ผู้บันทึกลงไปสัมผัสชาวบ้านในเรื่องนี้แล้วน่าตกใจมาก ที่ภาวะความเป็นหนี้สินสูงมากขึ้น ต่อครัวเรือน และจำนวนครัวเรือนที่เป็นหนี้สินก็มากขึ้น บางหมู่บ้านมีเพียงครอบครัวเดียวที่ไม่มีหนี้สิน “วงจรหน้าจืด” นี้ คืองานหนักสำหรับผู้รับผิดชอบ “วงจรหน้าจืด” นี้ คือระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกวางลงในชุมชนทั่วไปหมดแล้ว การเดินขบวนเพื่อการปลดหนี้ที่หน้ากระทรวงเมื่อเร็วๆนี้นั้นเป็นเรื่องเล็กไปเลย หากนำข้อเท็จจริงนี้มาเปิดเผยตัวเลขจริงแล้วน่าตกใจ

หลังการปฏิวัติเขียว ประเทศไทยเปลี่ยนระบบการผลิตมาสู่เพื่อการค้าขายและส่งออก เกษตรกรของเราก็ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตไปผ่านระบบการส่งเสริมของราชการและธุรกิจการเกษตรต่างๆ  การทำการผลิตแบบดั้งเดิมที่อาศัยธรรมชาติด้านต่างๆก็สิ้นสุดลง ต่างต้องมาพึ่งพาปัจจัยการผลิตตามระบบใหม่ เช่น พันธุ์พืชใหม่ๆ เครื่องจักรเครื่องมือต่างๆ กระบวนการผลิตใหม่ตั้งแต่ต้นจนขาย การเตรียมดินต้องจ้างรถไถ ปลูกต้องจ้างแรงงาน ดูแลโรคภัยต้องใช้สารเคมี ต้องซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่  ต้องจ้างเก็บเกี่ยว ต้องจ้างขนส่งเข้าบ้าน จ้างขนส่งไปขาย อื่นๆอีกในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและหลากหลายตามท้องถิ่น ชนิดพืชและการปฏิบัติต่างๆกัน  

ล้วนแต่ต้องใช้เงินทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่สำคัญของความต้องการเงินลงทุนทำการผลิต นำมาซึ่งการเกิดกองทุนต่างๆในชุมชน นับตั้งแต่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุน กข.คจ. กองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร กลุ่มสมาชิก ธกส. กลุ่มสมาชิกสหกรณ์การเกษตร  และที่มาแรงแซงโค้งก็คือ กองทุนเงินล้าน ซึ่งเกิดขึ้นตามนโยบายของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ที่ยังฮือฮาอยู่ในปัจจุบันนี้  ทุกกองทุนล้วนมีเจตนาที่ดีในการเป็นการเติมเต็มให้แก่การขาดแคลนปัจจัยการผลิตที่สำคัญดังกล่าว  แต่เมื่อเกษตรกรก้าวเข้ามาสู่ระบบการผลิตแบบใหม่นั้น  ชีวิตก็ตกอยู่ใน วงจรหน้าจืด แบบสลัดไม่หลุด ปลดไม่ออก หนีไม่พ้น  วนเวียนอยู่กับการกู้เงินและใช้คืน 

วงจรเงินกู้เกษตรกร ที่เรียกว่า "วงจรหน้าจืด"

เกษตรกรกู้เงินกองทุนเงินล้านเพื่อนำไปลงทุนทางการผลิตการเกษตรต่างๆ ซึ่งข้อเท็จจริงก็มีว่า นำเงินไปใช้จริงตามประสงค์การกู้เงิน แต่มีจำนวนมากที่มิได้นำเงินไปใช้จ่ายตามที่แจ้งให้ทางหน่วยงานรับผิดชอบทราบ ก็เอาไปซื้อสิ่งของต่างๆเสียบางส่วน  เมื่อการผลิตไม่ได้ตามความคาดหวัง ก็ไม่สามารถนำเงินไปใช้คืนได้  เมื่อถึงกำหนดคืน ก็ต้องไปกู้กองทุนอื่นๆในชุมชนนั้นแหละไปใช้แทน เมื่อคืนตามจำนวนแล้ว ก็ต้องกู้เงินจากกองทุนเงินล้านอีกเพื่อเอาไปคืนกองทุนที่กู้มาชั่วคราว  วนเวียนอยู่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดเมื่อใด                  

บางบ้านกำหนดว่าจะต้องส่งคืนกองทุนเงินล้านในเดือน มกราคม เดือนธันวาคมก็ต้องไปกู้ยืมมาจากแหล่งทุนอื่นๆมาคืน เมื่อคืนเสร็จทำระบบบัญชีเรียบร้อยส่งระบบบัญชีให้ทางราชการเป็นหลักฐานว่าคืนเงินกู้ครบแล้ว  เป็นอันครบรอบวงจรรอบที่หนึ่ง แล้วเริ่มวงจรเงินกู้ครั้งใหม่อีก คณะกรรมการกองทุนเงินล้านก็ปล่อยเงินกู้ต่อไปอีก ซึ่งก็เป็นคนกลุ่มเดิมที่กู้เงินต่ออีกเพื่อหมุนไปใช้จ่ายและคืนแหล่งเงินทุนที่ขอยืมมา  ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็เอาบัญชีสิ้นสุดปีนั้นไปรายงานต่อในระดับสูงต่อไป ซึ่งภาพที่ออกมาก็คือ เงินกู้คืนครบหรือเกือบครบ อันนำไปสู่การชื่นชมว่าประสพผลสำเร็จ  แต่เบื้องหลังนั้นเงินที่คืนมานั้นหมุนออกไปอีกรอบหมดแล้ว 

ผู้บันทึกลงไปสัมผัสชาวบ้านในเรื่องนี้แล้วน่าตกใจมาก ที่ภาวะความเป็นหนี้สินสูงมากขึ้น ต่อครัวเรือน และจำนวนครัวเรือนที่เป็นหนี้สินก็มากขึ้น บางหมู่บ้านมีเพียงครอบครัวเดียวที่ไม่มีหนี้สิน วงจรหน้าจืด นี้ คืองานหนักสำหรับผู้รับผิดชอบ  วงจรหน้าจืด นี้ คือระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกวางลงในชุมชนทั่วไปหมดแล้ว  การเดินขบวนเพื่อการปลดหนี้ที่หน้ากระทรวงเมื่อเร็วๆนี้นั้นเป็นเรื่องเล็กไปเลย หากนำข้อเท็จจริงนี้มาเปิดเผยตัวเลขจริงแล้วน่าตกใจ  

ซึนามิลูกใหม่พร้อมที่จะเกิดขึ้นหากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รีบขยับทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง