คันฉ่องส่องชีวิต
มื่อกล่าวถึงกระม่มีใครที่ไม่รู้จัก รวมทั้งไม่มีใครที่ไม่เคยใช้กระจกตรวจสอบดูตนเอง เพราะไม่ว่าที่ไหนๆก็มีกระทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน แม้แต่ห้องน้ำ ห้องแต่งตัว รวมทั้งในกระเป๋าถือของตนเองก็มี ดูเแตหมือนว่ากระจกคือสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันไปโดยที่เราไม่รู้ตัว …..คุณค่าของกระจกหลายประการ เช่น หน้างามดีกว่างามหน้า ส่องกระโหลกชโงกดูเงา ฯลฯ ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่ได้กล่าวถึงความดีงามของกระจกเลย มีแต่กล่าวถึงว่า ถ้าใครได้ใช้กระจกตรวจสอบร่างกายของตนเองจะได้รับคุณประโยชน์ จากการใช้ประโยชน์จากกระจกทั้งมวลนี้ ไม่ได้หมายความว่า ภาพสะท้อนเป็นเพียงแค่เงา แต่มันเป็นสิ่งที่สะท้อนจิตวิญญาณของสิ่งต่างที่เข้าไปในวงเวียนแห่งเงา โดยเฉพาะกับคน กระจกจะทำหน่าที่ในการสื่อสารให้กับทุกคน โดยไม่ไม่แบ่งแยกชนชั้น ใครก็ได้ถ้าต้องการตรวจสอบองคาพยพของตนเองว่า ส่วนไหนปกติ ส่วนไหนไม่อยู่ในภาวะการณ์ที่ปกติ กระจกจะตรวจสอบอย่างเที่ยงธรรมว่าส่วนไหนที่ปรับเปลี่ยนหรือปรับให้ดูดี และตรงไหนที่ปกติดีแล้ว ก็จะทำให้ดียิ่งขึ้น ส่วนไหนที่ไม่ปกติก็จะถูกจัดการให้อยู่ในสภาพที่ดี ที่สำคัญ ส่วนใดที่มีสภาพเดิมๆ เป็นอย่างไร กระจกจะทำหน้าที่สื่อสารให้รู้ว่า ต้องปกปิดอย่างไรจึงจะไร้ที่ติ ดังนั้น กระจกได้ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ดุจดังกระวิเศษ แท้จริงกระจกได้สะท้อนภาพเงาต่างๆ มากว่าที่เห็นหลายประการ กล่าวคือมีภารกิจหลักที่สำคัญ คือ
1. เป็นผู้พิทักษ์ความงาม ธรรมชาติของมนุษย์มักจะนิยมชมชอบกับความสวยงาม โดยเฉพาะกับความงานด้านสรีระ ในส่วนความงามบนใบหน้าคือหน้าต่างของสรีระก็ว่าได้ ถ้าใครหน้าสวยงาม สะอาดสะอ้าน เกลี้ยงเกลายิ่งดูดี มีเสน่ห์มากขึ้น แต่บางคนความงามบนใบหน้าอาจจะมีไม่มากขนาดที่ใครเห็นแล้วสะดุดตา แต่ทีคำปลอบใจที่ให้โอกาสแก่ความงามด้านอื่น เช่น คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน โดยสาระที่แท้ความงามเป็นเพียงโดยนัยแห่งคำพูด แม้ว่าจะให้ค่าแก่ความงามว่าเป็นสิ่งจรรโลงโลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นปริศนาซ่อนอยู่ภายในความรู้สึกที่แท้จริง คือ ทุกคนชอบความสวยงาม กระจกเงา คือผู้สร้างสรรความงามแห่งโลกอันนั้น ภาระสำคัญของกระจำเงาคือ การกระซิบเตือนว่า ทำอย่างไรใบหน้าจะดูดี อะไรที่ทำให้ความจริงบนใบหน้าดูดีเพราะถูกบิดเบือน และทำอย่างไรจะให้ดูดี ดีขนาดว่าไม่มีใครรู้ด้วยว่า เบื้องหลังความงามนั้น มีอะไรบ้างที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความงาม ซึ่งยังไม่นับรวบถึง น้ำใสใจจริง หรือมลภาวะทางใจ ที่แอบซุกซ่อนอยู่ภายในข้อเท็จจริงของโลก มักจะมีข้อบกพร่องร่วมอยู่ด้วยเสมอ กระจกเงาได้ทำหน้าที่ในการสร้างความเจริญหูเจริญตามาเป็นเวลาช้านาน แต่ทุกวันนี้ กระจกเงาทำได้แค่เพียงตรวจสอบ คอยบอก แนะนำได้เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ช่างด้อยประสิทธิภาพยิ่งในการส่องใจให้สว่าง ได้เห็นทั้งภายในและภายนอก
2. เป็นผู้รักษาระเบียบวินัย ถ้าเปรียบเทียบว่าด้ายร้อยมาลาคือระเบียบวินัย ที่มีอำนาจ
ในการจัดการให้ดอกไม้ทุกชาติพันธ์ ไม่มีชนชั้น มีความงามเท่าเทียมกัน ความหลากสีคือความงาม กระจกเงาเปรียบได้กับความเชี่ยวชาญของนายมาลา ที่รู้ดีว่าร้อยอย่างไรมาลาจะเป็นมาลัยที่สวยงาม ดอกไหนควรอยู่อย่างไร ดอกสีไหนควรจะอยู่ตรงไหน เช่นเดียวกับกระจกเงา ที่ทำหน้าที่ในการสะท้อนภาพเงาให้รู้ว่า ตรงไหนยังไม่เรียบร้อย ส่วนไหนไม่เป็นระเบียบ และตรงไหนที่ยังไม่เป็นดูดี สิ่งที่กระจกเงารายงาน จะทำให้รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไรจึงจะทำให้ชีวิตมีระเบียบและวินัย รวมทั้งการย้ำเตือนด้วยว่า ที่กระทำอยู่ผิดระเบียบและวินัย และผิดอย่างไร กล่าวคือ จะทำหน้าที่จัดระเบียบให้กับชีวิต หรือเป็นผู้จัดระบบให้กับชีวิต ยกเว้นการจัดการกับระบบชีวิตของผู้ที่จิตใจผิดระเบียบวินัยเท่านั้น
3. เป็นผู้เรียกร้องสิทธิทางจิตวิญญาณ กระจกเงาแม้นว่าจะส่องให้เห็นว่า บางครั้งรูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่งามเด่นเป็นสง่า เป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่คนในสังคม สังคมไม่มีหน้าที่ต้องมาส่องแทนกระจก ยกย่องเชิดชูให้ดูเด่น แต่การส่องใจจะทำให้กระบวนการรู้ชอบในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่ในห้กลังมาสู่กระบวนการทำที่ถูก บางกรณีทำถูกใจแต่อาจไม่ชอบธรรม บางอย่างถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ เงาสะท้อนที่เห็นจากกระจกคือ ต่างที่กระทำ แต่เหมือนกันที่เจตนา หน้าที่ของกระจกอาจไม่ให้ความสำคัญต่อการเงาแห่งกาย แต่ให้ความสำคัญต่อเงาแห่งใจ
4. สร้างการประมาณตน ส่วนลึกของมนุษย์ปรารถนาสิ่งที่ดี และมีประโยชน์ สรุปลงตรงที่ไม่มีใครที่ต้องการจะทำให้ชีวิตของตนเองลำบาก การกระทำทุกอย่างก็เพื่อความดีงามของชีวิต แต่อาจจะมีบ่างอย่างที่ต่างวิธีการ แม้ว่า การกระทำนั้นๆ จะต้องเจือด้วยความเดือดร้อน เจ็บปวด หรือล้มเหลวก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อพรุ่งนี้ของชีวิต เหตุผลอาจแตกต่าง แต่ไม่ใช่การมีเหตุผลที่ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์บางครั้ง ถูกต้องตามเหตุของผู้กระทำ แต่มีผลเชิงลบต่อผู้อื่น สถานการณ์บางครั้งมีผลถูกต้องตามผู้กระทำ แต่มีผลเชิงลบต่อคนอื่น และอาจจะรวมถึงตัวเองด้วย การประเมินชีวิตให้อยู่ในระดับประมาณที่พอดี ไม่มีใครที่จะช่วยได้ กระจกเงาที่ส่องใจแล้วเห็นชีวิตที่แท้ของตนเอง ( Ultimate ) คือเงาสะท้อนที่จะสร้างทั้งเหตุและผลให้สังคมยอมรับ แต่การส่องใจอาจเป็นเพียงเงาแห่งกายเท่านั้น กับคนส่องเห็นเพียงเงาใบหน้าแต่ไม่เคยส่องใจ
5. ไม่หลงวัฒน์กับความคิดของตนเอง อคติ ( Idol ) คือความมืดมนที่จะบังตาและความคิดให้มนุษย์ติดยึดและหลอกให้หลง เช่น ความรู่ทำให้คนด้อยปัญญา ความโง่ทำให้เกิดความฉลาด กล่าวคือ คนมีความรู้แต่ถูกอคติกระชากกดเอาไว้ มักจะไม่เห็นใครที่จะรู้เท่าตน จะกระจกเงาที่ส่องใจจะทำให้เห็นขยะในใจ และกวาดให้ความมีอคติ ให้เบาบางหรือหมดไปจากความคิดได้