นักเทคโน (รุ่นเก่า)
ตอนที่ 3 เทคโนโลยีทางการศึกษา
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรมทางการศึกษา ส่งผลดีทำให้บุคคล มีความรู้ มีความสามารถในสิ่งที่ได้ศึกษามาอย่างสมภาคภูมิมิได้ด้อยไปกว่าใคร ๆ เลย และที่สำคัญคือ เราก็สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนจนสร้างชื่อเสียงให้สถานศึกษาได้ในระดับประเทศ และต่างประเทศ เป็นจำนวนนับ 1000 รางวัล อันเป็นผลพวง มาจากการใช้นวัตกรรมทางการศึกษา ทำให้มีประสิทธิภาพ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในตอนที่ 3 นี้ ผมจะขอเล่าเรื่องของเทคโนโลยีทางการศึกษา ตามที่ตั้งหัวข้อเรื่องเอาไว้ มีบางท่าน พอพูดถึงเทคโนโลยี ก็ไปนึกถึงเครื่องมือที่มีราคาแพง ๆ เช่น โทรทัศน์การศึกษาทางไกล ไปนึกถึงคอมพิวเตอร์ หรือไปนึกถึงระบบเครือข่าย หรือ อินเทอร์เน็ต เอาเข้านั่น ถ้ามองเทคโนโลยีทางการศึกษาโดยมุ่งไปที่เครื่องมือเป็นหลักจะพบว่า เป็นการลงทุนอย่างมากกว่าที่จะได้มา และก็ไม่แน่ใจว่า เมื่อได้เครื่องมือนั้น ๆ มาแล้ว เราสามารถนำเอามาใช้ได้อย่างคุ้มค่าไหม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ผมเคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนว่า มาถึงวันนี้ ไม่อยากให้เด็ก ๆ ต้องมาเรียนวิธีการเปิด ปิดเครื่องกันอีกแล้ว ครูสาธิต แนะนำวิธีการใช้งานเท่าที่จำเป็น แล้วให้นักเรียนเขาฝึกปฏิบัติงาน 5 อย่างต่อไปนี้ ได้แก่ 1) ฝึกใช้ระบบปฏิบัติการ 2 ) ฝึกพิมพ์ตัวอักษร ข้อความ 3) ฝึกใช้ตารางคำนวณ 4) ฝึกใช้ฐานข้อมูล และ 5) ฝึกใช้โปรแกรมวาดภาพ แต่งภาพ ทั้ง 5 รูปแบบการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์นี้ ใช้เวลาสอนประมาณ 12-15 ชั่วโมงก็เพียงพอ ต่อจาก นั้น ก็ขอให้เป็นการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลืองานเรียนในทุกวิชา ให้เกิดความสะดวกในการทำงาน อย่างเรื่องของการใช้ระบบเครือข่าย หรือ อินเทอร์เน็ท ก็ใช้เวลาแนะนำการค้นหาข้อมูลได้ไม่ยาก แต่ความยากมันอยู่ตรง “ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร ให้คุ้มค่า” ปัจจุบันนี้นักเรียนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสาระบันเทิงเสียมากกว่า การศึกษาหาความรู้</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีทางการศึกษา มีคำอีกคำหนึ่งที่ใช้กันในวงการศึกษาจนเคยชิน คือ โสตทัศนศึกษา และ โสตทัศนูปกรณ์ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เทคโนโลยีในการสอน เป็นการนำเอาความรู้ทั้งหลายมาประยุกต์ใช้ในการสอนอย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> เทคโนโลยีทางการศึกษา คือ การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ในงานการศึกมาอย่างมีระบบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ระบบการสอนโดยทั่วไป ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ 4 ส่วน คือ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">1. จุดมุ่งหมายของการสอน (จุดประสงค์ หรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2. การตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียน (ปรับพื้นฐานความรู้)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">3. การดำเนินการสอนตามกระบวนการสอน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">4. การประเมินผลเพื่อวิเคราะห์ส่งย้อนกลับ (Feedback) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p> เทคโนโลยีทางการศึกษา มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้มาก ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมการคิดค้น แก้ปัญหา ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง </p><p>ประเภทของเทคโนโลยีทางการศึกษา แบ่งออกได้ 3 ลักษณะ คือ</p> 1. ประเภทวัสดุ (Materials) ได้แก่ กระดานชอล์ค ไวท์บอร์ด แผ่นผ้าสำลี แผนภูมิ วัสดุกราฟิก รูปภาพ ภาพตั้ง ภาพแขวน แผ่นพับ 3-5 พับ ภาพคลี่ ภาพสไลด์ ฟิล์มสตริป แผ่นภาพโปร่งแสง ภาพยนตร์ หนังสือ เอกสาร ตำรา วารสาร แถบเทปเสียง แถบบันทึกภาพ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2. ประเภทเครื่องมือ (Equipments) ไดแก่ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายฟิล์มสตริป เครื่องฉายสไลด์ เครื่องฉายภาพข่ามศีรษะ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์ ห้องปฏิบัติการทางภาษาเครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่น/บันทึกเทป เครื่องเล่น/บันทึกวิดีโอ เครื่องเล่น วีซีดี และ ดีวีดี คอมพิวเตอร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">3. ประเภทวิธีการ (Activities) ได้แก่ ชุดฝึกอบรม ชุดฝึกทักษะ นิทรรศการ การสาธิต ทัศนศึกษา ชุดการเรียน ชุดการสอน บทเรียนโปรแกรม การเรียนแบบหน่วย </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">จากที่เล่ามาอาจมีหลงลืมไปบ้างแต่ได้นำอามาเท่าที่พอมีตกตะกอนอยู่ในหัว และขอชี้ประเด็น ให้เห็นคุณค่าของเทคโนโลยีทางการศึกษา ไม่ว่าจะใช้คำว่า เทคโนโลยีการศึกษา สื่อการสอน หรือนวัตกรรมทางการศึกษา ทั้งหมดนี้ คือ ตัวช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพทางการสอน ให้เกิดผลดี ดังนี้ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 63.8pt; text-indent: -14.15pt; tab-stops: list 63.8pt" class="MsoNormal">- การสอนเป็นรายบุคคล (ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 63.8pt; text-indent: -14.15pt; tab-stops: list 63.8pt" class="MsoNormal">- ห้องสมุดที่สมบูรณ์ (มีทั้งสื่อที่เรียนรู้ด้วยตา ฟังด้วยหู และสัมผัสอื่น ๆ)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 63.8pt; text-indent: -14.15pt; tab-stops: list 63.8pt" class="MsoNormal">- ลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับผลที่ได้รับ (ช่วยย่นระยะทาง และนำสิ่งที่ยุ่งยามาให้ดูได้)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผมเป็นครูคนหนึ่ง ที่บันทึกปัญหาจากการเรียนการสอนในห้องเรียนเอาไว้ สมัยก่อนไม่มีบันทึกผลหลังสอน ในช่องสุดท้ายของบันทึกการสอน มีช่องหมายเหตุ และในช่องนี้เอง อาจารย์ประจำสายฝึกสอนแนะนำให้บันทึกผลที่ได้จากการวัดและประเมินนำเอามาลงไว้ เมื่อผมมาบรรจุรับราชการครู ผมก็จัดทำบันทึกการสอนด้วยลายมือเอาไว้เป็นจำนวนมาก ยังคงเหลืออยู่ราว 70 เล่ม ส่วนแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรใหม่ มีอยู่ราว 10-11 วิชา ไม่รวมวิชากิจกรรม (ผมมีแผนการจัดการเรียนรู้ ลูกเสือ ม.2, แนะแนว ม.2 และ กิจกรรมชุมนุมศิลปะภูมิปัญญาไทย) ผมนำเอาปัญหาเหล่านั้นมาคิดแก้ไขด้วยสื่อการสอน สื่อการสอนชุดแรกที่ทำให้มีผู้คนรู้จักผมมาก คือ วิธีการใช้สื่อสไลด์ และวิดีโอ การเขียนภาพ-พาณิชยศิลป์ ชั้น ม.2-3 ผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2530 ใช้สอนนักเรียนกลุ่มเล็ก 5-10 คน (เฉพาะที่มีปัญหาวาดภาพโฆษณาท่านั้น) ผลงานนี้ผมได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็น อาจารย์ 3 ระดับ 6 (เมื่อปี พ.ศ. 2532) และผมก็คิดสร้างสรรค์สื่อการสอน (ปัจจุบันเรียกว่าสื่อการเรียนรู้) อีกหลายชุด ทุกชุดเป็นสื่อประสม (อยู่ในรูปแบบของนวัตกรรมทางการศึกษา) ใช้แก้ปัญหา หรือจัดการเรียนรู้เป็นรายบุคคล หรือกลุ่มเล็ก ๆ ทั้งหมด (ได้รับรางวัล ที่ 1,1,2,3และดีเด่น จากสำนักงานคุรสภา กระทรวงศึกษาธิการทุกชุด) ผมมิได้นำเอาสื่อการสอนมาใช้ให้เด็กเรียนรู้ทั้งห้องเรียนหรอกครับ ผมนำมาใช้เฉพาะกลุ่มและเฉพาะบุคล ดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - ชุดสื่อประสม ชื่อ “คิด ทำ นำไปใช้” ใช้ฝึกคิด วิเคราะห์ก่อนที่จะเลือกทำโครงงาน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - ชุดสื่อประสม “สื่อนำสารการเพ้นท์ภาพ” ใช้นำเสนอแนวทางในการเขียนสีด้วยเครื่องมือ 3 ชนิด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - ชุดสื่อประสม ชื่อ “สื่อประสมองค์ประกอบศิลป์” ใช้แนะนำการวางแผนและขั้นตอนปฏิบัติ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - วิดีโอเทป การเพ้นท์ภาพ (ปัจจุบันทำเป็น วีซีดี) ใช้เรียนรู้ด้วยตนเองการปฏิบัติงานเพ้นท์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - ชุดสื่อ แผ่นภาพโปร่งใสและสไลด์ประกอบการสอนออกแบบ ชั้น ม.3 ใช้สอนเด็กกลุ่มอ่อน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ที่เป็นเช่นนี้เพราะ จากการที่ผมศึกษามาทางเทคโนโลยี ทั้งในระดับปริญญาตรี (วิชาโท) และระดับปริญญาโท ผมมองว่า เทคโนโลยี คือ การประยุกต์ความรู้หลายๆ ด้านอย่างมีระบบ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ (ความสามารถที่ทำให้เกิดผลในการเรียนรู้) </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ทั้งนี้ เพราะบุคคลมีความแตกต่างกัน จึงมิอาจที่จะเรียนรู้ได้ในเวลาเท่ากัน หรือวิธีการเดียวกัน ที่ว่าบุคคลมีความแตกต่างกัน 4 ด้าน นั้น ได้แก่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">1. ความรู้สึก, ความเชื่อมั่น หรือบุคลิกภาพแตกต่างกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2. ความรู้ ความเข้าใจ การรับรู้และสมรรถภาพทางสมอง แตกต่างกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">3. ความอยากรู้ อยากเห็นแตกต่างกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">4. มีความสามารถ ความถนัดแตกต่างกัน (การจัดลำดับความรู้)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผลของความแตกต่างระหว่างบุคคลนี้เอง ทำให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษา นำเอานวัตกรรมมาใช้ในการสอน เพราะนวัตกรรมเป็นเครื่องช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้ (สอนเป็นรายบุคคล) ทำให้นักเรียนมีโอกาสมากยิ่งขึ้นในเรื่องที่เรียนอยู่ โดยไม่ต้องเรียนไปพร้อม ๆ กัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มีใครบ้างครับ ที่ใช้สื่อเพียง 1 ชนิด แล้วนำเอามาใช้กับนักเรียนทั้งห้อง แล้วเกิด ประสิทธิภาพ </p> <p style="margin: 0cm -6pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> มีใครบ้างครับ ที่สอนนักเรียนทั้งห้อง ด้วยวิธีสอนเดียวกันจนจบหลักสูตร แล้วเกิด ประสิทธิภาพ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มีใครบ้างครับ ที่สอนนักเรียนด้วยหนังสือเพียงเล่มเดียว แล้วเกิด ประสิทธิภาพ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มีใครบ้างครับ ที่สร้างนวัตกรรมขึ้นมาแล้วใช้ได้ผลกับนักเรียนกลุ่มใหญ่ (เกิดประสิทธิภาพสูง)</p> <p style="margin: 0cm -6pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">ถ้ามี แสดงว่าท่านกำลังใช้ เทคโนโลยี แก้ปัญหา และกำลังจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อ/นวัตกรรมแทนครู ครับ</p> <p style="margin: 0cm -6pt 0pt 0cm; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">มีใครบ้างครับ ที่สร้างสื่อ/นวัตกรรมขึ้นมาเพื่อใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ ในความแตกต่างระหว่างบุคคล</p> <p style="margin: 0cm -6pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">ถ้ามี แสดงว่าท่านกำลังใช้ เทคโนโลยี แก้ปัญหา และกำลังจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ครับ</p>
...เรียนอาจารย์ชำเรืองที่เคารพ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เรียนในโปรแกรมวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา ผมขอความกรุณาอาจาร์ช่วยให้ข้อมูลอย่างละเอียดและเจาะลึกเกี่ยวกับ ทฤษฎี, สื่อการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีการศึกษา ที่เป็นประเภท "วัสดุ" เพื่อนำเนื้อหามาประกอบการทำรายงาน ผมขอกรุณาอาจายร์ช่วยช่วยส่งข้อมูลมาให้ผมได้ไหมครับ ยังไงผมขอรบกวนอาจารย์ช่วยตอบกลับมายังอีเมลล์ผมด้วย ผมจะนำเสนอรายงานในวและในปลายเดือนสิงหาคม 2552 นี้ ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง...