เป็นความเห็นส่วนตัวครับ

ขณะนี้ ผมมีบล๊อก 5 อัน

  • OpenCARE เป็นเรื่องของระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติ ช่วยให้หน่วงงานบรรเทาทุกข์หรืออาสาสมัคร ได้รับข้อมูลล่าสุด ตัดสินใจได้เองเพื่อที่สามารถจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ดีขึ้น เป็นเรื่องเฉพาะทางอย่างยิ่ง
  • คนเป็นนาย เขียนเรื่องของประสบการณ์ และวิธีคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ เขียนให้คิด และไม่ได้ต้องการให้เชื่อ ความคิดต่างๆ หากว่าใช้ได้ ก็ยังจำเป็นต้องนำไปปรับใช้สำหรับแต่ละองค์กร ซึ่งมีวัฒนธรรมและข้อจำกัดไม่เหมือนกัน กรุณาอย่ามามองหาคำตอบสำเร็จรูปในนี้ครับ; แต่ละบันทึก มีประเด็นที่ต้องคิดให้หนัก เป็นบล๊อกที่มีผู้ชมค่อนข้างสูง และเชื่อว่ามีมาอ่านจากนอก Gotoknow พอสมควร และมีกลุ่มผู้ติดตามเฉพาะ
  • อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เป็นเรื่องที่อยากจะบันทึกความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เนื่องจากมีประสบการณ์เรื่องนี้มานาน (มาก) เห็นมาตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ยังไม่แพร่หลาย จนปัจจุบัน เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ และเต็มไปด้วยความมั่ว
  • ตามใจฉัน คือบล๊อกอันนี้ ใช้สำหรับเขียนเรื่องที่ไม่เข้ากับบล๊อกข้องบนทั้งสาม ไม่ได้มีความตั้งใจจะเขียนทุกวัน แต่เขียนตามที่อยากเขียน เขียนเมื่อเห็นประเด็นอะไรน่าสนใจ; เผอิญเห็นเรื่องน่าสนใจบ่อย ก็เลยเขียนบ่อย แล้วทำให้มีปริมาณผู้ชมสูงอยู่เหมือนกัน
  • วงนอก ถูกทีมงานขอให้เปิดบล๊อกใหม่ เพื่อเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับมุมมองของผู้มีวิชาชีพทางเทคนิค มอง Gotoknow ในแง่การใช้งาน การออกแบบ วิธีการ สถิติต่างๆ

สำหรับความเห็นเกี่ยวกับบันทึก บล๊อก และแพลนเน็ต ผมขอรำพึงส่วนตัวดังๆ ดังนี้:

  1. การเขียนบันทึกบ่อยช่วยให้มีผู้เข้าชมมาก แต่ในมุมหนึ่ง ก็เหมือน portal ซึ่งมีความคาดหวังให้ผู้ชมเดินมาหา เป็นแนวคิด web 1.0; แม้ไม่ผิดในแง่ที่ว่าความรู้ควรจะต้องแสวงหาเอา ไม่ใช่รอให้ใครจับความรู้มายัดเยียดใส่ลงไปในสมอง แต่หากผู้มีความรู้ ช่วยสงเคราะห์ผู้อื่นโดยการแลกเปลี่ยนบนพื้นที่ของบล๊อกเกอร์ท่านอื่น ก็จะเกิดการเชื่อมโยงความรู้มากขึ้น
  2. ความคุ้มค่าของบันทึก ไม่ได้อยู่ที่สถิติการเข้าชม แต่อยู่ที่ผู้อ่านได้ประเด็นอะไรไปจากบันทึกและความคิดเห็นในบันทึกนั้น ซึ่งวัดได้ยากครับ แต่รู้สึกได้เอง
  3. การเขียนบันทึกถี่เกินไป กลับทำให้เวลาที่จะไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบล๊อกเกอร์ท่านอื่นลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย; การสนธิความรู้นั้น ไม่ใช่ 1+1=2 แต่ควรจะได้มากกว่า 2 ต่อยอดความคิดไปได้; มีสมาชิกหลายท่านที่สามารถเขียนบันทึกได้สม่ำเสมอ มีความถี่สูง แถมยังมีประเด็นที่ดีอีกด้วย เรื่องเหล่านี้เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ไม่ได้ห้ามลอกเลียนแบบแต่ขอให้เข้าใจความพิเศษนี้ไว้ด้วย
  4. คำว่าเกินไป หมายถึงมากจนไม่มีความพอดี ในเมื่อฝืนเขียน ก็ทำให้ความเข้มข้นของเนื้อหา อาจจะลดลงไป; เรื่องนี้กลับไม่ได้ตอบสนองต่อเป้าประสงค์ของ Gotoknow เรื่อง km; มี km ไม่ได้ถ้าไม่มี k และ k ก็จะต้องมีประเด็นที่ดี
  5. วิธีการถ่ายทอด มีหลายวิธี อาจสอดแทรกอยู่ในบันทึกที่รู้สึกเหมือนไม่จริงจัง สรวลเสเฮฮา บางทีเป็นบันทึกประจำวัน ก็ไม่แปลก ตราบใดที่มีประเด็นที่ดี ผมก็คิดว่าบันทึกนั้นมีค่าครับ; การแยก signal ออกจาก noise เจ้าของบันทึกจะช่วยผู้อ่านได้มากโดยการเน้นประเด็นสำคัญให้ชัด; ในหลายกรณี อาจจะดีกว่าบันทึกที่เคร่งเครียดไร้วิญญาณด้วยซ้ำไป
  6. ผมไม่คิดว่าเป็นการผิดมารยาท ที่เขียนความคิดเห็นยาวๆ ตราบใดที่มีประเด็นที่ดี; ความเห็นที่แตกต่าง เป็นเรื่องปกติ เพราะคนแตกต่างกัน; หากทุกคนเหมือนกัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำ km หรือ ลปรร. BAR AAR ฯลฯ ในการแสดงความเห็นแตกต่างนั้น สามารถทำได้โดยใช้ความสุภาพสมกับที่สังคม Gotoknow เป็นสังคมของผู้มีการศึกษาสูง เป็นสังคมของคนทำงาน
  7. ในส่วนของการเชื่อมโยงความรู้ Gotoknow เปลี่ยนไปในทางที่ดีในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา มีการ quote ข้อความและให้เครดิตกลับไปยังบันทึกต้นทางมากขึ้น; ประเด็นตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของเครดิต แต่เป็นเรื่องของการเปิดกว้างยอมรับความเห็นของผู้อื่นมากขึ้น; การเชื่อมโยงในลักษณะนี้ จะช่วยให้ผู้ที่มาอ่านบันทึกหรือข้อคิดเห็นทีหลัง ได้เข้าใจในบริบทของข้อความที่ quote มา; ความสามารถในการชื่นชมผู้อื่นอย่างจริงใจ เป็นส่วนหนึ่งของ self-esteem (ความนับถือตัวเอง) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยพูดกันในสังคมไทย
  8. สมาชิกแต่ละท่าน ควรมีแพลนเน็ตหนึ่งอัน ที่รวบรวมบันทึกในบล๊อกของตนเอง โดยไม่ปนกับบล๊อกของผู้อื่น เช่นรวมบันทึกของ Conductor ซึ่งไม่ว่าจะไปเขียนบันทึกในบล๊อกไหน ก็จะมาปรากฏที่นี่ เมื่อมีการเพิ่มหรือปิดบล๊อก ก็จะทำให้กัลยาณมิตรเพื่อนฝูงไม่พลาดบันทึกใดๆ ไป
  9. ควรจะถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับเจ้าของบล๊อก ที่มีสมาชิกรับบล๊อกนั้นเข้าแพลนเน็ต ยิ่งมีแพลนเน็ตรับบล๊อกเข้าไปมาก ก็ยิ่งต้องรับผิดชอบต่อผู้อ่านมากขึ้น; สำหรับผู้บริหารแพลนเน็ต สามารถสร้างแพลนเน็ตขึ้นได้หลายอัน เพื่อที่จะจัดหมวดหมู่บล๊อกที่รับเข้ามา เพื่อให้อยู่ในแนวเดียวกัน แทนที่จะรับบล๊อกเป็นร้อยบล๊อกเอาไว้่ในแพลนเน็ตเดียวกัน; หากแพลนเน็ตเป็น subset ของ Gotoknow ตามความสนใจ ในเมื่อสมาชิกแต่ละคนมีความสนใจหลากหลาย ก็สร้างหลาย subset (หลายแพลนเน็ต) ได้เช่นกัน -- แต่สร้างไว้มากเกินไปจนอ่านไม่ไหว ก็ไม่ดีเหมือนกัน
  10. การวัดคุณค่าของบล๊อกและบันทึกในบล๊อก ผมไม่คิดว่าสถิติการเข้าชมจะเป็นตัววัดที่ดี แต่น่าจะเป็นจำนวนแพลนเน็ตที่รวมบล๊อกนั้นๆ เข้าไปมากกว่า ซึ่งในปัจจุบันได้แสดงจำนวนนับ (ในวงเล็บ) ไว้แล้ว
  11. ยังมีชีวิตจริง อยู่นอก Gotoknow อีกครับ!
  12. หากความเห็นนี้ก้าวล่วงท่านใดไป หรือทำให้ท่านใดไม่ชอบใจ ผมขออภัยและขออโหสิด้วยครับ