กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์
- ต้องขอบพระคุณมากๆ เลยนะครับ
- ผมเองเป็นห่วงอยู่หลายๆ เรื่องตอนนี้ครับ แรกๆ คือ ชาวนาจะหายไปหรือไม่ หากหายไปเมืองไทยแย่แน่ครับ เพราะพื้นที่นาโดนรังแกมานานครับ ตั้งแต่เราใช้ปุ๋ยเคมีเลยครับ ท่านอาจารย์คงทราบดีครับ ผมจำได้ว่าตอนนั้นพวกเราชาวนาลูกชาวนาก็รู้จัก หัววัวคันไถกันดี 16-20-0 มักจะเป็นตัวเลขที่ชาวนาจำได้กันอย่างดี ส่วนแต่ละตัวนั้นไม่ทราบว่าอะไรหรอกครับ แต่เราจำกันได้ว่ามันคือสูตรปุ๋ย ส่วนแต่ละตัวบำรุงอะไร เราไม่ได้สนใจ
- ดังนั้น ชาวนาชาวสวนจะคุ้นกับอีกตัวคือ 15-15-15 สำหรับชาวสวน ผมดีใจที่เปิดดูทีวีบางครั้ง แม้ว่าจะออกรายการตอนที่ตีตีห้าเมืองไทยก็ตาม เกี่ยวกับเกษตร มีแนวทางเรื่องอินทรีย์ออกมามากขึ้นครับ
- เคยไปหาปลากลางคืน ต้องเลือกดูปลาก่อนจะครอบด้วยสุ่ม หรือแทงด้วยฉมวกครับ เพราะต้องดูว่าเค้าเปื่อยหรือเปล่า ภาวะเคมีทำให้มีผลนอกจากดินแล้วน้ำแล้ว สัตว์น้ำในนานี่มีผลมากๆ เลยครับ เมื่อก่อนตอนเล็กๆ กล้าดื่มน้ำในนาครับ หลังๆ นี่ไม่กล้าแล้วครับ
- สิ่งที่เราน่าสนใจอย่างหนึ่ง ผมว่าน่าจะลองตรวจเลือดชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านดูครับ ว่ามีสารพิษอยู่ในร่างกายอย่างไรบ้างครับ อย่างบ้านเราแถวนคร ร่อนพิบูลย์ ก็สารหนูปนเปื้อน เราใช้ธรรมชาติหนักมากเกินไปครับ
- เรื่องการทำสวนยางแบบโกนหนวดนี่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ คือโกนป่าให้หมดก่อนที่จะทำให้เป็นสวน เมื่อก่อนเราปลูกต้นยางพาราในป่ากันครับ เวลาเดินกรีดกันจะสนุกครับ เพราะไม่ได้เดินเป็นแถว เราต้องทำการจัดการระบบการเชื่อมโยงเส้นทางเดินกับการตั้งอยู่ของต้นยางในป่า ว่าจะเดินอย่างไรไม่ให้ลืมกรีด
- จนมาเข้าสู่ยุคขอทุนยางครับ ต้นลูกเนียง ต้นสะตอ ต้นเหรียง ที่อยู่ในพื้นที่สวนยาง ต้องโค่นหมดครับ เพราะไม่งั้นไม่ผ่านตามเกณฑ์ของการขอทุนยาง คิดๆ แล้วน่าจะทำแบบนี้กับ กทม.มั่งนะครับ แบบว่าทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ (ฮี่ๆๆๆ) เพราะตอนที่เป็นป่าไม้ ก็ทำกันแบบนี้ครับ
- ที่ว่ามาไม่ใช่อะไรนะครับ เพราะที่บ้านผมก็ทำ แล้วก็ตามแบบนี้เปะครับ คือทำการเกษตรแบบโกนหนวด แล้วปล่อยไว้มันก็จะงอกขึ้นมาใหม่จะปลูกอะไรก็ค่อยปลูกหลังจากโกนหนวดไปแล้ว
- ผมเองก็เสียดายสวนยางที่บ้านครับ เพราะว่าโค่นไปก่อนที่ผมจะทราบ ทำให้สิ่งที่เรียนมาแทบจะไม่ได้ใช้เลยครับ คือโค่นยางทิ้งก่อนจะเร่งน้ำยางออกจากลำต้น
- หากเรามีโอกาสสัมผัสธรรมชาติและอยู่ร่วมเพื่อทำความเข้าใจให้มากๆ ก็คงดีครับ คนอาจจะเข้าไปช่วยในเรื่องการจัดการ อย่างเข้าใจในความเป็นอยู่ของเค้าไม่ว่าจะน้ำ ดิน ลม ไฟ หรือต้นไม้ตลอดจนวัชพืชและศัตรูพืช
- ผมไปเรียน ม.ปลายที่ ร.ร. ทุ่งส่งมานะครับ รู้จักเพื่อนๆ แถวๆ บ้านอาจารย์นะครับ แต่ผมเองสวนตัวไม่ค่อยได้มีโอกาสไปแถวบ้านอาจารย์เท่าที่ควรครับ ดูเหมือนว่า ยิ่งเรียนยิ่งห่างไกลยังไงไม่รู้ครับ แต่ที่สำคัญคงอยู่ที่ว่าตอนสุดท้ายแล้วทำอะไร ให้กับบ้านเกิด โดยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คงมีทั้งทางตรงและทางอ้อมเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยกันครับ
- เมื่ออยู่ไกลก็มีสิ่งมาทดแทนเสมอ ตามรูปแบบครับ วันหนึ่งคงได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากอาจารย์และโสทร บ้างครับ ผมเองเชียร์โสทรอย่างเดียวตอนนี้ครับ
- ผมติดตามเรื่องการเลี้ยงกบ และการเลี้ยงแมงดาอยู่พักหนึ่งครับ บอกที่บ้านไปสองปีแล้วครับ แต่คิดว่าต้องกลับไปทำเอง
- กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อีกครั้งนะครับ หากความเห็นหรือสิ่งใดที่ผมเขียนใดผิดพลาดตามหลักการ หรือจะมองต่างมุม ด้วยความยินดีนะครับ
- ตอนนี้ผมเป็นห่วงเรื่องการปลูกยางในนาข้าวนะครับ ผมเขียนไว้หนึ่งบทความ ต้นๆ ของ บล็อกนี้นะครับ ไม่แน่ใจว่าท่านอาจารย์ได้อ่านยังครับ ตรงนี้ผมห่วงมากที่สุดตอนนี้ครับ
- กราบขอบพระคุณมากครับ