ช่วงนี้เชื่อเหลือเกินว่าทุกมหาวิทยาลัยยังอยู่ในเทศกาลรับน้องใหม่ บางแห่งอาจกำลังเข้าโค้งสุดท้ายกันบ้างแล้วก็มี ขณะที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามก็กำลังกำลังผ่านพ้นกิจกรรมประเพณีอันเป็นเทศกาลแห่ง “ชีวิต” นี้เช่นกัน
ประเพณีการรับน้องใหม่ที่ ม.มหาสารคาม ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 2 ส่วน ประการแรก คือ การร้องเพลงเชียร์ (ประชุมเชียร์) ซึ่งเรียกเป็นภาษาปากว่า “คลาสเชียร์มหาวิทยาลัย” โดยจะนำนิสิตทั้งมหาวิทยาลัยมาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเย็นระหว่างเวลา 17.00 – 20.00 น. และจัดผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 2550
กิจกรรมร้องเพลงเชียร์นั้น จะกำหนดให้ทุกคนมาอยู่รวมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกนิสิตออกเป็นคณะ ๆ และจัดขึ้นโดยไม่มีการบังคับการเข้าร่วม แต่เปิดกว้างให้นิสิตใหม่ตัดสินใจเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ
เมื่อกิจกรรมร้องเพลงเชียร์มหาวิทยาลัยเสร็จสิ้นลง ก็นำไปสู่กิจกรรมร้องเพลงคณะ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2550 และทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ทำเอาผมโล่งใจ กินได้ นอนหลับอย่างอิ่มสุข
ส่วนประการที่สองนั้น เป็นกิจกรรมรับน้องโดยตรง ซึ่งเราเรียกกันทั่วไปว่า “ลอดซุ้ม” โดยปีนี้องค์การนิสิตจัดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2550 เปลี่ยนชื่อจากต้นแบบภาษาไทยไปเป็นภาษาต่างประเทศซะโก้หรูว่า “Freshy day and Freshy night สืบสานวัฒนธรรม 40 ปีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม”
ดีหน่อยที่ยังมีชื่อภาษาไทยปนเปมาด้วย ไม่งั้นผมคงเอาเรื่องชาวองค์การนิสิตเป็นแน่เลย ...
กิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วยหัวใจหลัก 2 ประการ คือ การลอดซุ้มในภาคเช้าและการประกวดดาวเดือนในภาคบ่าย ซึ่งภาคบ่ายนั้น จะมีกิจกรรมที่นิสิตได้คิดสร้างขึ้นมาเอง เป็นการแสดงแสงสีเสียง สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นและมหาวิทยาลัย ,
ปีนี้ เราไม่มีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เรามี “เรา” .. ซึ่งหมายถึงเรื่องของเรา ! วันของเรา ! เราจะเล่าด้วยตัวของเราเอง ...
ผมยังไม่มีเวลาบอกเล่าอันใดนักเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ยังไม่มีเวลาพอที่จะเขียนบันทึกและชวนให้ท่านทั้งหลายร่วมขบคิดว่าเทศกาลลอดซุ้มเช่นนี้ ประกอบด้วยเหตุผลอันใดบ้าง, เหมาะควรต่อความเป็นปัญญาชนแค่ไหน สร้างสรรค์หรือเปล่า หรือเพราะมันเป็นข้อยกเว้นในเชิงเหตุผลทางสังคม เพราะนี่คือวัฒนธรรมเฉพาะกิจของชาวอุดมศึกษา (บางแห่ง) ....


















เหมือนนกฟ้าเหินฟ้ามาไกลโพ้น
มีบึงหญ้าอ่อนโยนอยู่ที่นี่
ให้นกน้ำ นกทุ่ง เริงเสรี
ประสานเสียง ประสานสี, ประสานใจ
...
แล้วผมจะกลับมานำเสนอในภาคที่เต็มเรื่อง เต็มราวมากกว่านี้นะครับ... บัดนี้ต้องไปสอดส่องดูงานเสียแล้ว !
กะมอมกะแมมถ้วนหน้า แต่ถ้าจะหนุกหนานมาก นะคะ
สวัสดีครับคุณหมอรวิวรรณ
บรรยากาศของงานสนุกสนาน, เป็นกันเองและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่ผมสนใจและกำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้ก็คือรูปแบบการลอดซุ้มในแต่ละมหาวิทยาลัย หรือมีหลงเหลืออยู่กี่สถาบันการศึกษากันแน่ที่ยังรับน้องด้วยวัฒนธรรมเช่นนี้
คุณหมอฯ เคยลอดซุ้มมาบ้างหรือเปล่าครับ และถ้าเคยลอด รูปแบบสมัยนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง ?
สวัสดีครับ พี่สมนึก <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ภาคเช้าดูเหมือนนิสิตใหม่จะมาร่วมกิจกรรมลอดซุ้มค่อนข้างเยอะ ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 พันคน พวกเขาพกพาความสดใสมาอย่างเต็มล้น</p><p>ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเป็นนิสิตใหม่ภายใต้ซุ้มความรักของพี่ ๆ เขาคงได้รับความมั่นใจในการก้าวเดินต่อไปตลอดระยะเวลาของการศึกษา</p><p>ขอบคุณนะครับ ที่มาจอบเบิ่ง ..</p>
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ตกลงแสดงว่าเคยลอดซุ้มมาแล้ว - แล้วบรรยากาศเหมือน - คล้าย หรือต่างกันครับ</p><p>แต่ที่แน่ ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งที่เหมือนกันก็คือ มิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างพี่และน้อง รวมถึงมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน</p><p>มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ชีวิตน้องใหม่ที่ไม่พานพบการรับน้อง ก็ดูจะกร่อยไปเหมือนกัน บางจังหวะอาจรู้สึกได้ว่า คลับคล้ายมีบางสิ่งหล่นหายไปจากชีวิต …</p><p>ขอบคุณนะครับ</p>
สวัสดีครับ พี่อัมพร