สวัสดีครับทุกท่านที่น่ารัก
วันนี้เอาแนวทางเกษตรมาฝากอีกซักบทความครับ บล็อกนี้ก็เป็นเหมือนบล็อกสมรมเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ....
หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำว่า Dual Core กันบ้างนะครับ เค้าใช้เรียกเครื่องคอมพ์ที่มีสองซีพียูวิ่งทำงานพร้อมๆ กันครับ แต่วันนี้ผมจะนำเสนอแบบการปลูกพืชแบบนี้บ้าง ขอตั้งชื่อแบบไทยๆ คือ การปลูกไม้ยืนต้นสองพลังเทอร์โบ ครับ โดยใช้เทคนิคการทาบกิ่งเข้ามาร่วมด้วยนะครับ ก่อนอื่นขอเกริ่นเรื่องการทาบกิ่งก่อนนะครับ
การทาบกิ่งเป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศครับ ซึ่งจะไม่กลายพันธุ์ครับ ซึ่งมีอยู่หลายๆ วิธีนะครับ การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ที่เราคุ้นๆ มากที่สุดก็คือการตอนกิ่งครับ
มาดูขั้นตอนการทาบกิ่งแบบทั่วไปกันก่อนนะครับ
ผมขอเอาบทความจาก http://web.ku.ac.th/agri/plants/j2.htm เว็บของ ม.เกษตรศาสตร์ มาให้ดูกันนะครับ แบบทำความเข้าใจง่ายๆ พร้อมรูปภาพนะครับเพื่อความเข้าใจง่ายครับ
การทาบกิ่ง

คุณเม้งครับ
มีอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่ง เคยบอกว่า ให้พวกเราค้นหาความรู้ในท้องถิ่น ท่านใช้คำว่า วิทยาศาสตร์ในท้องถิ่น ซึ่งหมายถึง องค์ความรู้ที่เกิดขึ้น หรือเป็นความจริงในท้องถิ่นนั้นๆ
การติดตา ต่อกิ่ง เสียบกิ่ง หรือทาบกิ่งให้กับต้นไม้นั้น น่าจะเป็นความรู้แบบสากล ที่รู้ว่า หากเอาต้นไม้ชนิดเดียวกัน พันธุ์ใกล้เคียงกัน สามารถนำมาต่อกันได้ ไม่ว่าจะเอามาเฉพาะตา หรือเอาแต่กิ่งมาเสียบ มาทาบ ไม่ว่าจะเอาส่วนของต้นหรือส่วนของราก ที่มาเสริมเป็นสองพลังเทอร์โบ แบบที่คุณเม้งว่ามา
ชาวสวนหลายแห่งเสริมรากหลายรากให้กับไม้ผลที่เขาปลูก เช่น มะยงชิด แม้กระทั่งทุเรียนแถวบ้านเรา บางสวนก็เอาเมล็ดทุเรียนบ้านมาเสริมรากทุเรียนพันธุ์ หรือแม้กระทั่งเอาเมล็ดทุเรียนนก มาปลูกเสริมรากเพื่อป้องกันโรคบางโรคที่เป็นกับทุเรียนที่ปลูกเป็นการค้า
ความรู้อันนี้เราอาจเรียกว่าเป็นความรู้ที่เป็นสากล แต่ความรู้ที่คุณเม้งได้จากการเสริมรากสะตอด้วยรากเหรียงนั้น น่าจะเรียกได้ว่าเป็น วิทยาศาสตร์ในท้องถิ่น หรือเป็นความรู้ในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคนที่ทำเท่านั้นจะรู้ลึกในรายละเอียด ส่วนคนที่ไม่ได้ทำก็จะรู้เฉพาะ ความรู้ที่เป็นสากล
จากการค้นพบความรู้ของคุณเม้งอันนี้ ชาวสวนสะตอ อาจนำไปเสียบยอดหรือทาบกิ่งสะตอบนตอเหรียงก็จะทำให้มีสะตอขายนอกฤดูกาลตามปกติ อันจะช่วยให้ขายได้ในราคาที่ดีขึ้น
ปกติชาวสวนสะตอจะปลูกโดยการเสียบยอด บนตอสะตอ เพราะจะทำให้ได้ลผลิตเร็วกว่า การปลูกจากเมล็ดโดยตรง แต่จากการค้นพบของคุณเม้ง ชาวสวนอาจจะเสียบยอดสะตอบนตอเหรียงแทนการเสียบยอดสะตอบนตอสะตอ ส่วนคุณภาพของผลผลิต
อาจจะต้องศึกษากันต่อไป
มีอีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ หลายสิบปีก่อน มีการผสมพันธุ์กล้วยไม้ โดยใช้กล้วยไม้พื้นเมืองของไทยมาผสมกัน
ใช้กล้วยไม้สกุลเข็ม 2 ชนิด คือ เข็มแดง กับเข็มแสด เข็มทั้งสองชนิดนี้ ออกดอกปีละครั้ง แต่เมื่อผสมกันแล้ว ลูกผสมที่ได้กลับออกดอกทั้งปี
อีกเรื่องเป็นเรื่องที่เล่ากันมา มะเขือเทศกับยาสูบ เป็นพืชในวงศ์เดียวกัน เขาเอายอดมะเขือเทศ มาเสียบบนตอยาสูบ
พบว่าในผลมะเขือเทศ มีนิโคติน แต่พอทำกลับกัน เอายอดยาสูบมาเสียบบนตอมะเขือเทศ กลับไม่มีนิโคตินในใบยาสูบ
สวัสดีครับท่านอาจารย์เฒ่าหน้าเหมน (หมายถึงภูเขาเหมน เมืองคอนหรือเปล่าครับ)
คุณเม้งครับ
ผมก็ต้องขอขอบคุณคุณเม้งเป็นอย่างสูง ตลอดจนคุณโสทร ที่ชักนำให้ผมมารู้จักกับคุณเม้งครับ
บอกตรงๆว่าผมนี่ทึ่งในความรู้ ความสามารถในแสะแสวงหาความรู้ และความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ของคุณเม้งเป็นอย่างมาก
ผมทำสวนยางอยู่แถวหน้าเหมน หรือเขาเหมนที่คุณเม้งรู้จักครับ หลังจากที่ทำงานหลวงอยู่กว่า 35 ปี
ผมเข้ามาอ่านในบล๊อคของคุณเม้งอยู่บ่อย แต่ยังขาดประสบการณ์ในการใช้ เลยไม่ได้เข้าไปทักทายกัน จนกระทั่งได้รับคำแนะนำจากโสทรว่าต้องทำอย่างไร ผู้เฒ่าอย่างผมก็เลยเป็นขึ้นมามั่ง
ยางพันธุ์ GT1 คงจะหลงเหลืออยู่ตามศูนย์วิจัยยางบ้าง สวนชาวบ้านคงไม่มีเหลือ ตามแบบวิธีการทำสวนยางของสำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยางที่ต้อง clear cut พืชทุกชนิดในแปลงที่ขอรับการสงเคราะห์ ต้องตัดออกให้หมด
ผมยังเสียดายไม่หาย ต้นจิก ในสวนของยาย ก็ต้องโค่นไปด้วย ตอนนี้หาดอกจิกเป็นผักหนอกขนมจีนเช้าๆ ไม่ได้เลยครับ
หลังจากที่ไปร่วมขบวนการ เกษตรกรรมธรรมชาติ ผมก็เริ่มปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ หลายอย่าง หลายชนิดไม่เอาแต่ยางเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันก็พยามยามเก็บตัวเลข ข้อมูลต่างๆ ของสวนยาง ที่พอจะเก็บได้เอามาใช้วิเคราะห์ดูว่า ระหว่างเกษตรกรรมสารเคมีกับ เกษตรกรรมจุลินทรีย์ พอจะสู้กันไหวไหม อยากจะให้คนหนุ่มสาวในวัยที่ยังมีเรี่ยวมีแรง หันกลับมาสนใจทดลองทำในเรื่องนี้ เหมือนกับที่โสทร กำลังทำอยู่ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ
ขอบคุณครับ
กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์
สวัสดีครับคุณเม้ง
ดีใจที่มาเจอนักเรียนโรงเรียนเดียวกันครับ ผมจบ ม.ต้น ที่โรงเรียนทุ่งสง เมื่อราวปี 2508 ครับ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ กทม
แต่ก่อนเข้า กทม ได้ไปเดินเล่นที่ใสใหญ่อยู่พักนึง อยู่ กทม จนเรียนจบมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปทำงาน ไม่ได้กลับมาดูแลสวนเลยครับ จนกระทั่งปี 2547 ขอ early retire กลับมาอยู่บ้าน ดูแลสวนยางของครอบครัว
บล็อกของคุณเม้งเรื่องปลูกยางในนาผมเข้าไปอ่านแล้วครับ ตั้งแต่วันแรกๆ แต่ตอนนั้นผมยังใช้ ไม่เป็น ตามหาบทความนั้นไม่เจอ จนต้องให้โสทรสอนให้ จึงเจอครับ ผมยังนึกอยากจะขอบทความนั้นไปลงในวารสาร ในเมืองไทยเพื่อให้กระทรวงเกษตรได้ออกมาบอกแก่ชาวนาว่า ที่นาควรไว้ทำนาหรือเอามาปลูกยาง
สมัยผมยังเรียนประถม จำได้ว่า มีชาวนามาซื้อเกลือไปใส่ในนา ต่อมาก็รู้จักปุ๋ยน้ำตาล ก็คือ แอมมเนี่ยมซัลเฟต และรู้จักยาฆ่าปู ที่มากัดกินต้นข้าว หลังจากนั้นอีกไม่นาน ปุ๋ยเคมีสารพัดสูตร สารพัดยี่ห้อก็ทับโถมเข้ามาจนชาวนาตั้งตัวไม่ติด และที่สำคัญคือ พันธุ์ข้าวของชาวนา ก็เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่ กข หมายเลขต่างๆ ที่เข้ามาแทนที่ เขาเล่ากันว่า นี่ก็เป็นยุทธการยึดประเทศอย่างหนึ่งของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จนทำให้ความสามารถในการ
พึงพาตนเองหมดไป และต้องซื้อทุกอย่างเอามาใช้ โดยเฉพาะจากร้านสะดวกซื้อ และห้างดังๆทั้งหลาย
เมื่อหลายปีก่อน ผมกลับมาบ้าน พอดีอนามัยเขามาตรวจเลือดเกษตรกร ผมก็เลขขอให้เขาเจาะด้วย ช่วงนั้นเป็นเทศกาลกินเจ ผมกินเจ กินผักอยู่หลายวัน ผลปรากฏว่า เลือดผมมีสารฆ่าแมลง ทั้งๆที่ผมไม่เคยไปจับต้องขวดยาฆ่าแมลงเลย
ผมว่าโสทรเขาโชคดี ที่ได้กลับมาอยู่บ้านตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ยังมีไฟ มีเรี่ยวแรงที่จะคิดจะทำ ที่จะเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ยังมีกัลยาณมิตร คอยช่วยชี้แนะ ทั้งในและต่างประเทศ หากคุณเม้ง กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ คงได้มีโอกาสพบกันครับ
ขอบคุณครับ
กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์
สงสัยหัวข้อนี้มีแต่เราสามคน ในฐานะที่ถูกพูดถึงนะครับก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรดี นอกจากคำว่า "ขอบคุณมากๆ" จากกัลยาณมิตรทั้งสอง คนในประเทศนี้ตั้งหลายล้านคน การที่เราได้มาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ตอนที่ผมลาออกจากงาน มีคนบอกว่ารีบออกไปทำไม อายุยังน้อย ค่อยไปตอนสี่สิบห้าสิบก็ได้ ผมก็ไม่ตอบโต้ แต่นึกในใจว่าถ้าผมออกมาตอนนั้นแล้วผมจะเอาแรงที่ไหนขุดดิน ผมออกมาแล้วไม่เสียใจแม้แต่น้อยกับเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาท ถึงแม้ตอนนี้จะมีรายได้อาจจะพอๆ กับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ผมดีใจที่ทำให้พ่อแม่สบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วงผม และภูมิใจกับสิ่งที่ทำอยู่ และกำลังจะทำในอนาคต
กลับมาอยู่บ้านตอนแรกก็มืดมน แต่ตอนนี้เห็นลู่ทางแล้ว ไม่ใช่หนทางรวย แต่เป็นหนทางพึ่งตนเอง และหนทางที่จะอยู่อย่างมีความสุข
ขอขอบคุณกัลยณมิตรทั้งสองอีกครั้ง โอกาสหน้าคงได้รบกวนอีก
สวัสดีครับพี่สุ
ขอบคุณมากครับ ที่แวะมาทักทาย ผมมาต้อนรับช้าไปหน่อยครับ เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงนะครับผม มิตรภาพที่ดีนำไปสู่สังคมที่ดีครับ
ขอบคุณมากครับ
หนูโกรธนะ หนูเปิดเว็บนี้แล้ว พิมพ์ว่า การปลูกมะเขือเทศด้วยเมล็ด แต่เว็บนี้กลับไม่บอกเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องที่หนูพิมพ์เลย
เฮ้ย หน๋อยเว็บกูเกิ้ลนะเว็บ.หาทั้งทีไม่เจอเลยเฮ้ยต่อไปนี้เราจะเอาตัวเราไปเป็นดาราเลยคอยดู
เพลงนะย่ะเพลง555+ ฟังให้ดีนะคนร้องเพลงนี้จาทำให้ฉลาด
ชั้นนั้นเป็นคนขี้อายหลายใจ ในรักมันก็ต้องเจ็บ แต่ไม่เจ็บเท่าฉันโอโว้
รักจริงยิ่งใหญ่ไม่จืดจางโอโว้ แต่รักของชั้นนั้นยังทน.......โอ๊ะโอ
เราเป็นเพื่อนกับเสรี เรา2คนติ๊งต๊องเหมือนกันเฮ้อทุเดอีสมันเด 55
To..หนุ่มใต้ทุกๆท่าน...นานๆจะกลับใต้ซักคั้งหรือปีละคั้ง...ตัวผมคนนครสวรรค์แฟนคน อ.นาบอน นครฯ กลับไปแต่ละคั้งก็อิจฉาคนรักกันดี..คนมีนำใจกว่าคนภาคอื่นจากที่ใด้พบมา..การใช้จ่ายเงินเป็นสิ่งสำคัญรายใด้มีมาก..แต่ไม่รู้จักเก็บก็ไม่เหลือคับ....โอกาศหน้าคงใด้แวะเวียนกันใหม่
มีประโยชน์ดีมากค่ะ ถ้าเอาต้นมากกว่า 2 เช่น 4 ก็จะเป็นพลัง quart เลยใช่ไหมคะ