ขอคุยเรื่องเบาๆของผมนะครับ

ผมคร่ำเคร่งมาหลายวัน เรื่องการเขียนต้นฉบับหนังสือ "KM กับเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน" จนวันนี้เสร็จเป็นรูปร่างแต่ไม่ได้เกลา ไม่ได้แต่งเติม เป็นการเขียนออกมาแบบดิบๆ คิดสดๆ ก่อนตามสไตล์ของผม

ด้วยเวลาที่เร่งรัด งานผมก็ต้องเร่งเร้า  สร้างความเครียดให้ผมนิดหน่อย แต่ผมก็ชอบครับ เวลาแบบนี้มันทำให้ผม Active ดี (มองบวกมากๆ)

นึกถึงสมัยเรียน ป.ตรี ไม่ใช่ก่อนสอบ 1 วัน ผมไม่ได้แตะตำราเลย พอถึงกำหนดเท่านั้นหละ ตาลีตาเหลือก อ่านหนังสือตะบัน มาราธอน ถึงรุ่งเช้า ดูแสงไฟห้องพักหอพักอื่นๆ แหม...หออื่นเค้าก็ดูหนังสือถึงดึก ถึงเช้าเหมือนกัน ด้วยความความจำสั้นส่วนหนึ่ง

(น้องๆไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรอยู่ในดุลยพินิจของผู้ปกครองเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้)

วันนี้หลังจากที่เสร็จงานเขียนก็โอ้เอ้เล็กน้อย จนนึกได้ว่า ต้องหาผู้อ่านมาทดลองอ่านก่อนที่จะแก้ไข

 

ก็มีเหยื่อผู้อ่านที่น่ารัก ของกระผมคือ อาจารย์จิตแพทย์ ท่านหนึ่งอยู่ที่ศิริราช เป็นเพื่อนกันครับ ไม่ค่อยได้เกรงใจ เลยขอปรึกษาซะเลย...

งานนี้ปรึกษา"จิตแพทย์" แปลกมั้ยนี่!!!

Consult  กันแบบออนไลน์ สายตรงเลยครับท่าน

MSN ออนไลน์เลย เจอจังๆว่า เพื่อนออนไลน์อยู่ เลยทักทายพร้อมปรึกษา ทันที ทั้งๆที่รู้ว่าเพื่อนงานเยอะ ไหนจะงานคลีนิก ไหนจะงานสอน...แต่งานนี้เพื่อนต้องให้คำปรึกษา คุยแกมบังคับเล็กน้อยครับ...ส่งไพล์ทันทีโดยไม่รีรอ

ท่านจิตแพทย์น้ำใจงาม แม้งานจะหนักหน่วงแค่ไหน เมื่อเพื่อนร้องขอ ปรึกษา ก็คงจำเป็นต้องทำ (เต็มใจทำ) ผมกำหนดเวลาให้เสร็จสรรพ์ครับ  ว่าเวลาไหนควรอ่านเสร็จเวลาไหนต้องวิพากษ์ เพราะงานมันด่วนครับ!!!

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพื่อนก็โทรมาบอก วินิจฉัยอาการ "บทความของผม"

พอสรุปได้ใจความดังนี้

  • อ่านเเล้วในฐานะเป็นมือใหม่ KM แล้ว เขียนได้ดี อ่านง่ายเข้าใจเลย
  • การเกริ่นออกเป็นวิชาการหนักไปหน่อย หากกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่นักวิชาการอาจจะหนักไป ไม่อยากอ่านต่อ
  • ช่วงรอยต่อของเรื่อง ยังไม่เรียบ สะดุดบ้าง แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ
  • หากเรื่องนี้ชาวบ้านที่เป็นแกนนำ (ตามกลุ่มเป้าหมายของผม) ควรแปลงเนื้อหาให้ง่ายกว่านี้ หากเป็นนักวิชาการก็ดีมากแล้ว
  •  น่าจะนำด้วยสถานการณ์ใกล้ตัว เช่นกระบวนการท่องเที่ยวที่เป็น main หลักมากล่าวเพื่อที่จะดึงความสนใจ

เห็นมั้ยครับ ว่าเพื่อนจิตแพทย์ของผม ท่านวิเคราะห์งานของผมได้ภายใน ไม่กี่นาที และสามารถสะท้อนให้ผมได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายเพื่อนผมหยอดอีกว่า มีอะไรให้เขาได้ช่วยเต็มใจและยินดีเสมอ

เมื่อเปิดกว้างแบบนี้ เห็นจะไม่พลาดในโอกาสหน้าต่อไป....โอกาสหน้ารบกวนอีกนะครับ

 

เรื่องที่ผมเขียนสนุกๆวันนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่า

มื่อเราเขียนงาน หรือทำผลงานใดๆก็แล้วแต่ ควรที่จะเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามามองด้วยแว่นของเขา เป็นการดีที่เราจะพัฒนาตัวเอง  ไม่เกิด Bias ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว

กลัวคำว่า

"คุณทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่ยังดีไม่พอ" แบบรายการอัจฉริยะข้ามคืน อาจจะไม่ค่อยดี เพราะดีที่สุดของเรา ต้องถามต่อกับคนอื่นๆว่า ดีสำหรับเขาบ้างหรือเปล่า...

เพื่อประโยชน์สูงสุดของการพัฒนาสังคมครับผม