สวัสดีครับคุณเม้ง
     ดีใจที่มาเจอนักเรียนโรงเรียนเดียวกันครับ ผมจบ ม.ต้น ที่โรงเรียนทุ่งสง เมื่อราวปี 2508 ครับ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ กทม
แต่ก่อนเข้า กทม ได้ไปเดินเล่นที่ใสใหญ่อยู่พักนึง อยู่ กทม จนเรียนจบมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปทำงาน ไม่ได้กลับมาดูแลสวนเลยครับ จนกระทั่งปี 2547 ขอ early retire กลับมาอยู่บ้าน ดูแลสวนยางของครอบครัว
     บล็อกของคุณเม้งเรื่องปลูกยางในนาผมเข้าไปอ่านแล้วครับ ตั้งแต่วันแรกๆ แต่ตอนนั้นผมยังใช้ ไม่เป็น ตามหาบทความนั้นไม่เจอ จนต้องให้โสทรสอนให้ จึงเจอครับ ผมยังนึกอยากจะขอบทความนั้นไปลงในวารสาร ในเมืองไทยเพื่อให้กระทรวงเกษตรได้ออกมาบอกแก่ชาวนาว่า ที่นาควรไว้ทำนาหรือเอามาปลูกยาง
     สมัยผมยังเรียนประถม จำได้ว่า มีชาวนามาซื้อเกลือไปใส่ในนา ต่อมาก็รู้จักปุ๋ยน้ำตาล ก็คือ แอมมเนี่ยมซัลเฟต และรู้จักยาฆ่าปู ที่มากัดกินต้นข้าว หลังจากนั้นอีกไม่นาน ปุ๋ยเคมีสารพัดสูตร สารพัดยี่ห้อก็ทับโถมเข้ามาจนชาวนาตั้งตัวไม่ติด และที่สำคัญคือ พันธุ์ข้าวของชาวนา ก็เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่ กข หมายเลขต่างๆ ที่เข้ามาแทนที่ เขาเล่ากันว่า นี่ก็เป็นยุทธการยึดประเทศอย่างหนึ่งของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ จนทำให้ความสามารถในการ
พึงพาตนเองหมดไป และต้องซื้อทุกอย่างเอามาใช้ โดยเฉพาะจากร้านสะดวกซื้อ และห้างดังๆทั้งหลาย
     เมื่อหลายปีก่อน ผมกลับมาบ้าน พอดีอนามัยเขามาตรวจเลือดเกษตรกร ผมก็เลขขอให้เขาเจาะด้วย ช่วงนั้นเป็นเทศกาลกินเจ ผมกินเจ กินผักอยู่หลายวัน ผลปรากฏว่า เลือดผมมีสารฆ่าแมลง ทั้งๆที่ผมไม่เคยไปจับต้องขวดยาฆ่าแมลงเลย
     ผมว่าโสทรเขาโชคดี ที่ได้กลับมาอยู่บ้านตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ยังมีไฟ มีเรี่ยวแรงที่จะคิดจะทำ ที่จะเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ยังมีกัลยาณมิตร คอยช่วยชี้แนะ ทั้งในและต่างประเทศ หากคุณเม้ง กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ คงได้มีโอกาสพบกันครับ
ขอบคุณครับ