ขอให้นึกว่าทำไปเพื่อใคร หากทำเพื่อคนพิการจะได้สบายใจ หาใช่ทำ ๆ ไปเพื่อองค์กร หรือทำให้ใครคนใดคนหนึ่ง คนพิการเหล่านี้ เขารอคอยโอกาสอยู่อีกมาก

     วันนี้ผมมีนัดที่จะไปร่วมงานบุญที่วัดเขาเจียก ซึ่งลุงช่วง เรืองจันทร์ นายกสมาคมคนตาบอดจังหวัดพัทลุง จะทำบุญให้กับตัวเองที่เรียกว่า จำ-เหริญอายุ(ภาษาอ่าน) ซึ่งก็คือเจริญอายุนั่นเอง แต่งานบุญจะเริ่มก็ประมาณ 10.30 น.  และต่อด้วยการนัดกับแกนนำของ ศวพถ. เพื่อยกร่างกรอบงานมหกรรมสุขภาพชุมชนฅนเมืองลุง ครั้งที่ 1 ที่จะถึงในวันที่ 19 ก.ค.50 นี้ โดยเริ่มนัดกันตอนประมาณบ่ายโมง พอมีเวลาจึงแวะไปที่ อบต.โคกสัก อ.บางแก้ว ก่อนในช่วงเช้า

     ที่ อบต.โคกสัก อ.บางแก้ว ผมได้รับการบอกเล่าเรื่องราว จากน้องจันทร์ นักพัฒนาชุมชน ผ่านมาทางน้องดวงใจ แกนนำ ศวพถ.ว่าจะจัดการสัมมนาคนพิการในเขตพื้นที่เพื่อให้ทราบถึงสิทธิ และเพื่อทาง อบต.จะได้รับทราบกลับถึงประเด็นความต้องการที่แท้จริงของคนพิการ/ญาติที่เป็นผู้ดูแล  ในวันนี้ (22 มิ.ย.50) ซึ่งตรงนี้ทราบว่าทางอบต.จะใช้จัดทำแผนงานในปีหน้า และก่อนหน้าก็ได้ทราบว่าทาง อบต.ได้มีการประสานไปยังองค์กรต่าง ๆ เพื่อระดมการขึ้นทะเบียนบ้าง การตรวจสุขภาพคนพิการบ้าง ให้เสร็จในจุดเดียวและวันเดียวกัน ในข่าวสารที่ได้รับทราบก็มีบ้างเหมือนกันที่ปะปน
ไปด้วยข่าวที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก โดยเฉพาะในกรณีที่หน่วยงานภาครัฐ ระดับแม่ข่ายด้านสุขภาพ กล่าวว่าทาง อบต.ข้ามหน้าข้ามตา ไม่ผ่านเขาก่อนในการประสานงาน จนทำให้ท่านนายก อบต.ต้องกล่าวคำว่าขอโทษซ้ำ ๆ กันหลายครั้งให้ผมได้ยินในวันนี้ตอนที่แวะไปเยี่ยมเยียนเวทีการสัมมนาของวันนี้ แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่ท่านย้ำว่ายังไงก็แล้วแต่ท่านไม่โกรธใคร แต่ท่านจะพยายามประสานใหม่ในคราวหลังโดยยึดหลักว่า พี่น้องคนโคกสัก ต้องได้ประโยชน์สูงสุดเป็นอันดับแรก

    ผมได้พบกับทีมงานที่มาจาก ศวพถ. พมจ.และ สอ.ในเขตตำบลหลายคน บรรยากาศก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างก็ให้ความสนใจ ผมได้ไปสอบถามคนหลายคน ทราบว่าดีใจมากที่เห็นท้องถิ่นดำเนินการเองในเรื่องนี้ เพราะเป็นครั้งแรก และที่ผ่านมาก็ไม่เคยนึกว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้ ทราบว่าวันนี้จัดงานขึ้นไม่ได้ใช้งบประมาณใด ๆ มีการเลี้ยงขนมจีนก็เป็นส่วนที่ได้รับบริจาคจากคนในชุมชน โดยท่านนายก อบต.ได้ริเริ่มบริจาคก่อน สมาชิก อบต.คนอื่น ๆ ก็ร่วมลงขัน (ดูภาพบรรยากาศที่เก็บมาฝาก)


 นากยก อบต.โคกสัก กล่าวทักทาย
คนพิการ/ญาติ/ผู้ดูแล ต.โคกสัก

ลงทะเบียนมางาน และขึ้นทะเบียนคนพิการ
One Stop Service

     ได้พูดคุยกับทีมงานและคนพิการหลาย ๆ คนก่อนจะขอตัวกลับเพื่อไปวัดเขาเจียก ตามที่นัดลุงช่วงไว้ ก็พบว่ามีปัญหาในระบบการจัดการร่วมกันตามรูปแบบไตรภาคีฯ หลายประการ ผมจึงได้บอกกล่าวกับทีมงานไว้ว่า "ขอให้นึกว่าทำไปเพื่อใคร หากทำเพื่อคนพิการจะได้สบายใจ หาใช่ทำ ๆ ไปเพื่อองค์กร หรือทำให้ใครคนใดคนหนึ่ง คนพิการเหล่านี้ เขารอคอยโอกาสอยู่อีกมากครับ หากเราคิดเพียงทำเพื่อเขาเหล่านั้น จะมีความสุขมากครับ