เรื่องของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่ง หรือ ไทยทรงดำ ในจังหวัดสุพรรณบุรี(ตอนที่ 1)                 

           ปีนี้ผมได้รับมอบหมายให้เปิดสอนวิชาเพิ่มเติม ช่วงชั้นที่ 4 โรงเรียนบางลี่วิทยาจึงได้เปิดหลักสูตรท้องถิ่น วิชาการอ่านและเขียนอักษรไทยโบราณในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สมบัติอันล้ำค่าของชาติ และปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าของมรดกไทยในชุมชน เมื่อผมได้รับมอบหมายให้สอนวิชานี้ ผมจึงต้องศึกษาข้อมูลอักษรโบราณในท้องถิ่น ผมพบว่าในท้องถิ่นอำเภอสองพี่น้อง บ้านผมมีอักษรโบราณที่พบในหมู่ชาวไทยทรงดำ หรือที่มักเรียกกันว่าคนไทยเชื้อสายลาวโซ่ง ผมจึงต้องค้นคว้าถึงประวัติความเป็นมาของอักษรดังกล่าว ซึ่งก็ต้องศึกษาเรื่องราวของชาวไทยทรงดำนั่นเองเพื่อนๆชาวโกทูโนว์ลองติดตามกันดูนะครับ ผมค้นคว้ามาจากหนังสือต่างๆหลายเล่มนำมาบูรณาการกับความรู้ที่ร่ำเรียนมาจากครูอาจารย์ครับ

          อันที่จริงในจังหวัดสุพรรณบุรีมิได้มีเฉพาะชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งหรือที่เรียกกันว่าไทยทรงดำ เท่านั้น หากแต่มีคนไทยเชื้อสายลาวอยู่หลายกลุ่ม เช่น ลาวเวียง ลาวพวน ลาวครั่ง และลาวโซ่ง ชาวไทยเชื้อสายลาวเหล่านี้จะกระจายอยู่ในพื้นที่หลายอำเภอ เช่นอำเภอเมืองฯ อำเภออู่ทอง อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง เป็นต้น ในบรรดาชาวไทยเชื้อสายลาวกลุ่มต่างๆนี้ ชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งหรือที่เรียกว่า ไทยทรงดำ ดูจะมีชื่อเสียงและกิจกรรมที่โดดเด่น แม้ในเพลงลูกทุ่ง หลายๆเพลงก็กล่าวถึงอยู่บ่อยๆ เช่นเพลง อเมซิ่งสุพรรณ ของเสรี รุ่งสว่าง ที่ว่า ไปเถิดนะแจ่มจันทร์ ไปเที่ยวสุพรรณยามค่ำ ตะวันต่ำๆดูไทยทรงดำลำแคนนอกจากนี้ในงานฝังลูกนิมิตของวัดในย่านชุมชนของพี่น้องไทยทรงดำ ก็จะจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำและถือเป็นมหรสพในงานทีเดียว ดังนั้นจึงน่าที่จะศึกษาเรื่องราวของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งหรือที่เรียกว่าไทยทรงดำกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น               

          ชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีมีกระจายอยู่หลายอำเภอ เช่นในอำเภอบางปลาม้า ที่บ้านวังน้ำเย็น บ้านดอนโก ในอำเภออู่ทอง ที่บ้านดอน ดอนมะเกลือ สระยายโสม หนองโอ่ง ดอนไฟไหม้  บ้านโข้ง ในอำเภอสองพี่น้อง ที่บ้านดอนมะนาว และบ้านดอนตาเกิด ในอำเภอเมือง ที่ บางกุ้ง ไผ่แปลกแม่                

         ประวัติความเป็นมาของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งน่าสนใจมากว่าทำไมจึงมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีของเราได้ ก่อนอื่นมาศึกษากันที่ชื่อว่าโซ่งกันก่อน คำว่าโซ่งนี้เป็นชื่อที่เรียกกันทีหลัง คนที่เรียกก็คือชาวไทยสยามบ้านเรานี่เอง ที่จริง ชาวลาวโซ่งก็คือคนไทยกลุ่มหนึ่งที่กล่าวกันว่าอพยพหนีอิทธิพลจีนลงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทยโดยมีเมืองแถงหรือเมืองแถน ปัจจุบันเรียกว่า เดียนเบียนฟู เป็นศูนย์กลาง คนไทยกลุ่มนี้เรียกกันว่า ผู้ไตดำ หรือผู้ไทยดำ หรือจะเรียกสั้นๆว่าไทยดำ ก็น่าจะได้ ท่านผู้อ่านรุ่นเก่าๆคงเคยฟังเพลงไทยดำรำพันของนักร้องลาวที่ชื่อ ก. วิเสด (เขียนแบบลาว)  ถ้าเราไปเรียกชาวไทยกลุ่มนี้ว่า โซ่ง หรือ ซ่ง ก็ตาม เขาคงงงว่าเรียกใครกัน แล้วชื่อ โซ่ง หรือบางคนเรียก ซ่ง มาได้อย่างไร เชิญติดตามต่อไปนะครับ               

          คำว่าโซ่งพจนานุกรมฉบับเก่า(2493) ให้ความหมายว่าโซ่งคือชาวผู้ไทยที่นุ่งกางเกงดำ ซงดำก็เรียก                ท่านพระยาอนุมานราชธนกล่าวว่า คำว่าโซ่งเพี้ยนมาจากซ่วงแปลว่า กางเกง พวกลาวเวียงก็เรียกลาวโซ่งหรือลาวซ่งนี้ว่า ลาวซ่วงดำ หมายถึง ลาวนุ่งกางเกงดำ ในภาษาผู้ไตดำ เอง คำซ่วง ก็เป็นคำเรียกชื่อ กางเกง                สรุปได้ว่าชื่อโซ่งนี้ คนไทยสยามบ้านเราเป็นคนเรียกชาวผู้ไทยดำ โดยกำหนดเอาเครื่องแต่งกายที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำและนุ่งกางเกงดำ ปัจจุบันเรียกกันว่าไทยทรงดำซึ่งหมายถึงชาวไทยที่แต่งกายด้วยชุดดำ ก็ดูสอดคล้องกันดีกับประวัติความเป็นมา               

           เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคนที่ชอบล้อเลียนเพื่อนๆที่มีเชื้อสายลาวว่าเป็นคนลาว เหมือนกับว่าต่างเชื้อชาติต่างภาษา แต่เขาหารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วคนลาวที่ถูกล้อเลียนนั่นแหละคือรากเหง้าที่แท้จริงของคนไทย ดังเช่น ชาวโซ่ง ก็คือผู้ไตซงดำ เป็นคนไทยสาขาหนึ่งที่สืบเนื่องมาจากชนชาติอ้ายลาวดึกดำบรรพ์ หรือชนเชื้อชาติไทยโดยตรง มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคนจีนและญวนผมอยากจะพูดตรงนี้เลยว่า คนลาวก็คือคนไทยที่ยังรักษาเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีนั่นเอง

         แล้วเราล่ะที่อวดว่าเป็นคนไทยแท้ๆมีอะไรบ่งบอกความเป็นไทยได้บ้าง นอกจากภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัด ภาษาไทยไวยากรณ์ฝรั่ง และภาษาฝรั่งปนไทย                เรื่องของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่งยังมีอีกมาก คงต้องคุยกันต่อ ในตอนที่ 2