บทเรียนระหว่างทางการพัฒนาเครือข่ายในฐานะผู้วิจัย ชีวิตในปัจจุบันมี “เครือข่าย” เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม บ่อยครั้งที่เครือข่ายเกิดขึ้นจากเรื่องส่วนตัว เครือข่ายในการทำงาน เครือข่ายทางการค้า และเครือข่ายทางการศึกษา เป็นต้น การรวมตัวเป็นเครือข่ายเดียวกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นย่อมดีกว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยวในชุมชนและสังคมโดยไม่มีกลุ่ม ไม่มีเพื่อนพ้องที่จะร่วมคิด ร่วมทำ หรือร่วมสร้างแนวทางเดียวกันเพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางที่คนส่วนใหญ่ในแต่ละเครือข่ายต้องการ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">โครงการเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ( Community Based Tourism ) เป็นเครือข่ายอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อต้องการรวบรวม และสอดประสานความร่วมมือในด้านต่าง ๆ จากบุคคลหลายฝ่ายซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่มีใจรัก ห่วงใย เข้าใจธรรมชาติและพร้อมที่จะรักษาธรรมชาติไปพร้อม ๆ กับการสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างถูกวิธีและมีหลักการ ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ</p>ตัวแทนหรือผู้นำชุมชนที่ทุ่มเทเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากทั่วทุกภาคที่มาร่วมเป็นผู้สร้างเครือข่ายกับโครงการฯ นั้นนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นที่ดีจะมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่กว่าที่พวกเรา ( ทีมนักวิจัย และผู้ร่วมสร้างเครือข่าย ) จะร่วมกันสร้างเครือข่ายให้สำเร็จตามความมุ่งหมายได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจ และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา บทเรียนหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการสร้างเครือข่ายมีอยู่ 3 ประเด็นคือ ในการสร้างเครือข่ายนั้นทุกคนต้องพูดจาภาษาเดียวกัน ( ถึงแม้จะเป็นคนละสำเนียงก็ไม่ได้เป็นไร ) เพราะเครือข่ายเกิดขึ้นจากคนจำนวนหนึ่งที่มารวมกลุ่มกันย่อมจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ควรใช้คำหรือภาษาที่เข้าใจง่าย บ่อยครั้งที่นักวิจัย / นักวิชาการมักจะใช้คำศัพท์วิชาการหรือใช้คำภาษาอังกฤษโดยคิดไปว่า คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่ตนเองพูดหรือคาดหวังว่าเขาคงเข้าใจกันแล้ว ดังจะเห็นตัวอย่างจากการประชุมเครือข่ายครั้งแรกที่บางเจ้าฉ่า CBT ถูกเปลี่ยนเป็น กทท. ดชช. แม้ว่าตัวย่อภาษาไทยนั้นจะจำได้ยากกว่าและมีตัวอักษรมากกว่าภาษาอังกฤษ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนที่ได้ยินมีสติระลึกรู้ได้ในทันทีว่า คำนี้ย่อมาจาก “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” หรืออีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การทำวิจัยแบบ PAR ที่นักวิจัย / นักวิชาการมักจะพูดกันนั้น แต่อาจจจะยังไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า คำนี้เขียนอย่างไร หมายถึงอะไร หรือมีลักษณะอย่างไรจึงจะเรียกว่า PAR เพราะลำพังเพียงได้ยินผ่าน ๆ หูว่า เป็นการวิจัยแบบ PAR ก็ไม่รู้ว่าจะพากันไปไหน ( เดี๋ยวจะ PAR / พา กันไปคนละเรื่องเดียวกัน ) อีกประเด็นหนึ่งก็คือ นักวิจัย / นักวิชาการควรกระตุ้นหรือเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสร้างเครือข่ายและบุคคลอื่น ๆ ได้แสดงความคิดเห็นให้มากที่สุด ไม่ควรชี้นำหรือรีบสรุปตามความคิดหรือความเข้าใจที่ตนเองมีอยู่แล้ว แต่ควรจะมีสติเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า บทบาทของนักวิจัย / นักวิชาการในการทำวิจัยแบบ PAR นั้นอยู่ตรงไหน ส่วนในกระบวนการจัดการความรู้หรือ KM นั้นก็ต้องรู้ว่า เมื่อไหร่จำเป็นที่จะต้องสวมบทบาทคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต คุณประสาน และคุณวิศาสตร์ เพราะว่าหมวกแต่ละใบนั้นมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน อาจจะมีบางบทบาทที่นักวิจัย / นักวิชาการไม่จำเป็นต้องไปก้าวล่วงจนกว่าจะสมควรแก่เวลา ฉะนั้น นักวิจัย / นักวิชาการก็ควรจะเป็นคนที่รู้จัก กาละเทศด้วยจึงจะช่วยให้การสร้างเครือข่ายดำเนินไปได้ด้วยดีสำเร็จเสร็จสิ้นตามความมุ่งมาดปรารถนาของเครือข่าย ไม่ใช่บรรลุความต้องการของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น บทเรียนบทสุดท้ายที่เก็บได้ระหว่างทางก็คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเข้าใจในความต่าง และความจริงใจที่มีต่อกันระหว่างเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยให้เครือข่ายขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้ามีอุปสรรค แต่ถ้าทุกคนร่วมมือและให้ความช่วยเหลือกันอย่างจริงใจโดยไม่มีการตั้งแง่หรือตั้งเงื่อนไขใด ๆ แล้ว ปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การสร้างเครือข่ายประสบความสำเร็จได้ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ ส่วนอุปสรรคมีไว้ให้เอาชนะ เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนแต่ละภาคจะเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ยังไม่อาจรู้ได้ แต่วันนี้ ความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้าง “เครือข่าย” ให้เกิดขึ้นได้และยั่งยืนสืบต่อไป อ. ศุภรัตน์ แสงฉัตรแก้ว ( หนุ่ย )ทีมวิจัยเครือข่ายภาคใต้
บทเรียนระหว่างทาง...
ประสบการณ์
ไม่แน่ใจว่าบทความระหว่างทางเรื่องนี้พอใช้ได้ หรือเปล่า ถ้าจะแนะนำอะไรก็ตามสบายนะ ยินดีรับฟังเสมอ ก่อนที่จะส่งให้สาวฝนในวันที่ 11 นี้ค่ะ
อ่านบทเรียนระหว่างทางฯของพี่หนุ่ยแล้ว ได้ทั้งสาระและบรรยากาศของ เห็นภาพรวมของงานที่ผ่านมา อีกสิ่งหนึ่งคือ ทำให้สำนึกว่าเห็นทีจะช้าอยู่ไม่ได้แล้ว หัวหน้าโครงการเดินโฉบไปโฉบมา มิอาจสู้หน้า เพราะงานยังไปไม่ถึงไหนเลย