การพูดคุยกันตั้งแต่เช้าที่มหาชีวาลัยอีสาน ท่านอาจารย์ ดร.แสวง เริ่มประเด็น เกี่ยวกับควายของป้าหนูพวนที่ไม่กินข้าว ที่ข้างๆโรงเรียนบ้านเม็กดำ ผู้เขียนยังไม่ตื่นเลย เอาควายมาให้ดูก่อน แต่นี้เป็นควายตอนที่ผู้เขียนไปทำค่าย English Camp
เรา คุยกันเรื่อง ความกล้าทางวิชาการ ทำอย่างไรให้นักวิชาการทดลององค์ความรู้ในสาขาที่สอนแล้วนำเอาความรู้มาสอนนักศึกษาได้ นอกจากนี้พ่อครูบาสุทธินันท์ คุยเรื่อง ระบบการศึกษา อาจารย์สมพิศ พูดเรื่องพ่อแม่ ครูอาจารย์ ควรให้อิสระ แก่ผู้เรียนในด้านความคิด
ปัญหาที่เราคิดว่าอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้บริหาร ในด้านการศึกษาต้องมีวิสัยทัศน์ และสนับสนุนบุคลากร ในหน่วยงานของตน ปัญหาบ้านเราคือถ้าผู้บริหารไม่ทำงานลูกน้องจะทำงานลำบากมาก ท่านอาจารย์สมพิศเสนอว่าเราควรมีแหล่งการเรียนรู้ หรือสถานที่อบรมผู้เรียน โดยมีการร่วมมือของ พ่อแม่ ครูอาจารย์และชุมชน จะได้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา
พ่อครูบาสุทธินันท์ บอกว่าระบบการศึกษาบ้านเราล้มเหลวมากกว่า 16 ปี ต้องมีการศึกษาแบบที่ชุมชนมีส่วนร่วม เสียดายรายละเอียดของการคุยหายไปเกือบหมด ผู้เขียนคุยกับ John Eyles ทาง Skype ลืมบันทึก ข้อมูลหายไปเลยครับ เสียดายจังเลย รอดู ดร. วรภัทร์ อบรมให้เกษตรกรจำนวน 110 คนอยู่ครับผม แล้วจะรีบรายงานให้ทราบครับผม อยากดูหรือยังครับผม
สวัสดีค่ะ อาจารย์ขจิต
ขอ ลปรร ด้วยคนนะครับ
ขอคุณมากครับ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การปรับทัศนคติ – ให้สอดคล้องและทั่วถึง … เริ่มต้นที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน ตามลำคับ… และผู้นำแต่ละกลุ่ม ควรเป็นแบบอย่างที่ดี …. … ปรับค่านิยม ด้านการศึกษาเพื่อเรียนรู้ ค้นหาตัวเอง ตามที่แต่ละคนถนัด …. ความสำเร็จมิใช่แค่เพียงเกรด คะแนน หรือสถาบัน … … ภาคภูมิใจในความสำเร็จเมื่อได้ทำอย่างที่ฝันและตั้งใจไว้ … โดยไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบกับใคร ….
แวะมาขำ ขำ ก็คนบางคนหละน๊า...มัวแต่คุยกับฝรั่ง ไม่save file ที่พิมพ์เลยเนอะ ( แต่พี่มีไฟล์เสียงนะค๊า... อิอิ )
ตอนนี้กลับมาถึงมหาสารคาม ด้วยความเสียดายอ่ะ ป่านนี้ทางนู้นเป็นไงบ้างน๊า...
ถ้าไม่ติดว่า ต้องส่งเสริมเด็กกลับใจ (ตั้งใจเรียน) พี่ยังไม่กลับหรอกค่ะ อยากเรียนรู้กับท่านอาจารย์ ผู้รู้ทั้งนั้นเลยอ่ะค่ะ
อ ขจิตคะ พี่หนิงหา blog อาจารย์จุ๋ม ไม่เจออ่ะค่ะ งงเนอะ
มีคนรู้จักคนหนึ่ง บอกผมว่า
เด็กประถม เรียนๆไปเถอะ เรียนเพื่อที่จะสอบเข้ามัธยมให้ได้เท่านั้น เมื่อเข้ามัธยมได้แล้ว ก็เรียนๆไปเถอะ เรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เท่านั้น
ก็เลยกลายเป็นว่า เรียนไปตามหน้าที่ที่พ่อแม่ต้องการเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องเรียนในระบบ ในเมื่อนอกโรงเรียนมีสถาบันกวดวิชาอยู่มากมาย เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ เลข ภาษาไทย สังคมศึกษา วิชาศาสนา สปช. ดนตรีสากล เอ..ยังมีวิชาอะไรให้เรียนพิเศษได้อีกนะเนี่ย
โรงเรียนก็ใช้ระบบ child-center แบบชนิดที่ว่า ครูไม่ต้องสอน เด็กไปทำงานมาแล้วนำเสนอหน้าห้องก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
สงสารคนรุ่นลูกเหมือนกันนะครับ คิดได้แบบนี้แล้ว อ.ขจิตเลยไม่แต่งงานดีกว่า จะได้ไม่ต้องมีลูกให้ปวดหัวเรื่องเรียน ...ฮา
สวัสดีค่ะ
ทุกวันนี้ ในระบบการศึกษาไทย คิดว่ามีครบทุกอย่างค่ะ ครู ผู้ปกครอง อุปกรณ์ สถานที่ ทุน ฯลฯ
เสียแต่ว่า..มันกระจายไม่สม่ำเสมอ ไม่มากไปก็น้อยไป ...ที่มากก็มักจะมากยิ่งขึ้น ที่น้อยก็มักจะน้อยลงเรื่อยๆ ...และชอบใช้คนผิดประเภท ครูได้ผลงานก็เอาไปเป็นวิทยากรไม่ได้สอน...ครูที่ไม่ได้ทำผลงานก็ต้องอยุ่โยงช่วยกันสอนจนไม่มีเวลาพัฒนาตัวเอง...หมดแรงไปตามๆกัน....ไอทีช่วยสอนกลายเป็นไม่มีไอที ไม่สามารถสอนฯลฯ
ถึงได้มีโรงเรียนกวดวิชา..เรียนกับครูเทปกันเต็มบ้านเต็มเมืองไงละคะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ ท่าทางจะคุยกันสนุกนะคะวงนี้ ส่วนใหญ่คุยอะไรกันบ้างคะ ดูเหมือนจะเน้นเรื่องการศึกษาใช่ไหมคะ