การดูงานเอดส์ในเด็กที่ไมอามี่ : เจาะท่อกะเพาะใส่ยาให้เด็กที่ไม่ชอบกินยาทางปากดีไหม

เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าทน รสชาด กลิ่น และขนาด ยา ไม่ได้ ไม่เจ็บไม่เกะกะ อะไรเลย และตอนนี้ รู้สึกดี ที่มีท่อนี้

ข่าวดี ค่ะ น้องคิดดี้ มาที่คลินิก โรคเอชไอวี ตามนัด เธอดีขึ้นมาก หน้าตาสดชื่น น้ำหนักเธอขึ้น 5 ปอนด์ หรือ 2 กก ใน เจ็ดวันหลังจาก ออกโรงพยาบาล

 คุณแม่ที่เคยปฏิเสธ ไม่สามารถช่วย เพราะทนเห็นสายกะเพาะไม่ได้  ขณะ เราทำ Family Counseling นั้น ( อ่านเรื่องเดิม คลิกที่นี่ )

กลับทำใจได้ และช่วยน้อง เวลาใส่อาหารที่แพทย์ ให้ทางท่อ และช่วยใส่ยาต้านไวรัสในท่อบางครั้ง

 น้องกินยาต้านไวรัสมา 7 วันแล้วด้วย ไชโย

 หมอ พยาบาล นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน และคนเจาะเลือด ทุกคนที่คลินิก วันนี้มีความสุขมาก จาก อาการที่ดีขึ้นของน้องคิดดี้

มีเด็กที่เมืองไทย ที่เชียงราย หลายคนที่กินยาไม่ได้

น้อง วัยรุ่นคนหนึ่ง บอกดิฉันว่า ผมขอไม่กินยา ผมกินแล้วรู้สึกไม่สบายในคอ ในอก ไม่ม่วนใจ เป็นทั้งวันเลยครับ  พอครบ 12 ชั่วโมง ต้องกินยาใหม่ ผมยังรู้สึกไม่ดีอยู่เลย เห็นยาก็จะอาเจียนแล้ว 

หยุดยา ถึงตอนนี้ เป็นเวลาปีกว่าละมั้ง

มีอาการป่วยนิดหน่อย ที่รักษาประคับประคองได้

ที่ทีมกลัวคือ น้องจะป่วยมาก  ทุกข์ทรมานมากจากการเจ็บป่วยนี้   ชนิดหมอ ช่วยไม่ได้ ช่วยไม่ทัน และเสียชีวิต 

เลยมาถึงว่า กลับไปเดือนหน้า  จะทำกลุ่มกับเด็กหยุดยา  เล่าเรื่อง การให้ยาทางท่อกะเพาะอาหารนี้ให้ฟัง เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าทน รสชาด กลิ่น และขนาด  ยา ไม่ได้

ท่อที่เห็นของน้อง เหมือนฝาปิดขวดซอส สีขาวใส ขนาด เล็ก ประมาน เหรียญบาท หนาไม่ถึงเซนต์ วางอยู่ที่หน้าท้องใต้ชายโครงข้างซ้าย ซึ่งเจ้าตัว บอกว่าไม่เจ็บไม่เกะกะ อะไรเลย และตอนนี้ เธอรู้สึกดี ที่มีท่อนี้ช่วยเธอได้

ได้Email ปรึกษา อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ หลายท่าน อาจารย์ วิรัติ ที่เชียงใหม่ อาจารย์ กุลกัญญา ที่ศิริราช และ อาจารย์ จินตนาถ ที่จุฬา

ได้คำตอบคล้ายๆกันว่า ทุกท่านเคยเห็น ได้ยินการทำที่ต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยทำให้เด็กไทย เคยทำแต่วิธีอื่นๆ เช่น ใส่ท่อ จากปากหรือจมูก(NG  tube )คาไว้ชั่วคราว  และมักต้องปรึกษา จิตแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางจิตใจก่อน

เอาไว้ เป็นทางเลือกหนึ่งให้เด็ก แล้วกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pedaids ChiangRai



ความเห็น (4)

ผู้ใหญ่เราทานยาขมปี๋ยังหลับตา.. สงสารเด็กๆแทบทุกคนทานยายาก คงไม่ม่วนใจแน่เลย..ครับคุณหมอ
เขียนเมื่อ 

หมอ พยาบาล นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน และคนเจาะเลือด ทุกคนที่คลินิก วันนี้มีความสุขมาก จาก อาการที่ดีขึ้นของน้องคิดดี้

แสดงว่า ทีมที่ดูแล  มีเมตตา กรุณา  ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ แล้ว ก็อยากให้ผู้อื่นมีความสุข

ผมจำที่ อ.ประเวสบอกไว้ว่า ถ้าเรามีการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์  จะเกิด นวตกรรม มากมายตลอดเวลา เพราะเราจะพยายามหาวิธี  ที่จะทำให้ คนไข้เราพ้นทุกข์ และมีความสุข  ผมฟังที่พี่เล่าเรื่อง การใช้ ท่อให้ยาทางกระเพาะแล้วนึกถึง ประโยคนี้ของอาจารย์ประเวส เลยครับ

ขอบคุณ อาจารย์ ทั้ง สองท่านค่ะ

P

  สงสารเด็กๆ ค่ะ แต่ก็ เป็นสิ่งที่เด็กๆ จะต้องทำด้วยตัวเอง ให้มีชีวิตที่ดีไม่เจ็บป่วยได้
ต้องปล่อยให้เขา ได้หัดทำเอง
โดยที่เราผู้ปกครอง และทีมรักษา พร้อมช่วย
ต้องมี อุเบกขา เยอะๆ  ค่ะ ให้ได้ต่อสู้  การมีเมตตา กรุณา มุทิตา ไม่พอ ที่จะให้เขาโตแข็งแรงได้
P

อาจารย์ หมอประเวศ เป็น ตัวอย่างการทำดีๆ ให้พวกเรา ทั้งหลาย นะคะ

พี่ก็ ประทับใจในตัวอาจารย์ มาก ตั้งแต่สมัย  ตอน อาจหาญเป็นตัวแทนโรงพยาบาลไปนำเสนองานวิชาการ ที่แพทยสมาคมมาจัดที่เชียงราย ที่อาจารย์ เก่งๆ ทั้งหลายมาเสนองานกัน

ทั้งที่เรายังเป็น เด็กๆ อยู่เลยค่ะ  แต่อาจารย์ ให้เกียรติ ฟังและ comment ให้กำลังใจเรา

นึกถึงอาจารย์ ทีไร ก็ มีความรู้สึกดี ทุกครั้งไป

วันนี้ 26 มิย 50

คุยกับ อ พญ ไออีดา ชาปปาโร และหมอชาติ(Fellow) เรื่อง น้องคิดดี้ เพราะว่าน้องนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว ด้วยท้องเสีย และน้ำหนักลด มาก

ทางทีมแพทย์พยาบาล พยายามจะช่วยให้ดีขึ้น ให้ออกจาก รพครั้งนี้ให้ได้ เพื่อจะให้ พอเดินทางกลับบ้านที่ประเทศไฮติ ได้ (คงจะไปใช้ชีวิต ช่วงสุดท้ายที่นั่น )

ฟังแล้วเศร้า

ถามความเห็นเรื่องท่อกะเพาะ ว่า ควรทำเมื่อไหร่ มีประโยชน์ไหม

ทั้งสองท่านว่าควรทำเร็ว ทำตอนเด็กยังเล็กๆ ที่มีปัญหาการกินยา  ทำตอนวัยรุ่นช้าไป

กรณีน้องคิดดี้ ทำตั้งแต่ มกราคม ตอนนี้ ได้เกือบ หก เดือน แต่น้องและคุณแม่ก็ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ กับท่อนี้ได้

หมอชาติว่ามีเด็กวัยรุ่น สองคน ที่ทำท่อกะเพาะนี้ อีกคนหนึ่งเป็นเด็กที่พัฒนาการล่าช้ามาก กินแล้วอาเจียนบ่อย จำเป็นต้องทำ

สรุป คือ ทั้งสองท่านว่า ท่อกะเพาะไม่ช่วยในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีปัญหาการกินยาค่ะ.