วันนี้ผมออกเดินทางไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและเข้าไปเพื่อหวังว่าจะไปพักกินข้าวที่โรงพยาบาลรามา โอโห ทำไมคนไข้เยอะขนาดนี้ ทั้งเด็กน้อย หนุ่มสาว เฒ่าแก่ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาทันทีว่า เราต้องการหมอ

   น่าแปลกใจแท้ ทำไมหนอ เทคโนโลยีต่างๆ เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่คนกลับเป็นโรคสารพัดโรค รอคอย....รอคอย "หมอช่วยด้วย" นี่ถ้าขาดหมอ มีหวังว่า คนไข้เหล่านี้คงระทมทุกข์แสนสาหัส เพราะไม่สามารถหาที่พึ่งที่จะเยียวยารักษาให้หายได้ ทำให้ต้องมานั่งคิดว่า แล้วคนเมื่อก่อนเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เป็นไข้ไม่สบายไปพึ่งพาใคร แน่นอนว่า หมอตำแยก็ต้องช่วยให้หญิงตั้งครรภ์คลอดให้ได้ หมองูก็ช่วยรักษาคนที่ถูกงูกัด แต่ "หัวหมอ" นี่สิ เขาช่วยอะไรได้บ้าง แน่นอนว่า เขาช่วยให้ผู้มีความสัมพันธ์ด้วย ได้รู้จักอดกลั้นอดทน (ฮาฮา) หมอที่ดีที่สุด น่าจะเป็นตัวคนไข้เองนั่นแหละ คนที่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรดีที่สุดก็น่าจะเป็นคนไข้นั่นแหละ (มั้ง)

  เดินทางออกจากอนุสาวรีย์ มุ่งหน้าไป ม.รามและกลับปทุมธานี พบเพื่อนที่ห้องทำงาน เค้าจะไปล้างแผลที่โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี ก็เลยไปเป็นเพื่อนด้วย เพื่อนโอดโอยให้ฟังว่า เมื่อวานคนล้างแผลเป็นผู้ชาย ดึงพลาสเตอร์ออกเจ็บแสบไปหมด ไม่ได้เจ็บแผล แต่แสบผิวหนังและเป็นแผลอีก จากการดึงนั่นเอง วันนี้ดีหน่อย ผู้ล้างแผลเป็นผู้หญิง เบามือดี ค่อยยังดีหน่อย (ไม่ใช่ค่อยยังชั่ว)" การพยาบาลคนไข้นี่ก็ลำบากอยู่นะครับ