คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักเกณฑ์การกู้เงิน SALจำนวนกว่า 3.3 พันล้านบาท ระบุ หน่วยงานราชการที่จะขอกู้ต้องมีความจำเป็นในการปรับปรุงหรือแก้ปัญหาในองค์กรให้แล้วเสร็จในปี 2551 และต้องใช้เงินกู้ให้จบสิ้นโครงการใน 24 เดือนนับจากอนุมัติ
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (19 มิ.ย.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (เงินกู้ SAL) ในส่วนที่เหลือตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยหน่วยงานราชการที่ต้องการใช้เงินกู้ดังกล่าว จะต้อง 1.มีแผนงานหรือ โครงการที่เร่งรัดการปรับโครงสร้างและการแก้ปัญหาของส่วนราชการที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2551 2.ต้องมีแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและส่งเสริมประสิทธิภาพ การปฏิบัติงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน 3.เป็นแผนงาน/โครงการด้านการศึกษา การวิเคราะห์วิจัย รวมทั้งการจ้างที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ใหม่ เพื่อสนองตอบต่อสภาวะเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดสรรเงินกู้ SALจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2550 และให้โครงการที่ได้รับจัดสรรใช้เงิน ให้จบสิ้นโครงการภายใน 24 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ โดยมีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการ ใช้เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทำหน้าที่กลั่นกรอง และจัดลำดับความสำคัญ ของโครงการพิจารณาจัดสรรเงินกู้ SAL ในส่วนที่เหลือให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการ "กระทรวงการคลัง มีนโยบายที่จะสนับสนุนการดำเนินการของส่วนราชการ ที่มีความต้องการดำเนินโครงการปรับปรุงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อรองรับการพัฒนาและการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ และสังคมในระยะต่อไป โดยให้ส่วนราชการสามารถขอใช้เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (เงินกู้ SAL) ที่มาดำเนินการ"
เงินกู้ SALนั้น กระทรวงการคลัง ได้กู้มาระหว่างปี 2540 -2542 เพื่อนำไปเสริมทุนสำรองระหว่างประเทศ เสริมสภาพคล่อง บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และการบริหารงานภาครัฐ วงเงิน 1,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 83,991.83 ล้านบาท ซึ่งได้ใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ และยังมีเงินกู้ SAL คงเหลืออยู่จำนวน 3,384 ล้านบาท ซึ่งปลอดจากภาระผูกพันใด ๆ และสามารถนำมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้ ทั้งนี้ เงินกู้ดังกล่าว กระทรวงการคลังได้บริหารจัดการโดยการชำระหนี้คืน หรือ REFINANCE เป็นเงินบาทไปเรียบร้อยแล้ว
กรุงเทพธุรกิจ 20 มิ.ย. 50