ผมมีความเชื่อ ความศรัทธา ต่อคุณค่าของอุดมศึกษา ในฐานะเป็นพลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าของสังคม   และเวลานี้เรามีผลสำเร็จที่น่าชื่นชม คือ การขยายตัวของอุดมศึกษาในเชิงปริมาณ   ทำให้คนจำนวนมาก (~40%) ได้เรียนในระดับอุดมศึกษา   แต่ผมกังวลเสมอมา  ว่าการจัดการระบบอุดมศึกษาในปัจจุบันดำเนินไปผิดทาง   และมีผลให้เราด้อยด้านคุณภาพ

          ในการประชุม สกอ. เมื่อวันที่ ๒๕ พ.ค. ๕๐   เมื่อได้โอกาส  ผมจึงปรารภขึ้น ว่าการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาแบบที่อยู่ใต้ความคิดว่า   สถาบันอุดมศึกษาต้องเหมือนกันหมด   ต้องอยู่ใต้กฎระเบียบ หลักการวิธีการเดียวกัน   จะทำให้ประเทศไทยไม่มี research university ที่จะแข่งกับต่างประเทศ   และเป็นตัวของตัวเองด้านอุดมศึกษาในประชาคมนานาชาติได้   จะทำให้คุณภาพของอุดมศึกษาไทยพัฒนาไม่ขึ้น

          ศ.นพ.เกษม   วัฒนชัย   เข้าร่วมประชุมนี้ด้วย   ในฐานะกรรมการท่านหนึ่ง    รีบสนับสนุน ด้วยความเห็น ๓ ข้อ
          ๑. Diversity เป็น beauty ของ university
          ๒. การที่มหาวิทยาลัยเกิดมาต่างกัน   แต่มีการออกระเบียบเพื่อทำให้เหมือนกัน (homogenization) เป็นบาป
          ๓. ควรมีการกำหนดว่าจะให้มหาวิทยาลัย (๑๔๘ แห่ง)  มี diversity อย่างไร   โดยมีมาตรฐานของแต่ละกลุ่ม (๕ กลุ่ม) และจัดระบบความสัมพันธ์ระหว่าง ๕ กลุ่ม  ให้รับใช้สังคมไทยอย่างมี harmony

          ท่านเลขาธิการ สกอ. ดร.กฤษณะพงศ์   กีรติกร   ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้และเรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นสำคัญของการวางแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี  (๒๕๕๐ - ๒๕๖๔)

วิจารณ์   พานิช
๒๖ พ.ค. ๕๐