สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่าพันธุ์พื้นเมือง ทั้งเรื่องรสชาติ ความดก ความแข็งแรง หรือแม้กระทั่งทรงผล สีผล ก็ยังสามารถทำได้ โดยอาศัยหลักการทางพันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์พืชมาช่วยออกแบบและสร้างพันธุ์ขึ้นมา คล้ายๆกับงานของดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้านั่นแหละครับ

         หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่าพืชผักในบ้านเราที่เราๆท่านๆ รับประทานกันในแต่ละมื้อนั้นหลายๆชนิดเป็นพันธุ์ลูกผสม ซึ่งต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบและสร้างขึ้นมา กว่าจะได้พันธุ์ลูกผสมสักพันธุ์หนึ่งโดยใช้วิธีมาตรฐาน (Conventional breeding) อย่างน้อยๆก็ประมาณ 2-3 ปี ครับ

ผมยังจำภาพในอดีตที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี คุณยายของผมท่านชอบปลูกผักสวนครัวไว้ริมตลิ่งซึ่งก็อยู่ข้างๆบ้านแหละครับ หลังเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านก็หิ้วถังน้ำไปตักน้ำจากคลองหน้าบ้านขึ้นมารดให้พืชผักที่ยายของผมปลูกไว้ได้สดชื่นหลังจากที่พวกเขายืนตากแดดมาทั้งวัน เท่าที่ผมจำได้ก็จะมีกระเจี๊ยบเขียว บวบเหลี่ยม ฟักทอง ส่วนพืชที่ไม่ต้องรดน้ำก็คือ ต้นโสน เพราะจะขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ริมคลอง

พูดถึงโสน ผมนึกถึงเพลงขึ้นมาได้ที่ร้องว่า "แม่ดอกโสนบานเช้า แม่ดอกสะเดาบานเย็น..." ผมว่าคนแต่งเพลงไม่รู้จักชีววิทยาของดอกโสน (Floral biology) แน่ๆเลย หรือไม่ก็ ต้นโสนที่บ้านของผมเป็นคนละพันธุ์กัน เพราะเขาบานตอนเย็นครับ  ดอกสีเหลืองอร่ามห้อยเป็นช่อระย้าริมฝั่งคลอง เชิญชวนให้ชาวบ้านไปเก็บมาเป็นอาหารตามวิถีไทยในเมนูดอกโสนลวก หรือนำมาผัดน้ำมันทานกับน้ำพริก...น่าทานไหมครับ

สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือในการจะสร้างพันธุ์พืชนั้น นอกจากเราจะต้องเข้าใจนิสัยการเจริญเติบโตของพืชแล้ว ชีววิทยาของดอกในส่วนที่เกี่ยวกับการผสมเกสรของพืชที่เราสนใจมีความสำคัญมากๆ หากผสมเกสรไม่ตรงกับช่วงเวลาที่เหมาะสม พืชก็จะผสมไม่ติด สุดท้ายเราก็ไม่สามารถเก็บเมล็ดได้

หลังจากที่สภาพสังคม เศรษฐกิจมีการพัฒนาไปสู่ระบบที่มีการค้าขายเชิงธุรกิจมากขึ้น พันธุ์พืชพื้นเมืองค่อยๆถูกแทนที่ด้วยพันธุ์ลูกผสม เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่าพันธุ์พื้นเมือง ทั้งเรื่องรสชาติ ความดก ความแข็งแรง หรือแม้กระทั่งทรงผล สีผล ก็ยังสามารถทำได้ โดยอาศัยหลักการทางพันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์พืชมาช่วยออกแบบและสร้างพันธุ์ขึ้นมา คล้ายๆกับงานของดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้านั่นแหละครับ