ขอคั่นรายงานเรื่อง ISO ด้วยข่าวงานวิจัยที่อ่านพบวันนี้ เห็นว่าหากมีคุณหมอที่ต้องอยู่ห้องฉุกเฉินดูแลเด็กเล็กที่ท้องร่วง (จะมีมาอ่านไหมเนี่ย....แต่ก็อยากจะบอกนะคะ) อาจจะได้ใช้ประโยชน์ หรือหากจะมีโอกาสเก็บข้อมูลเรื่องนี้เอามารายงานบ้างก็น่าจะเป็นการยืนยันหรือพิสูจน์ว่าไม่น่าใช่ เพราะบ้านเราก็คงมี case แบบนี้ไม่ใช่น้อย สรุปว่าอ่านแล้วอยากเอามาฝากน่ะค่ะ เป็นข่าวที่อ่านมาจาก MedScape แล้วก็แปลมาเลยค่ะ อาจจะหดลงเล็กน้อยด้วย แถมอดไม่ได้มีความเห็นแถมเป็นตัวแดงในวงเล็บด้วยค่ะ...ขออภัยเจ้าของเรื่องเอาไว้ตรงนี้ด้วย
ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ในเด็กที่มีอาการท้องเสียบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
ข่าวรอยเตอร์จากกรุงเดลฮี รายงานผลจากการศึกษาจากบังคลาเทศ โดย ดร. ASG Faruque และคณะ จากศูนย์วิจัยนานาชาติเรื่องโรคท้องร่วงที่กรุงดักกา ซึ่งตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบที่รับเข้ารักษาในรพ.เนื่องจากอาการท้องร่วงระหว่างปี 1999 ถึง 2004 โดยเปรียบเทียบเด็กกลุ่มนี้จำนวน 65 คนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกับเด็กที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ 195 คน (ในข่าวไม่ได้ระบุ แต่น่าจะเป็นเด็กที่เข้าโรงพยาบาลเพราะท้องร่วงเหมือนกันนะคะ) พบว่า เด็กกลุ่มที่มีภาวะ hypoglycemia มีโอกาสเกิดการติดเชื้่อแบคทีเรียในกระแสเลือดมากกว่าในเด็กกลุ่มที่ระดับน้ำตาลปกติถึง 4 เท่า และมีโอกาสชักและเสียชีวิตมากกว่าถึง 2 เท่า โดยคณะผู้วิจัยอธิบายว่าภาวะ hypoglycemia นี้เกิดจากการหลั่ง endotoxin จากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบซึ่งไปยับยั้งกระบวนการสร้างกลูโคสนั่นเอง
การที่สามารถวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อผลการรักษา ดังนั้นการวัดระดับน้ำตาลจึงเป็นวิธีที่รวดเร็วและราคาไม่แพงที่อาจช่วยได้ในกรณีเช่นนี้ (เค้าคงจะหมายถึงเมื่อเทียบกับการรอผลเพาะเชื้อ และการให้ยาโดยไม่จำเป็นในเด็กเล็กๆ)
เห็นว่าการศึกษานี้น่าจะพิสูจน์ได้ด้วยการศึกษาเก็บสถิติของบ้านเราบ้าง แต่ถึงยังไงก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจและอาจจะเป็นประโยชน์กับบ้านเราบ้างนะคะ อ่านต้นฉบับได้ที่ http://www.medscape.com/viewarticle/557242?src=mp และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ J Trop Ped 2007 ค่ะ
วันนึงของพี่โอ๋มีกี่ชั่วโมงเนี่ย ;))
ลูกชายอายุ 3 ปี 7 เดือน เข้าโรงพยาบาลเมื่อ3วันก่อน วันก่อนเข้าโรงพยาบาลไปว่ายน้ำกับพี่ชายกลับมานอนหลับทั้งคืน ตื่นเช้ามาถ่ายเหลวครั้งเดียวแล้วเหนื่อยมากถ่ายไปด้วยจะนอนหลับด้วย หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงมานั่งคุยกันถามก็ไม่ตอบ นั่งแล้วจะนอนหลับ นั่งไหลตัวลงในเก้าอี้ แม่เห็ท่าไม่ไหว จึงพาไปโรงพยาบาล พยาบาลโทรหาคุณหมอแจ้งอาการไปว่าเด็ก 3 ขวบ ถ่ายเหลว1 ครั้ง ปลุกไม่ตื่น คุณหมอให้ตรวจเลือดหาน้ำตาลและเจาะเลือดส่งตรวจการติดเชื้อและเกลือแร่ ผลเลืิอดไม่มีปัญหา หมอให้ใส่น้ำเกลือและตรวจเลือดดูน้ำตาลทุก 4 ชั่วโมง และสั่งadmit เด็กนอนหลับไป3 ชั่วโมง ตื่นมากินนม กินข้าว แล้วอ๊วกหมด แล้วนอนต่อ แม่แจ้งพยาบาลว่าลูกถ่ายเหลวใส่กางเกงโดยไม่บอก(ไม่รู้สึกตัว) 3 ครั้ง คุณหมอสั่งตรวจอุจจาระ นอนโรงบาล 1 คืน ตอนเช้าจึงเก็บอุจจาระตรวจได้ หมฮให้ออกจากโรงพยาบาล ตอนเที่ยงให้ยาพารา กับยาฆ่าเชื้อมา พยาบาลแนะนำมาควรไปตรวจซ้ำว่าเป็นเบาหวานหรือไม่หรือเป็นโรคอื่นไหม เพราะเด็กไม่เคยมีอาการนี้ นี่เป็นครั้งแรก แม่ควรทำไงดี
ตอบคุณ ธนนันท์ [IP: 113.53.214.139] นะคะ
เห็นใจคุณแม่เป็นอย่างยิ่งในความทุกข์ใจกับอาการป่วยของลูก แต่ถ้าเขาปกติดีแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงนะคะ ที่สำคัญคือต้องกินยาฆ่าเชื้อที่ได้รับมาให้ครบจนหมด เผื่อเกิดต้องใช้ยาฆ่าเชื้อนี้อีกจะได้ใช้ได้ผลค่ะ จากที่อ่านน่าจะเป็นเพราะเหนื่อยมากกับอาจจะมีติดเชื้อด้วยก็เลยหมดแรงนะคะ เพราะเชื้อพวกที่ทำให้ท้องเสียอาจจะมีทำให้อาเจียนด้วย แต่ร่างกายก็จะขับออกได้จนหมดในที่สุดค่ะ เราเพียงแต่คอยดูให้เขาไม่ขาดน้ำและเกลือแร่เท่านั้นเองค่ะ เพราะเด็กเล็กอาจช้อกได้หากได้น้ำและเกลือแร่เข้าไปทดแทนไม่ทันเวลาท้องเสีย
คุณแม่ได้ถามผลการตรวจอุจจาระหรือเปล่าคะว่ามีเชื้ออะไรหรือไม่ หากเพาะเชื้อในระยะที่มีอาการอยู่โดยที่ยังไม่ได้ยา ถ้าเป็นเชื้อก็น่าจะตรวจพบค่ะแต่ต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ซึ่งคุณแม่อาจจะต้องกลับไปหาแพทย์อีกครั้งจึงจะทราบนะคะ
คำแนะนำว่าทำอย่างไรดีนี่ก็คงจะตอบได้ว่า ถ้าน้องเป็นปกติดีแล้วก็ไม่น่าต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมหรอกค่ะ เพียงแต่กินยาให้ครบจำนวนที่ได้รับมา แต่ถ้าคุณแม่อยากทราบผลการเพาะเชื้ออุจจาระก็น่าจะกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง และจะได้ถามแพทย์ถึงระดับน้ำตาลที่เจาะตอนที่อยู่โรงพยาบาลว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรน่าเป็นห่วงที่ต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ ก็จะได้สิ้นสงสัยค่ะ มีอะไรที่สงสัยค้างใจก็ให้จดคำถามเอาไว้ เวลาพบแพทย์ก็ถามได้เลยค่ะ คุณหมอที่ดีๆจะยินดีอธิบายเพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกเมื่อมีอาการท้องเสีย อ่อนเพลียครั้งต่อๆไปได้ด้วยตนเองแน่นอนค่ะ