เป็นไปได้อยากได้รถไฟคืนมา

            ช่วงสงกรานต์ ผมและครอบครัว  หอบผ้าหอบผ่อนไปพักที่บ้าน เพื่อขอพรพ่อแม่  และตอบแทนบุญคุณท่านที่ไม่รู้จะเทียบกับอะไรได้

            ในการย้อนรอยกลับไปนอนค้างคืนกับพ่อแม่  แทนการไปเที่ยวผักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวในครั้งนั้น  ผมได้กำไรอย่างเดียวไม่มีขาดทุน เพราะแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

  • ผมได้ทำให้พ่อกับแม่ท่านยิ้มได้ตลอดดูท่านมีความสุขมากที่เห็นลูก ๆ ของท่านมาพร้อมหน้าพร้อมตา
  • อะไรที่เราเคยชอบตอนเด็ก ๆ ท่านจะขนออกมาให้เราได้กินได้ทาน
  • ผมได้แสดงในสิ่งที่ทำให้น้อง ๆ เห็นแทนการใช้คำพูดคำสอน ซึ่งเป็นผลตามมาหลาย ๆ อย่างในเวลาต่อมา 
  • ได้พบได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลง

            ความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างเห็นแล้วเสียดาย  เพราะบางอย่างหายไปแล้ว  และคงไม่อาจเรียกคืนมาอีกได้

            เสียงรถไฟเป็นเสียงที่มีเสน่ห์มากเมื่อหลายปีก่อน  เราสามารถได้ยินเสียงรถไฟดังแต่ไกลได้  เพราะสภาพธรรมชาติยังสมบูรณ์เป็นธรรมชาติจริง ๆ   เมื่อถึงเวลามันจะเงียบของมันเอง   เสียงรถไฟที่อยู่ห่างออกไปเป็นสิบ ๆ กิโลเมตรเรายังสามารถได้ยิน  เพราะความเงียบหลังเที่ยงคืน  และเช้าตรู่ 

             เสียงรถไฟมาเป็นเวลา  เช้า เย็น ดึก ส่วนกลางวันถ้าไม่มีลมพัดแรง ก็สามารถได้ยิน  ชาวบ้านเลยถือโอกาสให้มันเป็นนาฬิกาบอกเวลาตามวิถีชีวิต  ไปไร่ ไถนา กรีดยาง  เลี้ยงวัว ควาย ไปไหน จะไปไหนทำอะไร หรือเพื่อการนัดหมายนัดพบ

             ตอนดึกสงัด  เสียงที่ได้ยินมาแต่ไกลเป็นเสียงหวูด  สักพักจะได้ยินเสียง ท่อควันไฟ "วู๊บ วู๊บ ๆ ๆ ๆ " ต่อมาเป็นเสียงล้อเหล็กกระทบปลายข้อต่อราง  เสียงจะดังแรงเมื่อมันวิ่งผ่านสะพาน เพราะแรงสั่นสะเทือนของเหล็กหลาย ๆ ท่อน เสียงจะรวมกันเป็นพลัง  เวลากรีดยางประมาณตี 2  จะได้ยินเสียงชัดเจน และมันก็ค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อมันแล่นห่างออกไป

             วันนั้นที่ผมไปพักที่บ้าน  พยายามฟังแล้วไม่ได้ยิน  รถไฟหายไปไหน  เพราะผมได้ยินแต่เสียงรถยนต์ เสียงท่อมอเตอร์ไซต์ บนถนนใหญ่  4 แลน  ซึ่งเป็นความเจริญของทางสัญจรที่เพิ่งตัดผ่านเข้ามา  ขวางเสียงรถไฟไม่ให้ผ่านไปบ้านผม 

             รถไฟ(เสียง)หายไป  พร้อม ๆ กันหลาย ๆ อย่างที่หายตามไปด้วย  วิถีชีวิต  ชุมชน ความใกล้ชิด ความเอื้ออาทร สมัยเก่า  กลับเป็นการแข่งกันสร้างสิ่งของให้เกินหน้าคนอื่น  การเดินตามหลังกันบนคันนาเป็นแถวเรียงหนึ่งเพื่อไปรอขึ้นรถไฟหายไปแล้ว ทุกคนต่างมีรถส่วนตัว  และเรียกได้เหมาะจริง ๆว่า "ส่วนตัว"เพราะส่วนตัวจริง ๆ  ต่างคนต่างก็ส่วนตัว  สังคมมีแต่เรื่องส่วนตัว  ซึ่งน่าจะคล้าย ๆ กันเกือบทุกชุมชน เสาที่ไม่ได้ยึดโยงกัน  สั่นคลอนได้ง่าย ๆ เพราะไม่มีเกราะโครงสร้างป้องกัน ต่างเสาต่างอยู่โดดเดี่ยว  หลายเสาล้มครื้นลง  รู้ตัวก็สายกว่าจะยกขึ้นตั้งตรงได้ บางต้นล้มแล้วล้มเลยไม่สามารถยกได้

            เป็นไปได้อยากได้รถไฟคืนมา