<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวาน (21 มิถุนายน) กว่าจะกลับถึงห้องพักที่เราเรียกกันภายในว่า “บ้าน” ก็ล่วงเข้า 3 ทุ่มแล้ว เจ้าแดนไท “หลับปุ๋ย” อยู่อย่างน่ารัก ส่วนน้องดินยังไม่นอน และดูเหมือนจะรอคุณพ่ออยู่ทุกขณะ ผมเดาเอาเองว่า เหตุที่รอผมนั้น เพราะต้องการบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองถือพานไหว้ครูในวันนี้ให้ผมฟัง </p>
และก็เป็นเช่นนั้นจริง ทันที่ที่ผมก้าวเข้ามาในห้องพัก น้องดินก็เข้ามาสวมกอดผมอย่างแสนรัก พร้อมกำนัลจูจุ๊บที่แก้มของผมอย่างน่าชัง จากนั้นก็สาธยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันไหว้ครูอย่างถี่ยิบ รวมถึงรบเร้าให้ผมได้เปิดดูภาพในวีดีโอ ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มและบอกกับเขาว่า ผมดูมาแล้ว ... “น่ารักมาก – เก่งมาก.”
ขณะที่ผมกำลังนั่งกินข้าวเที่ยงในเวลา 3 ทุ่มเศษ , เพื่อนชีวิตของผมก็เล่าให้ฟังว่า สองสามวันที่ผ่านมา ขณะที่เธอเดินเล่นใน “ตลาดน้อย” ใกล้ ๆ กับที่ทำงาน เธอพบ“ทุเรียน” วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เธอก็ได้แต่ทำสงครามกับความอยากนั้นอย่างแสนสาหัส พร้อมทั้งเปรยขึ้นมาในทำนองอยากทานทุเรียน แต่ก็ยอมอดทน -อดกลั้นเพื่อหวังจะเก็บเงินไว้ให้ลูก ๆ ได้กินขนม
เธอพูดเช่นนั้นเพราะต้องการสื่อสารอะไรสักอย่างให้ลูกได้รับรู้, ซึ่งอาจจะหมายถึงการอดออมของแม่ที่มีต่อลูก หรือแม้แต่การเอ่ยขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้ลูก ๆ ได้สะเทือนใจ และจะได้ไม่ต้องรบเร้ากินขนมอย่างไม่รู้อิ่ม ... และอีกมากมายที่ผมเองก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้
แต่ที่แน่ ๆ ที่ผมรู้และกล้าฟันธงเลยก็คือ หล่อนชอบทานทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ในขณะที่ผมกลับไม่หลงใหลและไม่คลั่งไคล้เจ้าทุเรียนเอาเสียเลย

และต่อจากนี้ไป คือถ้อยสนทนาระหว่างเธอกับลูก ๆ ที่ผมได้รับฟังจากปากคำของเธอในค่ำคืนนั้น -
“แม่ ... แม่ บ่ อยากกินทุเรียน บ๊อ ?” แผ่นดินเอ่ยถามแม่ในขณะที่เดินผ่านร้านขายทุเรียน โดยมีเจ้าจุกแดนไทเดินเบียดชิดอยู่ไม่ห่าง
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“อยากกินอยู่ แต่กะสิอดเอา แม่ สิเก็บเงินไว้เป็นค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียน” คุณแม่ในวัยกลางคนเปรยอย่างละห้อยต่อลูก ๆ</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เหตุการณ์เช่นนั้นดำเนินไปไม่น้อยกว่า 3 วัน, ซึ่งเธอและลูกก็พานพบทุเรียนเหมือนเช่นทุกวัน และเธอก็ไม่วายที่จะเปรยอย่างเศร้า ๆ ในทำนองนั้น ขณะที่ลูก ๆ ก็ยังถามและเชียร์ให้แม่ทานทุเรียนเป็นระยะ ๆ กระนั้น, เธอก็ยังยืนยันว่าจะอดทนเพื่อเก็บเงินไว้เป็นค่าขนมลูก ๆ ตอนไปโรงเรียน</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่หารู้ไม่, ในเย็นย่ำของวันที่ 20 นั้น ขณะที่ผมกับเจ้าตัวเล็กแสนซนทั้งสองกลับมาที่พัก เธอซึ่งกลับมาทีหลังกลับแอบซื้อทุเรียนมากล่องหนึ่ง โดยนำไปซุกไว้ในตู้เย็นอย่างเงียบ ๆ </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท่านครับ, ความลับไม่มีในโลก เจ้าจุกบังเอิญอยากดื่มน้ำเลยต้องดุ่มเดินไปเปิดตู้เย็น แต่พอประตูนั้นเปิดออก แกก็ร้องอุทานอย่างกังขาขึ้นมาว่า</p>
“ทุเรียน ผู้ได๋..?”
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“ทุเรียนแม่นี่แหละ แม่ซื้อมาไว้กิน ถ้าอยากกินกะกินโลด …” </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เจ้าจุกไม่รีรอที่จะตัดสินใจใด ๆ อีกแล้ว แกยื่นมือคว้าเอากล่องทุเรียนออกมานั่ง “ซัด” กับพี่แผ่นดินอย่างแสนอร่อย ซ้ำยังไม่วายหันมาตั้งคำถามกับผู้เป็นแม่ว่า “ไสบอกว่า สิเก็บเงินไว้ซื้อขนมให้ลูก…” </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมทราบแต่เพียงว่า คุณเธอนั่งมองลูก ๆ กินทุเรียนด้วยตาปริบ ๆ ทั้งยิ้มในใจและขำในใจอย่างเหลือล้น และเข้าใจว่าเธอก็ได้รับความเมตตาจากลูก ๆ ให้เป็นส่วนหนึ่งในการลิ้มลองรสชาติอันหอมหวาน (หรือเปล่า) ของทุเรียนด้วยเหมือนกัน</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประทานโทษเถอะครับ เด็กทั้งสองก็ใช้เวลาไม่นานนัก ทุเรียนไม่กี่ชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้า ก็หายวับในพริบตา ครั้นเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าจุกก็พูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงอันดังว่า</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“บอกแล้ว, ทีหลังแม่ บ่ ต้องกินเลย .. เห็น บ่ ล่ะ …. แดน บ่ อิ่ม”</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดูกันให้ชัด ๆ อีกครั้งเถอะครับ นี่แหละเจ้าแดนไทในวัย 3 ขวบเศษ</p>
</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

</span>
…. ว้าว 3 ขวบเองหรือคะ - คุณแผ่นดินเลี้ยงลูกได้อวบดีจังเลยค่ะ (ชอบเด็กอวบ) .. มิน่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“บอกแล้ว, ทีหลังแม่ บ่ ต้องกินเลย .. เห็น บ่ ล่ะ .... แดน บ่ อิ่ม” </p>
.. เห็นแล้ว คิดถึงหลานที่บ้านเลยค่ะ ...
</font></span>
สวัสดีค่ะ หลังจากที่หายหน้าไปนาน น้องแดนตัวโตขึ้นมากนะค่ะ เข้าอนุบาลแล้วหรอค่ะ ... น้องดินถือพานวันไหว้ครู นึกภาพเด็กๆ ถือพานแล้วน่ารักนะค่ะ
ดูเหมือนเด็กๆ จะชอบทุเรียน แทนที่จะเก็บเงินไว้ซื้อขนมให้ลูก ก็ซื้อทุเรียนมาเยอะๆ แล้วทานด้วยกันกับลูกก็น่าจะดีนะค่ะ
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>น้องแดนอ้วนท้วม, นี่ผอมลงแล้วนะครับ กินเก่งมาก แต่ไม่ยอมให้ป้อน เขาจะจัดการกับการกินเองโดยไม่ต้องยุ่งยากนัก ชอบกินรสเผ็ดน้อย ๆ … ชอบกินปลาดุก , เห็ด, หอย …</p><p>เป็นขวัญใจของคนในหมู่บ้าน, เพราะติดดิน ห้าวหาญ ตรงไปตรงมาราวกับนักเลงลูกทุ่งในนวนิยายของ “ไม้ เมืองเดิม” เลยทีเดียว ครับ</p>
สวัสดีค่ะคุณน้อง..แผ่นดิน
ขอบคุณค่ะ
อูย..น่ารักสุดสุดเลยค่ะ....ครูอ้อยฝากหอมแก้ม 11 ทีค่ะ
เด็กๆน่ารักจังเลยค่ะ คุณแผ่นดิน
ยิ่งเล่าแบบเสียงในฟิล์มอย่างนี้ ยิ่งให้ความรู้สึกดีนัก.....
ลูกๆคงชอบทานทุเรียนเหมือนคุณแม่นะคะ... : )
พี่ครูอ้อยขา
ที่จะหอม 11 ที หนะ หอมแต่น้องดินหรอค่ะ สาวน้อยที่ยืนข้างน้องดินหนะ หลานสาวตัวน้อยของแป๋วนะค่ะ พี่อ้อย น่ารักมั้ยค่ะ
ยังไม่มีเลย...คุยไปก่อนค่ะ..อิอิ
สวัสดีครับ อ.แป๋ว <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ตอนนี้น้องแดนเข้า (เรียน) อนุบาล 1 หลังจากปีที่แล้วเตรียมอนุบาลมาอย่างเต็มร้อย…</p><p>อันที่จริงตัวแกโตกว่าพี่แผ่นดินเล็กน้อย , ห้าวหาญชาญชัยจนปวดกะบาลเลยทีเดียว …</p><p>ทั้งแม่, ลูก รวม 3 คนชอบกินทุเรียนมาก ยิ่งถ้ากลับกาฬสินธุ์ยิ่งร่วมวงกินกันหลายคน มีผมเท่านั้นแหละครับที่ดูจะไม่ชอบเอาซะเลย แต่ถ้าแปรรูปเป็นไอติ๋มแล้วล่ะก็, รับรอง “บ่ เหลือ” … </p><p> </p>
สวัสดีครับ ครูอ้อย <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เสียดายผมไม่มีลูกสาว, ในครอบครัวก็มีพี่สาวคนเดียวเท่านั้น ..</p><p>โลกของเด็กสดใสและยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต .. รอยยิ้มของเด็ก เป็นเสมือนรอยยิ้มของโลก (ใช่ไหมครับ)</p>
ครูอ้อย ครับ
ฝากหอมแก้ม 11 ที, หมายถึง หอมคนละ 11 ทีใช่ไหมครับ ขอเปลี่ยนเป็นให้น้องแผ่นดินหอมแก้มน้องนินู 11 ทีแทน, คุณแม่น้องนินูและ อ.แป๋ว จะว่าอะไรมั๊ยน้อ .
สวัสดีค่ะ อาจารย์
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>ลูก ๆ ชอบทานทุเรียนเหมือนคุณแม่ และเข้าใจว่าญาติทางแฟนก็ชอบทุเรียนกันทั้งนั้น </p><p>ลุกชายผมทั้งสองพูดอีสาน (ลาว) ทั้งสองคน, ผมสอนให้เขาพูดเช่นนั้น เพื่อให้ตระหนักในรากเหง้าของตนเอง ภาษาไทยกลางให้พูดที่โรงเรียน, และดูเขาก็ไม่รู้สึกลำบากใจ หรือสับสนเกี่ยวกับเรื่องภาษาพูด </p><p>หลายคนทักเสมอว่า ทำไมไม่สอนให้ลูกพูดภาษาไทยกลาง แต่ผมก็ยังยืนยันว่า ที่เป็นอยู่ก็ถือว่าดีและลงตัวอยู่แล้ว</p><p>เวลากลับไปหาปู่และย่าซึ่งพูดภาษาไทยกลางไม่เก่ง, ไม่คล่อง, หรือแม้แต่ไม่เป็น - ท่านจะได้พูดกับหลาน ๆ อย่างไม่เคอะเขิน …</p><p>…</p><p>ขอบพระคุณครับ</p>
พี่ครูอ้อยขา ที่จะหอม 11 ที หนะ หอมแต่น้องดินหรอค่ะ สาวน้อยที่ยืนข้างน้องดินหนะ หลานสาวตัวน้อยของแป๋วนะค่ะ พี่อ้อย น่ารักมั้ยค่ะ
....
ยังไม่มีเลย...คุยไปก่อนค่ะ..อิอิ
....
โอ้ยเนาะ ... ผู้เฒ่าเว้าหยอกกัน .. เป็นตาฮักขนาดเลย (พี่น้องเอ้ย...)
สวัสดีครับ ป้าแดง <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เด็กเป็นมโหรีของคนในบ้าน,</p><p>ผมสอนลูกให้พูดอีสาน น้องดินไม่เล่นดนตรีสากล ชอบแคน, กลองยาว, โหวต และฟังลูกทุ่งมาร่วม 3 ปีอย่างไม่เบื่อหน่าย ส่วนน้องแดน ยังดูไม่ออกว่ามีเลือดอีสานอยู่มากน้อยแค่ไหน</p><p>แต่พี่ชายนั้นชัดเจนมากครับ - </p><p>ขอบคุณมากครับ,</p>
ตอนนี้อนุญาตให้น้องแผ่นดินหอมได้ แต่เจ้าตัว (นินู) จะยอมให้หอมรึปล่าวไม่ทราบนะค่ะ แต่โตกว่านี้ละก็ไม่อนุญาตแล้วนะค่ะ
อะ อะ อะ คุณแผ่นดินมาหากว่าพี่ กับพี่อ้อย เป็นผู้เฒ่า...เราไม่ยอมนะค่ะ....เรายังสาวพริ้งขนาดนี้มาหาว่าเป็นผู้เฒ่าได้ไงค่ะเนี่ย...จริงมั้ยค่ะพี่อ้อย