นักเทคโน (รุ่นเก่า)
ตอนที่ 2 นวัตกรรมทางการศึกษา
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สภาพของสื่อการสอนที่ดี จะต้องถูกใช้งานจนสะบักสบอม ชำรุดเสียหายจนมิอาจซ่อมแซมได้ “เป็นสภาพที่แสดงถึงความคุ้มค่า ยากที่จะหาที่เปรียบได้ครับ” แต่ถ้าผู้ผลิตจัดทำสื่อขึ้นมาแค่เพียงจัดแสดง (โชว์) ก็คงได้แค่เก็บเอาไว้ชื่นชมเพียงคนเดียว</p><p> ในตอนที่ 2 นี้ ผมขอนำเอาความรู้เก่า ๆ ที่เคยได้ศึกษามาเล่า (ข้อมูลก็งั้นๆ เพราะเป็นคนเก่า) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เมื่อตอนที่ผมสอนอยู่โรงเรียนในระดับประถมศึกษา (ประมาณปี พ.ศ. 2515) ที่ โรงเรียนระดับอำเภอ ในช่วงนั้นวงการศึกษามักจะพูดกันถึงการจัดโรงเรียนแบบไม่แบ่งชั้น (Non Graded School) เป็นการจัดแบบกระบวนการต่อเนื่อง สนองตอบความเจริญงอกงามของในแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน การวัดผล เป็นการวัดความก้าวหน้าของแต่ละคน (ตามสมรรถนะวิสัยของแต่ละคน) นักเรียนเข้าเรียนชั้น ป.1 เมื่อเรียนครบ 1 ปี แล้วเลื่อนชั้นไปจนถึงชั้น ป.6 ได้เท่ากันทุกคน ใครมีความสามารถมาก อาจจะจบภายใน 5 ปี ส่วนคนที่เรียนช้าอาจใช้เวลา 7-8 ปีก็ได้ เป็นการสอนเน้นเป็นรายบุคคล อย่างนี้ คือ นวัตกรรมทางการศึกษา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> มหาวิทยาลัยเปิด เป็นการให้การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ประชาชนสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบเข้า ผู้เรียนไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ใช้สื่อการสอนแบบประสม เรียนทางไปรษณีย์ อ่านจากตำรา จากสิ่งพิมพ์ ชมรายการโทรทัศน์การศึกษา และฟังวิทยุการศึกษา ฟังการอภิปรายจากศูนย์ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย หากมีข้อสงสัย สามารถซักถามได้ มหาวิทยาลับแบบนี้ ไม่มีการจัดชั้นเรียน อาจจัดห้องฟังบรรยายเอาไว้ให้ จัดการศึกษาอย่างนี้ เรียกว่า นวัตกรรมทางการศึกษา </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การสอนเป็นคณะ หรือสอนเป็นทีม (Team Teaching) เป็นรูปแบบการสอน ที่ประกอบด้วยครูตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป ทำงานรับผิดชอบร่วมกันในการจัดบทเรียน เสนอบทเรียน และประเมินผลบทเรียน สำหรับนักเรียน 2 กลุ่มขึ้นไปโดยสอนนักเรียนในความรับผิดชอบร่วมกัน อาจมีนักเรียนหลาย ๆ ชั้นก็ได้ โดยจัดแบ่งนักเรียนตามความสามารถ หรือจัดแบ่งตามความสนใจก็ได้ การสอนเป็นทีมมี 2 แบบ คือแบบ ถือหลักบังคับบัญชาและแบบถือการประสานงานเป็นหลักเป็นการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ประหยัดวัสดุ อุปกรณ์ ส่งเสริมความเจริญงอกงามของนักเรียน จัดการศึกษาอย่างนี้ เรียกว่า นวัตกรรมทางการศึกษา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คำว่า นวัตกรรมทางการศึกษา (InnovationEducation) มีความหมายว่า เป็นการสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือเป็นการนำเอาวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติ หลังจากที่ได้ผ่านการค้นคว้า ทดลอง หรือพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้วนำเอามาปฏิบัติจริง หรือ เป็นวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในงานต่าง ๆ แล้วเกิดผลดี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> นวัตกรรมทางการศึกษา คือ วิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่นำมาใช้กับการศึกษา ทำให้ระบบการศึกษาก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ลักษณะของนวัตกรรม จะต้องเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ หรือปรับปรุงจากของเก่าจนมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนเดิม นำเอาไปใช้แล้วได้ผล และมีการเผยแพร่อย่างชัดเจน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ตัวอย่างผลงานที่จัดว่าเป็น นวัตกรรมทางการศึกษา ได้แก่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การเรียนแบบไม่แบ่งชั้น (Non-Graded School) เป็นการเรียนโดยยึดความสามารถ เลื่อนชั้นได้ทุกปี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - บทเรียนสำเร็จรูป (Programmed Instruction) บทเรียนที่ผู้เรียนศึกษาได้ด้วยตนเอง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - เครื่องช่วยสอน (Teaching Machine) แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย ๆ จากง่ายไปหายาก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - ชุดการสอน (Learning Package) ใช้สื่อประสมที่จัดเอาไว้เป็นชุด ๆ บรรจุไว้ในกล่อง </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การสอนเป็นทีม (Team Teaching) มีครูตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปทำหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - ศูนย์การเรียน (Learning Center) เป็นการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อย ๆ ทำกิจกรรมที่ไม่เหมือนกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การจัดตารางสอนแบบยืดหยุ่น (Flexible Scheduling) จัดเวลาเรียนไม่เท่ากันคำนึงสมาธิของนักเรียน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - มหาวิทยาลัยเปิด (Open University) เข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบเข้า และไม่ต้องเข้าชั้นเรียน </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การเรียนทางโทรทัศน์ (Imstructional Television) ชมรายการโทรทัศน์การศึกษาทางไกล </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การเรียนทางวิทยุ (Imstructional Radio) รับฟังวิทยุการศึกษาที่จัดคลื่นความถี่เอาไว้ให้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> - การสอนแบบจุลภาค (Micro Teaching) เป็นการสอนนักเรียน 1-5 คน ใช้เวลา 5-20 นาที</p> ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับความรู้จาก นวัตกรรมทางการศึกษา โดยที่ผม มีความสนใจในเรื่องของศิลปะ แต่ผมไม่มีโอกาสที่จะได้เรียน ที่ โรงเรียนเพาะช่าง ตามที่ตนเองเคยหวังเอาไว้ ในปี พ.ศ. 2514-2515 ผมจึงสมัครเรียน ที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ สนามเป้า ซึ่งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">โดยมี นาวาอากาศตรีโภคัย ว่องกสิกร เป็นผู้จัดการโรงเรียน ผมสมัครเรียนทางไปรษณีย์ เรียนวาดภาพแรเงา เรียนวาดภาพระบายสีน้ำ เรียนวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ สัน้ำมัน การจัดภาพ ปั้นแกะสลักและหล่อพิมพ์ เรียนวิธีการออกแบบ เรียกว่าเรียนหมดทุกแขนงในงานจิตรกรรม ผมปฏิบัติงานศิลปะวาดภาพเสร็จแล้ว ส่งผลงานทางไปรษณีย์ไปถึงอาจารย์โภคัย ที่ไทยวิจิตรศิลป์ ประมาณ 2 สัปดาห์ (บางครั้งก็ 10 วัน) ผลงานของเราก็จะถูกจัดส่งกลับคืน พร้อมกับคำแนะนำและแนวทางที่เขียนโดยลายมือ อาจารย์โภคัย เรียนกันอยู่อย่างนี้จนครบเทิม ผมก็ต่อเทิมใหม่จนมีความเข้าใจในหลักการของศิลปะ เรื่องใดที่ไม่เข้าใจผมก็เดินทางไปพบอาจารย์โภคัยที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ อย่างเช่น ปั้นลอยตัว และปั้นภาพเหมือน ผมไปฝึกที่โรงเรียนหลายครั้งจนอาจารย์ให้ผ่าน จึงหยุดไป ฝึก และผลจากการที่ผมได้เรียนรู้จากอาจารย์โภคัย ว่องกสิกร ในครั้งนั้น ทำให้ผมสมัครสอบความรู้ทางศิลปะ ผ่านได้ 2 วุฒิบัตร คือ วุฒิ ป.ป.ช. (จิตรกรรม) และ พ.ม.ช. (จิตรกรรม) หลังจากนั้น ผมทิ้งช่วงเวลาในการเรียนรู้ไประยะหนึ่ง อยู่ ๆ ผมไปที่โรงเรียนเพาะช่างประมาณ ปี พ.ศ. 2521 ได้พบกับอาจารย์โภคัย ที่โรงอาหาร ผมเข้าไปยกมือไหว้ท่านเล่าภูมิหลังให้ฟัง ท่านจำได้ ท่านถามผมว่า จบปริญญาตรีแล้วหรือยัง ผมเรียนท่านว่า ยังไม่ได้เรียนเลยครับ อาจารย์พูดกับผมว่า “ฝีมือดี ๆ อย่างนี้รีบไปเรียนเสียอย่ารอช้าอยู่นะ” ผมตอบอาจารย์ว่า ครับ แล้วผมก็ลาท่านอาจารย์ตรงนั้น ด้วยความรู้สึกกระหยิ่มตลอกทาง ในปีนั้น ผมเข้าศึกษาต่อ ระดับปริญญาตรีศิลปศึกษา (เรียนภาคพิเศษ วันศุกร์-เสาร์) และผมศึกษาต่อระดับปริญญาโทเทคโนโลยีทางการศึกษา (ภาคพิเศษวันศุกร์-เสาร์)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">จะเห็นได้ว่า การศึกษาของผมจะเกี่ยวข้องอยู่กับ นวัตกรรมทางการศึกษา มาโดยตลอด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันที่ผมเรียนศิลปะทางไปรษณีย์กับนาวาอากาศตรีโภคัย ว่องกสิกร เป็นการจัดการเรียนศิลปะด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ วันที่ผมเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ผมได้เข้าเรียนตามโครงงานพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา เป็นวิธีการใหม่ที่จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 2 และเมื่อผมเข้าศึกษาต่อ ระดับปริญญาโท เป็นการจัดการศึกษาภาคพิเศษ รุ่นที่ 3 (ยังเป็นของใหม่อยู่เลย) เป็นการจัดการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนเดิม นำเอาไปใช้แล้วได้ผล และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
</p> ที่สำคัญคือ การเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรมทางการศึกษา (เรียนนอกเวลา ภาคพิเศษ) ส่งผลดีทำให้บุคคล (โดยเฉพาะผมเอง) มีความรู้ มีความสามารถในสิ่งที่ได้ศึกษามาอย่างสมภาคภูมิ มิได้ด้อยไปกว่าใคร ๆ เลย และที่สำคัญคือ เราก็สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนจนสร้างชื่อเสียงให้สถานศึกษาได้ในระดับประเทศ (มาก) และต่างประเทศ (น้อย) เป็นจำนวนนับ 1000 รางวัล อันเป็นผลพวง มาจากการใช้นวัตกรรมทางการศึกษา ทำให้มีประสิทธิภาพ
อาจารย์เป็นนักเทคโนฯ ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูสูง มีความพยายามและใฝ่รู้ซึ่งอยากให้เด็กรุ่นใหม่อ่านบทความของอาจารย์มากๆ จะมีแนวทางทำสิ่งที่ค่าต่อตนเองและสังคมค่ะ
สวัสดี คนใฝ่รู้ สุกัญญา