ประเมิน ในประกันคุณภาพทำอย่างไร
ประเมินอย่างไรดี
ข้อความข้างล่างนี้ ท่านไร้กรอบ หรือ ผศ.ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ มาให้ความเห็นไว้ใน Blog JJ
เมื่อเช้าตอนก่อนไปทานเกาเหลาเลือดหมู ได้ Small Talk กัน เลย ขอนำมาเผยแพร่ เป็นแนวคิด ที่ นักประเมิน น่าเรียนรู้ ครับ
ในความเชื่อของผม (คนไร้กรอบ)คนเดียวนะ
การประเมิน รูปแบบ คุยกับ ผู้ถูกประเมินแบบนี้ น่าจะเกิด ตอนวันแรก 15 นาที ก็พอ จากนั้น ประเมิน ด้วยการ พูดคุยกับ stakeholder ให้มากๆ อย่าไปเน้น พวกอาจารย์ อย่างเดียว
สมัยก่อน ที่ผม ตรวจสถานศึกษา ผม คุยกับ ชาวบ้าน ทำแบบสอบถาม ทำ test เชิงพฤติกรรม (แอบดู ใช้ vdo) พูดคุยกับนักเรียน (ฟังสำนวนที่ใช้ sensing ที่นักเรียนมีต่อ มิติต่างๆ ) คุยกับแม่ค้าพ่อค้าหน้าสถานศึกษา คนขับรถ ร้านค้า ผู้ปกครอง ฯลฯ
ยังกะงานวิจัยเลยนะครับ
ทำการบ้านมาก่อน แอบมาดูก่อน
ผมเข้าใจว่า การตรวจแบบพูดกันมากๆ กินกาแฟ เปิดแฟ้ม อยู่กันแต่ในห้องตรวจ ฯลฯ เป็นการตรวจแบบ สร้างแรงจูงใจ มากกว่าจะตรวจจริง
ถ้าตรวจจริงคงละเอียดกว่านี้
ผมให้เด็ก เขียนเรียงความ ทั้งห้อง ในหัวข้อที่น่าสนใจ ได้ แนวคิดจากเด็กเยอะมาดเลย
เอา case ไปให้ นักเรียนแก้ เพื่อดู แนวคิด กึ๋น ดู "กระบวนการเรียนรู้" ครับ
มีเรื่องสนุก ลูกเล่นในการตรวจมากมาย เล่าไปเดี๋ยว คนโดนตรวจ จับทางได้
อ่านแล้วลอง คิดให้ได้ และได้คิด"ประเมินในการประกันคุณภาพ ทำอย่างไร" ครับ
เพิ่มเติมครับ JJ ให้ท่านผู้เกี่ยวข้อง หรือ Stakeholder เขียนลงในบัตรคำ ซึ่งออกแบบคล้ายๆ AAR แต่ปรับให้เข้ากับกลุ่มนั้นๆ และ นำมาสังเคราะห์อีกครั้งครับ
JJ2007
เรียนท่าน อาจารย์ ดร.ขจิต
โดยเฉพาะผู้บริหาร ฟังตอนต้น และ ค่อยกลับมาสัมภาษณ์ ท่านทีหลัง เรียกว่ามา Reconfirm และ Verify อีกน่าจะ ครบถ้วนกระบวนการ ครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์จิตเจริญ
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ ผู้รับบริการแล้ว คือ แหล่งข้อมูลปฐมภูมิเลยครับ
โดยถ้าใช้การพูดคุยแบบเป็นกันเอง อาจจะปลอมตัวเป็นเหมือนผู้รับบริการเองเลยก็ได้ สำหรับผู้เก็บข้อมูล แล้วก็จะได้ข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่อยากจะได้ยิน
แต่ก็อีกหล่ะครับ สำหรับข้อมูลแล้ว ใครๆก็เชื่อถือ ชอบ สิ่งที่เป็นการเป็นงาน ลายลักษณ์อักษร เช่น จากแบบสอบถาม แบบติ๊กๆ ซึ่งผมว่าการเก็บข้อมูลในลักษณะนี้จะเป็นทางการก็จริง ตามระเบียบวิธีวิจัยก็จริง แต่ข้อมูลที่ผู้ตอบนั้นจะเป็นจริงมากแค่ใน
เช่น ในสภาวะที่ถูกบังคับให้ตอบ ในสภาวะที่รีบไป เป็นต้น
ขอบคุณครับ
เรียน ท่าน Jack ผู้ร่วมพัฒนา
สวัสดีครับ
ผม ฟัง ผู้ปกครอง คุยกัน
ไป ซื้อ ก๊วยเตี๋ยวทานในโรงอาหารของ โรงเรียน เจอ แต่เส้น ลูกชิ้นมีแต่แป้ง ฯลฯ
เด็กอ้วน มีมากมาย ในแต่ละห้อง
ฯลฯ
อนิจจา การศึกษาไทย
ยัด ข้อมูล จน ขาด กระบวนการเรียนรู้ไปอย่างน่าเสียดาย
sensing หายหมด
เมื่อเดือนที่แล้วมีโอกาสเป็นผู้ให้ข้อมูลใน ฐานะลูกศิษย์ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง พวกเรา หมายถึง นศ.จากทุกคณะ นั่งรอกรรมการประเมิน 1 คน แต่พวกเรามีกันราว 20 คน มาจากทุกคณะวิชา เราเองคิดในใจว่าการประเมินแบบนี้ไม่น่าจะได้ความจริงเท่าไหร่นัก เพราะแทบทุกคน ได้แต่กล่าวชื่นชมคณะของตน ก็ใครจะกล้านำเอาข้อมูลที่ขายหน้ามาเล่าต่อหน้าคณะอื่นกันเล่า แบบนี้การศึกษาไทยคงก้าวไปอย่างเร็วก็ 20 กิโลเมตรต่อชม. เป็นแน่ ฝากทุกท่านที่ทำหน้าที่กรรมการตรวจประเมินว่า ท่านต้องทุ่มเทกว่านี้ ต้องสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวไม่ใช่ทำเป็นบรรยากาศของการประชุม ที่ทุกคนมีหัวโขนต้องเล่น..