บ้านเตาอิฐ  เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่ง เดิมอยู่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอหนองบัว ปัจจุบันเป็นชุมชนที่ครอบคลุมกลุ่มและหมู่บ้านหลายแห่งที่มาอยู่รวมกันเป็นชุมชน ต่อเนื่องกันเป็นบ้านเตาอิฐของตำบลห้วยถั่วเหนือ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ห่างจากอำเภอหนองบัวประมาณ 11 กิโลเมตร และไกลจากอำเภอชุมแสงนครสวรรค์ประมาณ 20 กิโเมตร 

เมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมาโน้น บ้านเตาอิฐมีชาวบ้านอยู่เพียง 2 ครอบครัว คือครอบครัวปู่ไหล พูลสวัสดิ์ และปู่พลอย ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่บนที่นาของตนเองที่ปราศจากไฟฟ้า น้ำปะปา และถนนหนทาง พ่อแม่ของผู้เขียนก็ต้องเดินทางมาทำนาที่อยู่ใกล้กับนาของปู่ไหลเป็นประจำตั้งแต่ตี 3 - ตี 4

เมื่อปี พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นปีที่แม่ให้กำเนิดน้องสาวคนที่ 5 ของผู้เขียน พ่อก็พาแม่มาปลูกบ้านอยู่ใกล้ๆกับบ้านของปู่ไหลในที่นาของตนเอง นับจากนั้นมา หมู่บ้านนี้ก็เจริญเติบโตจวบจนปัจจุบันมี 10 ครอบครัว ที่มีไฟฟ้า น้ำปะปาและถนนลาดยาง เดินทางไปมาสะดวก

ชีวิตของผู้เขียนทั้ง 2 ยุคช่างแตกต่างกันมาก เมื่ออายุประมาณ 7-12 ปี เป็นช่วงที่มีความสุข สนุกสนานมาก ทุกครอบครัวมีความเป็นอยู่แบบชนบท ไปบ้านใหนก็ได้กินของอร่อยๆไม่ว่าจะเป็นข้าวขยำน้ำปลาร้า ข้าวขยำน้ำปลาที่แสนอร่อย เมื่อกลับบ้านพ่อแม่ก็จะถามว่าไปเล่นใหนมาทำไมไม่มากินข้าวบ้าน ไปกินข้าวบ้านใครมา แล้วก็จะถูกดุ ถูกคาดโทษจะตีบ้าง

ปัจจุบัน ผู้เขียนอายุ 50 กว่าปี สภาพความเป็นอยู่เปลี่ยนไป พี่ๆน้องๆแยกย้ายกันไปทำงานอาชีพที่อื่น นานๆจึงจะมาพบปะกัน ผู้คนในหมู่บ้านก็มุ่งแต่การประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว ต้องทำงานตั้งแต่เช้าจนเย็น ค่ำลงก็เข้านอนบ้านใครบ้านมัน

หมู่บ้านของเราอยู่อย่างสงบสุขไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี หากไม่มีงานหรือธุระ ทำให้ขาดการได้พบปะพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกัน มันเป็นชีวิตที่รู้สึกเหงาๆเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป ทำให้อยากหวนกลับคืนไปสู่ความเป็นอยู่อย่างเดิม.

                                                                                                                                       ครูจันทร์

................................................................................................................................................................................

หมายเหตุ :

๑. ครูจันทร์ เป็นคุณครูท่านหนึ่งของโรงเรียนในตำบลห้วยร่วม อำเภอหนองบัว และบ้านอยู่บ้านเตาอิฐ บันทึกนี้เป็นกิจกรรมทดลองเขียนถ่ายทอดข้อมูลจากประสบการณ์ของสมาชิกในชุมชนท้องถิ่น และเนื่องจากยังไม่มีคอมพิวเตอร์ จึงทดลองบันทึกลงในบล๊อกเวทีคนหนองบัว ผมจึงขอแยกออกมาทำเป็นบันทึกต่างหากไว้ให้เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้นของอีกชุมชนหนึ่งในหนองบัวและนครสวรรค์ต่อไปในอนาคต

๒. ปู่ไหล พูลสวัสดิ์ เป็นคนเก่าแก่ผู้หนึ่งของชุมชนที่เป็นผู้ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นนับแต่เตาอิฐ ห้วยใหญ่ ห้วยถั่วเหนือ เกาะแก้ว รังย้อย บ้านตาลิน บ้านป่ารัง ให้ความเคารพนับถือ เป็นผู้ที่มีความศรัทธาปสาทะในพระศาสนาและถวายที่นาของตนเองมอบให้แก่วัดใหม่นิกรปทุมรักษ์เพื่อสร้างเป็นสระวัดและศาสนสถาน และเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่ก่อเกิดใหม่ อยู่ติดกับโรงเรียนวันครู(๒๕๐๔)ในปัจจุบัน ลูกของปู่ไหลคนหนึ่งเป็นรุ่นพี่โรงเรียนวันครูของผมชื่อพี่สมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ซึ่งเคยร่วมเป็นคณะเชียร์รำวงในคณะแตรวง ช.ลูกทุ่งกับผม น้องพี่สมศักดิ์เป็นเพื่อนเรียนโรงเรียนวันครูกับผม ปัจจุบันเป็นนายตำรวจ คือ พันตำรวจเอกบุญมี พูลสวัสดิ์ หลังจากจบโรงเรียนวันครูแล้ว ครูจันทร์กับ พ.ต.อ.บุญมีไปเรียนต่อที่โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ อำเภอชุมแสง นครสวรรค์ โดยครูจันทร์ไปเรียนโรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม) ก่อน และอยู่ห้องเดียวกับผม แล้วจึงค่อยย้ายไปชุมแสง ทำให้ครูจันทร์กับผมมีเพื่อนที่หนองบัวร่วมกลุ่มเดียวกันอีกจำนวนหนึ่งนอกเหนือจากเพื่อนๆที่โรงเรียนวันครู

๓. ครูเก่าแก่ของโรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) ท่านหนึ่งเป็นคนอยู่บ้านเตาอิฐ คือ คุณครูทองหล่อ บุญเกิด อยู่เลยไปจากบ้านคุณครูจันทร์เพียงตะโกนถึง ข้างบ้านของคุณครูทองหล่อจะเป็นบ้านเผาอิฐ มีเตาเผาอิฐขนาดใหญ่ซึ่งคงเป็นที่มาของชื่อบ้านเตาอิฐ เลยเตาเผาอิฐไปเพียงนิดก็จะเป็นแยกเนินมะกอกเข้าไปห้วยวารีหรือห้วยปลาเน่า เมื่อก่อนนี้ ผม รวมทั้งเด็กๆของโรงเรียนวัดและโรงเรียนประถมจากทุกโรงเรียนโดยรอบ เมื่อต้องสอบไล่เพื่อจบชั้นประถม ๓-๔ จะสอบด้วยข้อสอบจากส่วนกลาง ต้องเดินทางไปสอบไล่กันที่โรงเรียนวัดเนินมะกอก