ก่อนค่ะ