อาจารย์ศาสตราจารย์ ดร.วลัยทิพย์ สาชลวิจารณ์ บรรยายที่โรงพยาบาลราชวิถี ในงานวันข้อสากลปี 2548 ว่า เด็กไทยมีความสูงต่ำกว่ามาตรฐานโลกจากการขาดแคลเซียม สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะไม่นิยมดื่มนม...
ผู้เขียนสังเกตว่า นิสิตนักศึกษารุ่นใหม่สูงเพิ่มขึ้น เวลาพูดกับนิสิตนักศึกษาต้องยืนให้ห่างหน่อย เพราะถ้ายืนใกล้เกินต้องแหงนหน้ามาก ทำให้ปวดเมื่อยคอ หรือเวียนหัวง่าย...
![]()
ท่านอาจารย์ศาสตราจารย์ ดร.วลัยทิพย์ สาชลวิจารณ์บรรยายที่โรงพยาบาลราชวิถีในงานวันข้อสากลปี 2548 ว่า
เด็กไทยมีความสูงต่ำกว่ามาตรฐานโลกจากการขาดแคลเซียม สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะไม่นิยมดื่มนม
![]()
กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการสำรวจในปี 2518, 2529 และ 2538 พบว่า
คนไทยได้รับแคลเซียมวันละประมาณ 300 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น
![]()
อาจารย์ท่านแนะนำวิธีปรับปรุงแก้ไขไว้อย่างนี้ครับ...
-
กินนมและผลิตภัณฑ์นม:
ผู้ใหญ่ควรดื่มนม 1-2 แก้วต่อวัน เด็กควรดื่มนม 2-3 แก้วต่อวัน นมมีวิตะมินดีซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียม ถ้าดื่มแล้วเกิดอาหารท้องอืดหรือท้องเสีย ให้เริ่มดื่มครั้งละไม่เกิน ½ แก้ว แล้วค่อยๆ เพิ่มทีละน้อย ร่างกายจะปรับตัวโดยสร้างน้ำย่อยเพิ่มขึ้น หรือจะเปลี่ยนไปกินโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวก็ได้ - กินอาหารที่มีแคลเซียม:
อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น กุ้งฝอย ปลาตัวเล็กตัวน้อย กะปิ งาดำ(งาดำมีแคลเซียมสูงมาก) เต้าหู้(เต้าหู้แข็งมีแคลเซียมสูงกว่าเต้าหู้อ่อน) กุ้งแห้งตัวเล็ก น้ำปู นมถั่วเหลือง(มีแคลเซียมน้อยกว่าเต้าหู้) ฯลฯ - ไม่กินเนื้อมากเกิน:
เนื้อมีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูงมาก การกินเนื้อมากเกินมีส่วนทำให้สัดส่วนของฟอสฟอรัสต่อแคลเซียมสูงเกิน ทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง - ไม่กินมันมากเกิน:
การกินไขมันมากเกินมีส่วนทำให้แคลเซียมจับตัวกับไขมัน เกิดเป็นเกลือของกรดไขมัน ซึ่งร่างกายจะดูดซึมไปใช้ไม่ได้ - ออกกำลังกาย:
คนที่นอนอยู่บนเตียงนานๆ เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายน้อย จะเสียแคลเซียมประมาณ 0.5 % ใน 1 เดือน ตรงกันข้ามถ้าเราออกกำลังกาย และใช้แรงในชีวิตประจำวันสม่ำเสมอ ร่างกายจะสูญเสียแคลเซียมน้อยลง - ของแสลง:
แอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์...) ความเครียด การสูบบุหรี่จัด การดื่มกาแฟมากมีส่วนทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง
คำแนะนำ:
- ถ้าอายุเกิน 2 ปีควรกินนมและผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ (low fat) หรือไม่มีไขมัน (non fat) เพื่อป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง
- ควรเลือกนมชนิดไม่เติมน้ำตาล เพื่อป้องกันโรคอ้วน
![]()
- ข้อควรระวังสำหรับนมเปรี้ยวได้แก่ ควรเลือกชนิดมีน้ำตาลต่ำ การกินน้ำตาลมากเกินอาจทำให้ไขมันในเลือด(ไตรกลีเซอไรด์)สูง หรือเสี่ยงต่อโรคอ้วน
- ถ้าไม่ชอบดื่มนม หรือดื่มนมไม่ได้... การดื่มนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียมช่วยได้มากทีเดียว
![]()
- ท่านที่เป็นโรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูง... โปรดปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนพิจารณาดื่มนม เนื่องจากนมมีน้ำตาลนม(แลคโทส)
แหล่งที่มา:
- ขอขอบคุณ > กองบรรณาธิการ. In Focus: กิน...กิน...กิน ป้องกันกระดูกพรุนได้จริงหรือ. วงการแพทย์ ปีที่ 8 ฉบับ 215 (1-15 กุมภาพันธ์ 2549). หน้า 15-16.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
-
ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๙
มารับความรู้จากคุณหมอนะคะ แคลเซียมจากผักใบสีเขียว ผลไม้ ก็มีด้วยใช้มั้ยค่ะ ปริมาณผัก ผลไม้จำนวนเท่าไรคะ ใน 1วัน จึงจะได้รับแคลเซียมเพียงพอกับร่างกายละค่ะ
ผลไม้ส่วนใหญ่มีแคลเซียมต่ำ หรือต่ำมาก
ถั่วชนิดที่มีแคลเซียมสูงได้แก่ ถั่วเหลือง
เต้าหู้มีแคลเซียมเพิ่มขึ้นจากขบวนการผลิต
งาดำมีแคลเซียมประมาณ 10 เท่าของนม
(เทียบน้ำหนักเท่ากัน)
งาดำ นมถั่วเหลือง และเต้าหู้น่าจะช่วยได้มากกว่าผักและผลไม้อื่นๆ
กรุณาอ่านจากบทความย้อนหลัง
ซึ่งมีตารางแสดงจำแนกไว้แล้วครับ
ข้อมูลนี้น่าสนมจมากคะ เพราะในปัจจุบันการดูแลสุขภาพของคนไทยขาดการละเลยไปเยอะ เราจะเห็นว่าเด็กสาวสมัยนี้รักษาหุ่นกันมาก โดยขาดการดูแลสุขภาพที่ดี ทำให้บางคนตัวเล็กเกินมาตรฐานกำหนด บ้างก็มีน้ำหนักน้อยจนเกินไป และนอกจากการทานอาหารที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบและพอเพียงต่อความต้องการ การออกกำลังกายก็สำคัญเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตคะ ขอบคุณบทความดีๆ ที่ช่วยให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น
ขอขอบคุณอาจารย์วัลลภกับบทความดีๆ ค่ะ
มีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการจะมีกระดูกแข็งแรงที่ขออนุญาตให้ความเห็นค่ะ
คือมีการศึกษาในสหรัฐในคนพบว่า ไม่เพียงแต่แคลเซี่ยมเท่านั้นที่ป้องกันกระดูกผุ แต่แมกนีเซี่ยมก็สำคัญค่ะ โดยเฉพาะในคนผิวขาว จากอ้างอิง
Journal of the American Geriatrics Society
Volume 53 Page 1875 - November 2005
และมีข้อแนะนำจาก Dr Ben Kim จากแคนาดาว่า การป้องกันกระดูกผุ ควรประกอบด้วย
ได้รับแมกนีเซี่ยมเพียงพอ
ได้รับแคลเซี่ยมเพียงพอ
ได้รับวิตามินดี เพียงพอ
มีกิจกรรมทางกายที่มีการลงน้ำหนัก เช่นเดิน การวิ่ง ปั่นจักรยาน ยกน้ำหนัก
และสุดท้ายต้องนอนหลับสนิทกลางคืน เพื่อเพิ่ม erythropoietin, growth hormone, and testosterone, ซึ่งสำคัญสำหรับการสร้างและคงสภาพของกระดูกด้วยค่ะ
ซึ่งแมกนีเซี่ยมที่ดีควรเป็นสารอาหารไม่ใช่สารสังเคราะห์ เพราะสารสังเคราะห์จะถูกขับทางไต และเป็นอันตรายกับไตค่ะ สำหรับประเทศไทย ก็เอาง่ายๆ จากข้าวกล้อง ถั่วลิสงค่ะ
มีกระดูกแข็งแรงทั่วหน้าครับ
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี มีกระดูกแข็งแรง
และอย่าลืมทำอย่างที่อาจารย์ JC แนะนำไว้ครับ
โอ้โฮ ! ผมนี่อยู่ในเกณฑ์มีภาวะเสี่ยงเลยนะครับเนี่ย
เราจะมีโอกาสปรับปรุงแก้ไข
ได้มากกว่าที่เราคิดเสมอ...
มีกระดูก ข้อ และเอ็นแข็งแรง
จะได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้มากหน่อย...
มีบทความที่อยากจะแลกเปลี่ยนกับคุณหมอคะ เป็นลักษณะรวบรวมงานวิจัยที่น่าสนใจ เกี่ยวกับแรธาตุแคลเซียมพอสังเขปนะคะ http://gotoknow.org/archive/2006/03/28/09/54/37/e21266
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอบคุณน่ะค่ะที่เอาลงมาบอกกัน อยากรู้ว่าถ้ากินแคลเซียมเม็ดจะเป็นอะไรกับร่างกายมัยค่ะ ถ้าใครรู้ ช่วยส่งมาที่เมลหน่อยน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อยากทราบว่า การกิน dolomite ดีกว่าการกิน calcium ในรูป calcium carbonate หรือเปล่าคะ และควรกินหลังอาหารทันที หรือตอนท้องว่างคะ
ระหว่างนมโคกับนมถั่วเหลืองอย่างไหนให้แคลเซียมมากกว่า(เกี่ยวกับด้านความสูง) ขณะนี้น้องอายุ 11 ปี มีความสูงประมาณ 140 ซ.ม. (ผู้ชายครับ)
ขอขอบคุณ... คุรภูริดา และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ความแข็งแรง...
แคลเซียมเสริม...
อาหาร...
ถ้าไม่ชอบนมสัตว์...
ที่มา:
ขอขอบคุณ... คุณไม่ระบุชื่อและท่านผู้อ่านทุกท่าน
ถ้าเทียบคุณค่า...
นมถั่วเหลือง...
เต้าหู้...
ที่มา: