อยากรู้ว่าทันตแพทย์เรียนวิชาอะไรบ้าง ดิฉันไม่แน่ใจว่าถ้าดิฉันเอ็นทร้านซ์เข้าไปได้แล้วจะชอบรึป่าว ช่วยบอกหน่อยนะคะ
ขอตอบดังนี้ครับ (หากต้องการรายละเอียดน่าจะขอเอกสารหลักสูตรได้ที่หน่วยบริการการศึกษาของคณะ โทร. 043 202405 ต่อ 11112)
หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (ป.ตรี) ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปีครับ (รายละเอียดนี้เป็นของหลักสูตร มข. แต่ถ้าเป็นของมหาวิทยาลัยอื่นอาจแตกต่างไปบ้างครับ)
ในปีแรกนั้นจะเรียนวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และสังคมทั่วๆ ไป หลายวิชาก็เรียนกับนักศึกษาคณะอื่นๆ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เคมีอินทรีย์ ฟิสิกส์ มนุษย์กับการรู้จักตนเอง วิชาชีพทันตแพทย์ขั้นแนะนำ มหกายวิภาคศาสตร์ทั่วไป จุลกายวิภาคศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ใน
ปีที่สองวิชาที่เรียนก็จะเกี่ยวข้องกับพื้นฐานวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และทันตแพทย์มากขึ้น เช่น วิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาช่องปาก ทันตวัสดุ การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก รังสีวิทยาช่องปาก ทันตกรรมบดเคี้ยว พยาธิวิทยา จุลชีววิทยา เภสัชวิทยา ชีวเคมี ฯลฯ
ในปีที่สามจะเริ่มเข้าสู่วิชาบรรยายและวิชาปฏิบัติการทางทันตกรรมพื้นฐานมากขึ้น เช่น ทันตกรรมหัตถการ ฟันปลอมทั้งปาก การสบฟัน โรคในช่องปาก ฟันปลอมบางส่วน ศํลยศาสตร์ช่องปาก ทันตกรรมป้องกัน ฯลฯ
ในปีที่สี่ เริ่มขึ้นคลินิกรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทันตกรรมเบื้องต้น โดยเป็นหน่วยกิตคลินิกประมาณ 1 ใน 3 ของหน่วยกิตทั้งหมด และมีการฝึกปฏิบัติงานภาคสนามทางทันตกรรมชุมชนด้วย
ในปีที่ห้า เรียนในคลินิกมากขึ้น นับเป็นสัดส่วนประมาณ ครึ่งหนึ่งของหน่วยกิตทั้งหมด นอกจากนั้นก็เป็นการฝึกปฏิบัติงานในภาคสนามในงานทันตกรรมโรงเรียน และการทำโครงการวิจัยทางทันตกรรม
ในปีสุดท้าย นักศึกษาจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในคลินิก โดยจะฝึกปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยอย่างองค์รวมคล้ายในคลินิกจริงๆ ผู้ป่วยก็จะมีปัญหาทันตกรรมที่ซับซ้อนขึ้น ส่วนในภาคปลายก็จะมีการหมุนเวียนไปฝึกงานในโรงพยาบาลและชุมชนจริง
สำหรับประเด็นเรื่องที่ว่า นักเรียนจะเรียนไหวหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งคงถูกคัดกรองมาจากคะแนนที่สอบเอ็นทร้านซ์เข้ามาแล้ว อาจารย์จึงคิดว่าส่วนมากมีศักยภาพที่จะเรียนให้สำเร็จได้ แต่นักศึกษาที่มีปัญหาเรียนไม่ไหวนั้น จริงๆ อาจเป็นเรื่องของทัศนคติมากกว่า คือไม่ชอบวิชาชีพนี้ (โดยเฉพาะในส่วนของการทำงานฝีมือ ต้องท่องหนังสือมาก)ไม่ขยัน แบ่งเวลาเรียน-เล่นไม่เป็น การขาดแรงบันดาลใจ เป็นต้น
ดังนั้น การเตรียมตัวนักเรียนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อวิชาชีพนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก บางคนก็หาโอกาสไปขอดูการทำงานของทันตแพทย์ในคลินิก หรือในโรงพยาบาลสักระยะหนึ่ง ทำให้มองเห็นชีวิตการทำงานประจำวันและความรู้ที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ การทำความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างผู้ปกครองกับนักเรียนก็เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ รวมไปถึงการเผื่อช่องว่างให้ความคาดหวังของผู้ปกครองสามารถยืดหยุ่นได้บ้าง เพราะผู้ปกครองไม่ได้เป็นผู้เรียนเอง และไม่ทราบปัญหาที่แท้จริงของบุตรหลาน หลายครั้งที่ความคาดหวังที่ดีของผู้ปกครองกลับมาทำลายอนาคตของบุตรหลานของท่านได้ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ขาดการสนับสนุนทางจิตใจ
สุดท้าย อาจารย์อยากบอกว่าวิชาชีพทันตแพทย์ เป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีเกียรติ มีความมั่นคงในชีวิต แต่ใครจะได้สิ่งเหล่านี้มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และจรรยาบรรณที่เขามีให้ต่อผู้ป่วยนั่นเอง
ในฐานะรุ่นพี่นะ พี่คิดว่าเรียนคณะนี้ต้องใช้ความอดทนและความขยันสูงนะ เพราะมองจากข้างนอกเราอาจจะคิดว่า ดูเป็นคณะที่ไม่เครียด พี่ๆ ดูน่ารักน่าจะเรียนสบายกว่าแพทย์ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นนะคะวิชาชีพเราเป็นแพทย์สาขาหนึ่ง เพราะฉะนั้นอะไรที่แพทย์ควรทราบควรเรียนเราก็ต้องเรียน แต่งานเฉพาะทางของเราเราก็ต้องทำให้ดีเช่นกัน แต่ถามว่าจบไปแล้วเป็นอย่างไรพี่ว่าอาชีพทันตแพทย์มั่นคง มีเกียรติ และเราก็สามารถกำหนดได้ว่าเราอยากเป็นทันตแพทย์แบบใหน น้องก็ชั่งใจดูนะคะ
คือตอนนี้หนูอายุ16ปีแต่ก่อนมีอยากเรียนคณะนี้มากแต่เดี่ยวนี้หนูรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยเก่งคำนวณจึงคิดว่าอยากถอย อยากถามพี่ๆว่าพี่เคยเป็นเหมือนหนูมัยค่ะแล้วถ้าเป็นพี่ทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จได้ค่ะช่ายตอบให้หนูได้รู้ด้วยนะค่ะ
เกี่ยวกับรายละเอียดในการเตรียมตัวสอบเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เวบไซต์นี้ครับ
http://www.dentistry.kku.ac.th/firstyear2008/index.htm
ตอบคำถามของน้องพัชรินทร์:
การสอบเข้าจำเป็นต้องสอบวิชาคณิตศาสตร์ โดยต้องได้คะแนนอย่างน้อย 30% จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องพยายามทำให้ได้ ซึ่งอันที่จริงเกณฑ์ก็ไม่ได้สูงจนเกินไปครับ ส่วนเมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ทักษะการคำนวณขั้นสูงจะใช้น้อยลงครับ
มีน้องๆ ที่แสดงความสนใจที่จะเรียนทันตแพทย์ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรดี
อาจารย์ขอตอบดังนี้ครับ
(1) การเตรียมตัวที่สำคัญที่สุดคือ ดูว่าตนเองเหมาะสมและพร้อมที่จะทำงานแบบทันตแพทย์หรือไม่ ซึ่งน่าจะลองปรึกษากับคุณหมอฟันประจำตัวของน้องๆ ได้ บางคนอาจขอเป็นผู้ช่วยในคลินิกสักพักก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ถ้าคุณหมออนุญาต นอกจากนี้ก็จะต้องดูอีกว่าตนเองเป็นคนมีความอดทนหรือไม่ เพราะการเรียนทันตแพทย์มีงานฝีมือและต้องท่องหนังสือมาก โดยเฉพาะงานฝีมือนั้นมักต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะผ่านมาตรฐานของอาจารย์ ทำให้นักศึกษาบางคนเครียดมาก สุดท้าย ทันตแพทย์ยังต้องรักษาผู้ป่วย ดังนั้นก็ต้องพิจารณาดูด้วยว่าตนเองเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากน้อยเพียงใด มีความเมตตาต่อคนอื่นมากน้อยเพียงใดด้วย
(2) ส่วนการเตรียมตัวเรื่องวิชาการนั้น คงบอกได้แต่เพียงว่า ทันตแพทย์เป็นวิชาชีพที่ต้องเน้นศาสตร์ด้านชีววิทยามากเป็นพิเศษ ใครที่ไม่ชอบชีววิทยาก็คงจะไม่ค่อยเหมาะ อีกทั้งต้องเน้นการมีทักษะงานฝีมือและความละเอียดพอสมควร แต่ส่วนหลังนี้น่าจะพัฒนาได้ สำหรับวิชาในม. ปลายที่ต้องเตรียมตัวนั้น อาจารย์คิดว่าไม่น่าจะแตกต่างจากการสอบเข้าสาขาวิชาชีพสายแพทย์อื่นๆ คือต้องพยายามทำให้เต็มที่ทุกวิชา คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเก่งทุกวิชา แต่ควรใช้วิชาที่เราถนัดดึงคะแนนวิชาที่เราอ่อน
(3) สำหรับเรื่องทางเลือกของคนชอบวิชาชีพนี้แต่คิดว่าตนเองอาจแข่งกับคนอื่นๆ ไม่ได้นั้น ก็คงช่วยได้ยากครับ แต่น้องควรศึกษาช่องทางการรับนักศึกษาของแต่ละคณะให้รอบคอบ เผื่อจะได้สมัครในรอบที่ตนเองมีโอกาสมากหน่อย เช่น รอบที่เป็นโควต้าของภาค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยของรัฐแล้ว ขณะนี้ ม. รังสิตซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนก็มีเปิดคณะทันตแพทยศาสตร์แล้ว และในอนาคตอันใกล้นี้ อาจารย์เข้าใจว่าจะมีการเปิดคณะทันตแพทย์เพิ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยภูมิภาคอีก 2-3 แห่ง หรือบางคนอาจเลือกไปเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน ต่างประเทศแถวๆ บ้านเรา แต่คงจะต้องหาข้อมูลดูเอง และคงต้องพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษของเราให้พร้อมด้วย
ป.ล. หากไม่หวังถึงกับจะต้องเป็นทันตแพทย์ แต่ชอบงานในลักษณะนี้ หลักสูตรทันตาภิบาล (2 ปี) หรือหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ (1 ปี) ก็อาจเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง
ขอตอบเท่านี้ก่อนครับ
อยากรุ้ว่าทันตต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการเรียนประมานเท่าไหร่หรอค่ะ
แล้วต้องเน้นอังกฤษด้วยรึป่าวค่ะ . . . .
น้องโสภิตาซึ่งเป็นหนึ่งในหลายคนที่สนใจเรียนทันตแพทย์เพราะอยากช่วยเหลือผู้ป่วยถามมาว่า หากจะสอบถามทันตแพทย์ประจำตัว ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในการสอบเข้า หรือว่าตนเองมีความเหมาะสมจะเรียนทันตแพทย์หรือไม่ จะถามอย่างไรดี
อาจารย์คิดว่า ตัวเราเองน่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุดครับ คงให้ผู้อื่นมาบอกว่าเราเหมาะหรือไม่เหมาะได้ยาก แต่อย่างไรก็ตาม น้องต้องสามารถทำคะแนนสอบให้ได้ตามเกณฑ์เสียก่อน คำถามด้านล่างนี้อาจช่วยให้น้องได้ทบทวนตนเองได้บ้าง
ให้ตอบว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"
( ) น้องอยากเรียนเอง (ไม่ใช่คนอื่นอยากให้เราเรียน)
( ) น้องได้คะแนนวิชาชีววิทยาระดับ B ขึ้นไป และมีความสนุกในการเรียนวิชานี้
( ) น้องมีทักษะในการอ่านบทความภาษาอังกฤษระดับ B ขึ้นไป (เปิดดิกชันนารีไม่เกิน 15 คำต่อหนึ่งหน้ากระดาษเอ 4)
( ) น้องพร้อมที่จะเสียสละเวลาเพื่อคนอื่นบ้าง(อย่างน้อย 10% ของเวลาส่วนตัว)
( ) น้องมีความเพียร พยายาม (ยอมทำงานแก้ไขงานเดิมซ้ำๆ มากกว่า 3 ครั้ง)
( ) ผู้ปกครองไม่มีปัญหาเรื่องการเงินที่จะเป็นปัญหาต่อค่าใช้จ่ายในการเรียน (ค่าวัสดุอุปกรณ์ประมาณเทอมละ 5,000 บาท เพิ่มเติมจากค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียมนศ.)
( ) น้องมีฝีมือด้านงานศิลปะ ในระดับ B ขึ้นไป
( ) น้องเป็นคนมีสมาธิดี (สามารถนั่งทำงานติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง)
( ) น้องรู้จักจัดการกับความเครียดได้ (ไม่เครียดหรือกลุ้มใจกับเรื่องใดๆ ติดต่อกันมากกว่า 1 วัน)
หากตอบว่าใช่น้อยกว่า 6 ข้อ ก็อาจจะต้องปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้มากขึ้น เพราะหากเข้ามาเรียนก็อาจจะเกิดปัญหาภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม คำถามข้างต้นนี้ไม่ได้ถือเป็นการตัดสินเด็ดขาดแต่อย่างใดครับ
ส่วนการคุยกับทันตแพทย์ประจำตัว ก็น่าจะเกี่ยวกับทัศนคติต่อการประกอบวิชาชีพนี้ และชีวิตประจำวันที่ทันตแพทย์ต้องพบเจอมากกว่าครับ
อยู่ม.6แล้วค่ะ
แต่ตอนนี้กำลังลังเลอยู่อ่ะค่ะ ว่าจะเรียนสายแพทย์ดีหรือปล่าว...
เป็นคนไม่ค่อยถนัดวิชาคำนวนด้วยค่ะ .. ต้องเตรียมตัวมากมั๊ยคะเรื่องวิชาคำนวน?
เพราะภาษาอังกฤษก็พอไปได้บ้าง ตอนนี้ก็เตรียมตัวได้แค่อ่านหนังสือเสริม..
ถ้าเข้าคณะนี้ไม่ได้จริงๆก็ว่าจะเรียนนิเทศ มข.อ่ะค่ะ..
หนูอยู่ ม.5 ค่ะตอนนี้ หนูอยากทราบว่า ถ้าทำโจทย์ ent ของหลาย ๆ พ.ศ. และฝึกทำโจทย์ของรับตรง มข จบเล่มทุกวิชา หนูจะมีโอกาสติดคณะนี้มั้ยคะ (หนูค่อนข้างมีปัญหาคือไม่สามารถอ่านหนังสือหลายๆเล่ม ที่มีเนื้อหาเดิมๆไม่ได้ เลยต้องพึ่งการทำโจทย์ )
หนูอยู่ ม.1 เองค่ะ คือ หนูชอบอะค่ะ คณะทันตแพทย์ เป็นความฝันของหนูเลย
หนูจะไม่ทิ้งความฝันของหนูแน้นอนค่ะ ถ้าจะถามว่าคะแนนคณิตหนูดีรึป่าว?
ก็ดีค่ะ พอใช้ได้ ส่วนวิชาภาษาอังกฤษหรอค่ะ ดีค่ะ คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ถ้าถามว่าชอบวิชาไหนมากที่สุดหรอค่ะ ก็คงจะเป็นวิชา คณิต อังกฤษ วิทยาศาสตร์ สังคม อะค่ะ 4 วิชานี้เวลาที่หนูได้เรียนหนูจะรู้สึกตื่นเต้นทุกทีเลยค่ะ คุณพ่อเคยบอกหนูว่า"เรียนให้สนุกนะลูก และสนุกกับการเรียนนะ ไม่ใช่ว่ามัวแต่สนุกกับการเล่นจนลืมการเรียน แบ่งเวลาให้เป็น เข้าใจมั้ย ถ้ามีอะไรสงสัยก็ลองถามคุณครูดูนะลูก" หนูจำคำนั้นของคุณพ่อได้ดีเลยค่ะ ส่วนอาชีพที่หนูวาดฝันไว้ ก็คงจะเป็น รับราชการอะค่ะ มันคือความฝันของหนูเลยหละ .. หนูอยากถามอาจารย์อะค่ะว่า"หนูพอมีสิทธิ์ เรียนคณะทันตแพทย์รึป่าวค่ะ แล้วถ้าหนูเรียนแล้วจะไปได้ดีรึป่าว?" หนูก็หวังนะค่ะว่ามันคงจะเรียนง่าย แต่หนูกลัวที่สุดคือด่านแรกเนี่ยแหละค่ะ หนูกลัวว่าคะแนนจะออกมาไม่ค่อยดี แต่ถึงหนูคิดอย่างนี้ แต่หนูก็ไม่เคยท้อค่ะ มันยิ่งทำให้หนูขยันขึ้นเป็นทวีคูณเลย อิอิ .. สาธุ ขอให้หนูได้เรียนทันตแพทย์จริงๆเถอะค่ะ สาธุ~
ถึง เด็กน้อยวาดฝัน
ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่มี "ความฝัน" และ "ความพยายาม" ที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง อย่างเด็กน้อยวาดฝันคนนี้ครับ (รวมถึงคนอื่นๆ เช่นกันที่คิดเช่นนี้)
อาจารย์ขอฝากเอาไว้นิดหนึ่งว่า สังคมของเราไม่ได้ต้องการคนขยัน คนเก่งอย่างเดียวนะ แต่อยากได้ "คนดี" มากๆ เลย คณะทันตแพทย์ก็อยากได้ "คนดี" เหมือนกัน
ตอนนี้ได้ข่าวจากพี่ๆ นักศึกษาทันตแพทย์หลายสถาบันกำลังจะช่วยกันสร้าง "เครือข่ายสร้างเยาวชนเพื่อเป็นหมอฟันที่ดี" ทำนองนี้ล่ะ หากมีความคืบหน้า อาจารย์จะนำมาเล่าใหฟังนะครับ
ขอตอบคำถามหลานๆ หลายคนที่กังวลว่าตนเองจะมีความพร้อมในการสอบเข้าคณะทันตแพทย์หรือเปล่า
การเรียนรู้หัวข้อหรือวิชาใดๆ นั้น หลานควรที่จะต้องมี "พื้นฐาน" และ "ความคิดรวบยอด (concept)" ของเรื่องนั้นๆ ให้แน่นควบคู่กันไปกับการ "เรียนรู้ความผิดพลาดของตน" ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการทำโจทย์บ่อยๆ
คนบางคนเล่นเกมส์มาตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ชนะคู่ต่อสู้สักที ในขณะที่คนบางคนเล่นเเกมส์เดียวกันพียงครั้ง สองครั้งก็สามารถเป็น "ขั้นเทพ" ได้
ทั้งนี้ก็เพราะคนแรกนั้น เขาไม่ใส่ใจที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดในครั้งก่อนๆ เพื่อนำมาช่วยในการเล่นเกมส์ครั้งต่อไป
อาจารย์เห็นว่าการทำโจทย์บ่อยๆ เมื่อมีพื้นฐานในหัวข้อนั้นดีแล้ว เป็นสิ่งที่ควรทำ และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโจทย์ของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งเท่านั้น แต่ที่สำคัญก็คือ หลานต้องพยายามเรียนรู้ข้อผิดพลาด และข้อด้อยของตนในโจทย์ครั้งที่แล้ว...เสมอ
คือว่าอยากถามอาจารย์ค่ะ
ถ้าจะเรียนทันตต้องใช้คะแนนความถนัดแพทย์มั้ยค่ะ
แล้วถ้าใช้เค้าจะเอาคะแนนกี่ %
แล้วลักษณะข้อสอบมักจะเกี่ยวกับอะไรบ้างค๊ะ
อยากให้อาจารย์ช่วยตอบหน่อย
คือว่าหนูอยากเรียนคณะทันตแพทย์มาตั้งนานแล้ว และปัจจุบันหนูก็เรียนสาย วิทย์ คณิต
อยู่แล้ว หนูเป็นเด็กทุนรร.มหิดลวิทยานุสรณ์ แต่ในบางครั้งก็ยังคิดว่าตัวเองอาจจะเรียนในสาขาวิชา วิทยาศสาตร์ไม่เก่งนัก แต่ที่ชอบและถนัดคือวิชาคณิตศาสตร์
แต่ที่หนูดูๆ มาวิชาคณิตศาสตร์จะไม่ค่อยได้ใช่มากในการเรียนคณะทันตแพทย์
หนูอยากจะถามว่า หนูควรจะเรียนหรือสอบคณะทันตแพทย์รึป่าวค่ะ
(แต่พ่อแม่และตัวหนูเองก็ยังรักและชอบในคณะนี้มากค่ะ)
กัญญาภัทร
ขอบคุณค่ะ
แล้วหลักสูตรทันตาภิบาล (2 ปี) หรือหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ (1 ปี)นี้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างคะ ตอนนี้จบม.6แล้ว ยังไม่ได้ต่อที่ไหนเลย อยากรู้ว่าพอจะไปทางทันต หลักสูตรไหนได้บ้าง ต้องทำอย่างไร ที่ไหนบ้างคะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากคะ
ตอบคำถาม น้องกัญญาภัทร
คงต้องแนะนำให้น้องไปศึกษาข้อมูลการเรียนคณะทันตแพทย์เพิ่มมากกว่านี้ค่ะ (รายละเอียดอยู่ในตอนต้นของบันทึกนี้)
ดูแล้วเหมือนน้องยังไม่ค่อยทราบว่าทันตแพทย์เรียนอย่างไรบ้าง วิชาพื้นฐานที่ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัย นำมาใช้น้อยมากในวิชาทันตแพทย์ (ยกเว้นในปี 1 ซึ่งเป็นปีที่เรียนวิชาพื้นฐานทันตแพทย์)
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าน้องมีธรรมชาติเป็นคนชอบท่อง ชอบอ่าน น่าจะเรียนได้ แต่ถ้าการชอบคณิตศาสตร์ หมายถึงไม่ชอบท่องจำ แต่อาศัยความเข้าใจและแก้ปัญหา แก้โจทย์ มาเรียนทันตแพทย์อาจจะยากหน่อยค่ะ
อาจารย์กุ๊กไก่
ตอบคำถาม หนูข้าว
หลักสูตรทันตาภิบาล หรือหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ นับเป็นทางเลือกอีกอย่างของน้องๆ ที่ชอบแวดวงวิชาชีพทันตกรรม ครับ
หลักสูตรทันตาภิบาล ขณะนี้เรียน 2 ปี เปิดสอนที่วิทยาลัยสาธารณสุข (วสส.) ที่ขอนแก่น ชลบุรี ฯลฯ จบแล้วสามารถให้การรักษาทางทันตกรรมพื้นฐานแก่ผู้ป่วยเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ครับ แต่ต้องไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และเปิดคลินิกเองไม่ได้
หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ เรียน 1 ปี ที่โรงเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์ เช่น ที่ มหิดล ขอนแก่น ฯลฯ จบแล้วทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยข้างเก้าอี้ของทันตแพทย์ ในการส่งเครื่องมือ ผสมวัสดุทันตกรรม ให้สุขศึกษาเบื้องต้นแก่ผู้ป่วย สามารถทำงานได้ทั้งในภาครัฐและในคลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชนครับ
อยากเป็นทันตะมากเลยคร่า
อยู่ม.5แล้ว
ไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านหนังสือยังไง
จะเตียมตัวยังไงดี
ตื่นเต้น เป็นกังวลมาก
กลัวทำไม่ได้
วิชาอังกฤษก็เหมือนจะไม่รอด
คะแนน ม.4ได้แค่3.9เอง ได้อังกฤษเกรด3
ตัวของผมเองก็อยากจะเป็นทันตแพทย์เหมือนกันคับ
ผมจะขึ้นม.3แล้วม.2ได้เกรดน้อยมากเลยคับ3.40
เองคับถ้าจะไปเรียนทางนี้ต้องเก่งอาไรบางละคับอาจารย์
แล้วจบม.6แล้วควรเลือกคณะอาไรหรอคับช่วยตอบน้อย
ผมอยากรู้คับ ขอบคุนนะคับที่แนะนำสิ่งดีๆให้กับเรา
ขอบคุนคับ
สวัสดีค่า.....
คือว่าอยากถามว่า....เรียนทัตแพทย์เนี้ย...
ต้องเก่งอังกฤษใช่ไหมคะ......
ตอบคำถาม หนูนา ชัยยงค์ และเด็กคนหนึ่ง
โอ้โห ได้เกรด 3.9 ยังบอกว่าน้อยหรือครับ เอ.. แสดงว่าต้องมีปัญหากับระบบการให้เกรดของโรงเรียนแล้วมังครับ
เอาเป็นว่า ไม่ว่าเกรดที่โรงเรียนจะเป็นอะไรก็ตาม น้องต้องประเมินตัวเองให้ได้ (ไม่ต้องให้ครูมาประเมิน) วิธีการประเมินง่ายๆ น่าจะเป็นการลองเอาข้อสอบเก่าๆ มาลองทำดู ถ้าได้ไม่ถึง 40% ก็น่าจะต้องรีบพัฒนาตัวเองในวิชานั้นๆ ครับ
ภาษาอังกฤษคงจำเป็นสำหรับการเรียนทุกสาขาวิชา อย่างน้อยก็ต้องอ่านตำราภาษาอังกฤษให้รู้เรื่องได้พอสมควร ไม่ใช่เปิดดิกชันนารีทุกบรรทัด การอ่านให้รู้เรื่องต้องอาศัยทักษะ คำศัพท์ และไวยากรณ์ประกอบกัน
สำหรับการเตรียมตัว ขอให้ลองปรึกษาครูแนะแนว หรือครูประจำวิชาที่โรงเรียนดูนะครับ