เครื่องบิน
ตอนเช้า 30 สิงหาคม 2549 เด็กๆจำนวน 40 คน ซึ่งเป็นศิษย์ที่น่ารักของครูที่อยู่ในวัยที่กำลังซนพร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างกระตือรือร้น ยืนแถวหน้าห้องเรียน สะพายกระติกน้ำ เตรียมตัวที่จะเรียนรู้โลกภายนอกในเรื่องที่พวกเขาสนใจและอยากเรียนรู้คือ เรื่องเครื่องบิน ครูย้ำคำเตือนข้อตกลงการปฏิบัติตนในการไปทัศนศึกษา ข้อแล้วข้อเล่า บางคนก็ฟังบางคนก็ไม่ฟัง ครูเข้าใจเพราะรู้ว่าใจของเด็กๆอยู่ที่รถตู้ในลานจอดรถของโรงเรียน ซึ่งเป็นพาหนะที่จะนำเด็กๆไปดูเครื่องบิน ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ดอนเมือง
เด็กๆหลายคนได้รับความรู้สึกอันแปลกใหม่ตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างก้าวขึ้นรถ ...... รถตู้ของโรงเรียนเป็นอย่างนี้เองหรือ หนูไม่เคยขึ้น คุณพ่อคุณแม่มาส่งหนูที่โรงเรียนทุกวัน สนุกดีนะ ! พร้อมกับยิ้มปากกว้างเห็นฟันขาวแววตาบ่งบอกถึงความสุขที่แปลกใหม่ เสียงเจื้อยแจ้ว เจี้ยวจ๋าวไม่ขาดสาย สายตาของเด็กๆทุกคนมองออกไปยังนอกรถพร้อมกับมีคำถามนานาสารพันร้อยแปดคำถาม ที่เขาอยากได้รับคำตอบจากครู ระยะทางหลายสิบกิโลเมตรล้วนเป็นความรู้ที่เด็กได้รับและจะเป็นประสบการณ์ตรงที่ติดตาติดใจของพวกเขาไปตลอด ครูตอบคำถาม แม้จะเมื่อยปากแต่ก็ตอบทุกคำถามที่เป็นความรู้ บางครั้งก็ตอบได้ บางครั้งก็ตอบไม่ได้ (มีเด็กบางคนที่รู้ช่วยตอบ...เห่อ ! โล่งอก) ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเด็กและครูเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน...
ว้าว...ถึงแล้ว เครื่องบินคันใหญ่จังเลย เสียงใสๆ ตามมาทันที เค้าไม่เรียกคัน เค้าเรียกว่าลำค่ะ ! ใช่มั๊ยค่ะคุณครู... เด็กๆทุกคนตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่เขาอยากเรียนรู้อย่างตรงหน้า คุณป้าทหารวิทยากรให้การต้อนรับพวกเราและให้ความรู้กับเด็กๆในเรื่องเครื่องบิน เสียงคำถามหลายๆคำถามจากเด็กๆที่อยากรู้ในแง่มุมต่างๆที่เกี่ยวกัเครื่องบินดังไม่ขาดสาย ทุกก้าวที่เดินไปผ่านเครื่องบินลำแล้วลำเล่าไม่ทำให้เด็กๆเบื่อเลย แม้เหงื่อจะไหลเพราะเคยนั่งเรียนอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ ถึงระยะทางในการเดินจะไกลและวกวนไปอาคารโน้นมาอาคารนี้ สิ่งที่ครูเห็นคือ ร้อยยิ้มของเด็กๆและแววตาที่จะแสวงหาความรู้ นี่คือรางวัลของครู แม้บางคนจะซนไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไร ครูชื่นใจและภูมิใจในประสบการณ์ที่ครูมอบให้แล้วเด็กๆรับด้วยรอยยิ้ม....(...คุณครูครับครั้งต่อไปพวกเราจะเรียนเรื่องรถไฟนะครับ !...)
ครูวัชรี พาสู่บุญ