สิ่งที่สำคัญ.....คือการเรียนรู้

ต่อจากตอนที่แล้ว  ........เล่าเรื่องของศูนย์กลางเทวา ว่า เกิดเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำเรื่องการศึกษาและสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน.....มาเติมเต็มอีกครับ

เมื่อปี 2508 สมาคมศูนย์กลางเทวา ได้เกิดสหกรณ์เครดิตยูเนื่ยนขึ้นมา  ได้การสนับสนุนของสหกรณ์เครดิตยูเนียนของเยอรมัน  ให้เริ่มดำเนินการขึ้นเพื่อให้เกิดการออมเงิน เพื่อสร้างประโยชน์ของคนในชุมชนสลัมหัวยขวาง  ขณะนั้น...เริ่มจากตรงนั้นเมื่อ ปี 2508 ถึงปัจจุบันนี้ 42 ปี ของการมีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในชุมชนซอยแสนสุข เปลี่ยนสภาพจากสลัม มาเป็นชุมชนแออัด แต่คุณภาพชีวิตดีขึ้น  สมาชิกเครดิตยูเนี่ยนไม่น้อยลง เงินหมุนเวียนพอประมาณ (สมาชิก 1,400 ราย) เงินหมุนเวียน 70 กว่าล้านบาท

จัดเรื่องสวัสดิการแก่สมาชิกได้ตั้งแต่ (เกิดทำบันทึกสุขภาพ ได้เงินสนับสนุนเปิดบัญชี  ,แก่ มีเงินบำนาญเลี้ยงชีวิตตามยอดเงินสะสม  ,เจ็บ มีค่ารักษาพยาบาลได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ,ตายได้ค่าสำรองบัญชี ค่าสำรองเลี้ยงชีพอีก)

ทุกปีก็จะมีการจัดค่ายครอบครัวล้อมรั้วยาเสพติด พัฒนาชาวชุมชนแออัด ซอยแสนสุข  .......สุขภาพอนามัยดีไม่ต้องกังวลเรื่องเจ็บไข้ไม่สบาย  แต่ไม่ป้องกันที่ต้นเหตุ ในชุมชนมีอสส. หรืออาสาสมัครสาธารณสุข คอยดูแล อบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพอนามัย.........

ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็เรื่องยาเสพติด เพราะร้อยพ่อพันแม่ การร้อยรัดเป็นหนึ่งเดียวทำได้ยาก  แต่สมาคมศูนย์กลางเทวาก็พยายามทำให้เป็นครอบครัวเดียวกันให้มากที่สุด........

ปัญหาที่รองลงมาคือ เรื่องของการเป็นหนี้สินของสมาชิก .......แต่ปัญหาดังกล่าวได้บรรเทาเบาบางลงไปบ้าง แล้ว  เหตุผลเพราะเมื่อเศรษฐกิจตกสะเก็ด  .......แหล่งเงินทุน และธนาคารไม่กล้าเสี่ยงเพื่อปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยถูกกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องหันไปหานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยแพง (ร้อยละ20 ต่อเดือน) 

มีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนศูนย์กลางเทวา จำกัด ถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชุมชนซอยแสนสุขที่ยังไม่หนี้หายเพราะปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ต้องฆ่าตัวตายเพราะหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน หรือเพราะนายทุนเหล่านั้นใช้บทโหดกับลูกค้าที่ไม่ตรงตามนัดนั่นเอง......

ปัจจุบัน ประธานชุมชนซอยแสนสุข คือ คุณเพทาย  ประทุมจันทรัตน์ เป็นเชี่ยวชาญเรื่องชุมชน เริ่มตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมใหม่ ๆ  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เป็นเครื่องมือที่สำคัญให้เกิดการเรียนรู้กับสมาชิกในชุมชน  .........การเรียนรู้จึงมีความสำคัญ  ...การได้ประชาคมกัน การได้ร่วมจัดแผนแม่บทชุมชนดัวยกัน จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้คนร้อยพ่อพันแม่ ได้ร่วมคิด มีเจตนารมย์ร่วมกันที่จะสร้างสังคมให้มีความอยู่ดี  มีสุข ขึ้นในสังคมเมืองกรุงเทพฯ แห่งนี้ครับ