สวัสดีครับทุกท่านที่น่ารัก

         วันนี้เอาแนวทางเกษตรมาฝากอีกซักบทความครับ บล็อกนี้ก็เป็นเหมือนบล็อกสมรมเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ....

หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำว่า Dual Core กันบ้างนะครับ เค้าใช้เรียกเครื่องคอมพ์ที่มีสองซีพียูวิ่งทำงานพร้อมๆ กันครับ แต่วันนี้ผมจะนำเสนอแบบการปลูกพืชแบบนี้บ้าง ขอตั้งชื่อแบบไทยๆ คือ การปลูกไม้ยืนต้นสองพลังเทอร์โบ ครับ โดยใช้เทคนิคการทาบกิ่งเข้ามาร่วมด้วยนะครับ ก่อนอื่นขอเกริ่นเรื่องการทาบกิ่งก่อนนะครับ

การทาบกิ่งเป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศครับ ซึ่งจะไม่กลายพันธุ์ครับ ซึ่งมีอยู่หลายๆ วิธีนะครับ การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ที่เราคุ้นๆ มากที่สุดก็คือการตอนกิ่งครับ

มาดูขั้นตอนการทาบกิ่งแบบทั่วไปกันก่อนนะครับ

ผมขอเอาบทความจาก http://web.ku.ac.th/agri/plants/j2.htm เว็บของ ม.เกษตรศาสตร์ มาให้ดูกันนะครับ แบบทำความเข้าใจง่ายๆ พร้อมรูปภาพนะครับเพื่อความเข้าใจง่ายครับ

การทาบกิ่ง

คือ การนำต้นพืช 2 ต้นเป็นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นำมาทาบกิ่ง จะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

1. เลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่สมบูรณ์เพศปราศจากโรคและแมลง
2. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปโล่ยาวประมาณ 1 - 2 นิ้ว
3. เฉือนต้นตอเป็นรูปปากฉลาม
4. ประกบแผลต้นตอเข้ากับกิ่งพันธุ์ดี พันพลาสติกให้แน่น แล้วมัดต้นตอ กับกิ่งพันธุ์ด้วยเชือกหรือลวด
5. ประมาณ 6 - 7 สัปดาห์ แผลจะติดกันดี รากตุ้มต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ และเริ่มมีสีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาว และมีจำนวนมากพอ จึงจะตัดได้
6. นำลงถุงเพาะชำ พร้อมปักหลังค้ำยัน ต้นเพื่อป้องกันต้นล้ม

  

เป็นไงบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับสำหรับการทาบกิ่งแบบธรรมดา ข้อสำคัญคือ การปาดบาดแผลควรจะต้องปาดให้มีขนาดเท่าๆกันทั้งรอยบาดแผลทั้งสองต้นนะครับ ตัวต้นตอที่มีระบบรากนิยมใช้ต้นที่มีระบบการหาอาหารเก่ง เช่นระบบรากดี ทนแล้ง ส่วนยอดพันธุ์นั้น เน้นที่ให้ผลผลิตดีครับ เมื่อระบบท่อน้ำท่ออาหารของสองต้นเชื่อมต่อกันได้แล้ว ก็สามารถจะตัดกิ่งของพันธุ์ดีออกได้นะครับ (ตัดโคนกิ่งของพันธุ์ดีนะครับ อิๆ เดี๋ยวไปเผลอตัดผิดแย่เลยครับ อิๆๆ)

สำหรับคำแนะนำของผมที่จะแนะนำคือ การปลูกไม้ยืนต้นแบบสองพลังเทอร์โบ นั่นคือ การปลูกสองต้นให้อยู่ใกล้กันครับ เช่นการปลูกต้นสะตอ สองต้นด้วยเมล็ด ปลูกห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร ครับ แล้วก็ดูแลให้ต้นตอ สองต้นนั้น เจริญงอกงามแบบปกตินะครับ หรือใครจะเลี้ยงต้นกล้าไว้ก่อนก็ได้นะครับ แล้วค่อยเอามาลงหลุมพร้อมๆ กัน ให้ลงหลุมห่างกันตามที่บอกนะครับ

เมื่อต้นตอทั้งสอง มีขนาดลำต้นประมาณกิ่งที่เหมาะสม ให้ดูที่โคนต้น ห่างจากพื้น ประมาณหนึ่งฟุตนะครับ เพราะบริเวณนั้นเราจะใช้สำหรับการทาบลำต้นเข้าด้วยกันครับ โดยปาดรอยแผลให้มันเท่ากันพอดี ตรงนี้หล่ะครับ ต้องใช้มีดที่คมและสะอาดหน่อยนะครับ ก่อนจะปาดลำต้นจริง หากไม่มั่นใจ ให้ไปฝึกปาดกิ่งต้นไม้อื่น ก่อนก็ได้นะครับ เพื่อความชำนาญ (อย่าไปปาดคอคน หรือคอไก่เข้าหล่ะครับ เดี๋ยวได้เรื่องครับ)

เมื่อปาดลำต้นบริเวณระดับเดียวกันแล้วทั้งสองต้น ก็ให้ทาบลำต้นเข้าด้วยกันโดยบาดแผลชนเข้าหากัน แล้วให้พันด้วยพลาสติกใสที่ใช้สำหรับการติดตานะครับ

คราวนี้ก็ปล่อยทิ้งไว้ครับ จนกว่าลำต้นจะประสานเนื้อติดกัน เมื่อติดกันอย่างมั่นใจแล้ว ก็ให้ตัดยอดต้นหนึ่งเหนือรอยทาบทิ้งครับ แนะนำให้ตัดต้นที่ดูอ่อนแอกว่านะครับ หรือเตี้ยกว่าก็ได้ครับ ส่วนพลาสติกก็ค่อยแกะพลาสติกใสออกครับ คราวนี้คุณก็จะได้ต้นสะตอ สองพลังเทอร์โบแล้วหล่ะครับ ที่มีสองระบบราก หนึ่งยอด

เมื่อปล่อยไปนานๆ เข้าลำต้นที่โคนสองต้นนั้นจะประสานเป็นต้นเดียวกัน จนคุณจะเห็นแค่ว่าโคนต้นมีสองโคนนะครับ หรือบางทีคุณแยกไม่ออกเลยครับ แต่คุณมีสองระบบรากแก้วนะครับ โดยปกติแล้วรากพืชมันจะแย่งอาหารกันครับ หากยอดไม่ติดกัน แต่หากระบบลำต้นติดกัน ตัวต้นไม้จะทราบระบบรากของต้นเองดังนั้นการแย่งอาหารกันจะไม่เกิดในระบบรากทั้งสองครับ

สิ่งที่คุณจะเห็นได้ชัดจากการปลูกพืชแบบนี้ สองพลังเทอร์โบ นี้จะส่งผลให้การโตของลำต้นเร็วกว่าปกติครับ เพราะแหล่งหาอาหารมันมีสองพลังครับ

สิ่งที่อยากให้คุณลองคือ ลองเอาสองระบบต้นที่อยู่ในสายพันธุ์ใกล้ๆ กันแล้วมาทาบเข้าด้วยกันครับ โดยเมื่อทาบกันได้แล้วสนิท คุณค่อยตัดยอดพันธุ์ไม่ดีทิ้งครับ หรือต้นที่ไม่ต้องการทิ้งครับ

ที่ผมเคยทดสอบคือ ใช้ต้นสะตอ กับต้องเหรียง ทาบเข้าด้วยกันครับ จริงๆ เกิดจากความบังเอิญที่ต้นสะตอกับต้นเหรียงงอกมาที่บริเวณเดียวกัน ห่างกันพอเหมาะ แล้วแต่ละต้นก็ขึ้นสวยงามซะด้วยครับ จะโค่นต้นเหรียงทิ้งก็เสียดาย ผมตอนนั้นในฐานะเด็กเกษตร ก็ต้องลองมั่วบ้างครับ หัดแหกคอกบ้างก็ดีครับ เลยจับสองต้นมาทาบลำต้นเข้าหากัน จนได้เรื่องเลยครับ


(ต้นสะตอสองพลังเทอร์โบ สังเกตในภาพเป็นต้นที่ไม่มีใบนะครับ อยู่ในช่วงผลัดใบครับ)

จนในที่สุดที่หน้าบ้านผมก็จะมีต้นสะตอสองพลังเทอร์โบครับ คือมีสองระบบราก คือระบบรากเหรียงและระบบรากสะตอ ที่อุ้มชูลำต้นสะตอ แต่ไม่แค่นั้นครับ ที่ตลกมากกว่านั้นตามมาก็คือว่า ในหนึ่งปีปกติแล้วสะตอจะออกฝักประมาณปีละครั้ง แล้วเหรียงกับสะตอจะออกฝักคนละช่วงกันครับ ที่บ้านเลยจะได้เห็นสะตอต้นพิเศษต้นนี้ ออกฝักปีละสองครั้งเป็นอย่างน้อย แต่เวลาต้นสะตอโกนใบ (ผลัดใบ) ก็เป็นไปตามนิสัยของสะตอ แต่พอถึงช่วงที่เหรียงผลัดใบ สะตอก็ผลัดใบด้วย ฮ่าๆๆๆ สนุกกันใหญ่ครับ

ส่วนผลลัพธ์ก็จะได้ฝักสะตอ ที่มีแนวทางการผสมของเหรียงเข้าไปด้วยครับ คือเปลือกจะแข็งกว่าสะตอ แต่ไม่แข็งเหมือนเหรียง เปลือกเมล็ดก็จะแข็งกว่าสะตอ อิๆๆๆๆ

ลองเอาไปทำกันดูนะครับ ได้ผลแล้วเอารูปมาฝากกันบ้างนะครับ อิๆๆ

  

ขอให้สนุกกับการเกษตรนะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์